ข่าว

“สุวิทย์”วอนเสื้อแดง3เอ็นจีโออย่าบุกเวทีน้ำโขงหัวหิน

“สุวิทย์”วอนเสื้อแดง3เอ็นจีโออย่าบุกเวทีน้ำโขงหัวหิน

31 มี.ค. 2553

“สุวิทย์” วอนเสื้อแดง เอ็นจีโออย่าบุกเวทีน้ำโขง ยันผู้นำยังมาครบไม่หวั่นสถานการณ์การเมือง ส่วนภาคสังคมจับตาฝายกั้นน้ำโขง เตรียมจัดเวทีถก

 (31มี.ค.) นายสุวิทย์ คุณกิตติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวว่ากลุ่มเสื้อแดง รวมทั้งองค์กรพัฒนาเอกชนเตรียมจะเดินทางไปยื่นหนังสือที่งานประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำ โขงตอนล่าง ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่   2-5 เม.ย.นี้ ที่หัวหิน   จ.ประจวบคีรีขันธ์ โดยเฉพาะปัญหาน้ำโขงแล้งที่เชื่อว่าาสาเหตุมาจากการสร้างเขื่อนของจีนว่า   เชื่อว่าพี่น้องคนไทยทุกคนน่าจะเห็นแก่ประโยชน์ ส่วนรวมที่จะได้จากการประชุมหารือสถานการณ์ปัญหาน้ำโขงในครั้งนี้ โดยเฉพาะข้อเรียกร้องกับรัฐบาลจีน ซึ่งขณะนี้บรรยากาศ การหารือ และการให้ความร่วมมือถือว่ามีแนวโน้มในทางที่ดีขึ้น   หลังจากจีนยอมให้ข้อมูลการบริหารจัดการ น้ำในช่วง ฤดูแล้งให้กับเอ็มอาร์ซี เป็นครั้งแรกในรอบ 15 ปีในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

 “ยืนยันว่าคณะทำงานเอ็มอาร์ซี พร้อมที่จะรับฟังความเห็นจากทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นม็อบเสื้อแดง หรือเอ็นจีโอ เพื่อนำเข้าสู่การหาทิศทางการพัฒนาร่วมกัน   อย่างไรก็ตาม    จนถึงขณะนี้ยังไม่มีผู้นำในระดับนายก รัฐมนตรีจากทั้ง 4 ชาติ และระดับรัฐมนตรีคือจีน และพม่า ที่ยกเลิกการเดินทางเข้าร่วมประชุมจากสถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองในขณะนี้ ส่วนความคาดหวังที่น่าจะได้ปฏิญญาหัวหินคือการที่จะดึงจีน และพม่า ซึ่งยังอยู่ในฐานะผู้สังเกตการณ์ เข้าร่วมในภาคีสมาชิกเอ็มอาร์ซีให้ได้ เพราะถือเป็นหนึ่งในประเด็นสำคัญที่เอ็มอาร์ซีอยากได้สมาชิกเพิ่มอยู่แล้ว   ” นายสุวิทย์ ระบุ

เอ็นจีโอเปิดเวทีทบทวนฝายเขื่อนกั้นน้ำโขง

 ด้าน   น.ส.เพียรพร ดีเทศน์   ผู้ประสานงานโครงการแม่น้ำเพื่อชีวิต ก ล่าวว่า จากการติดตามแผนก่อสร้างงเขื่อน กั้นแม่น้ำโขงตอนล่าง พบว่ามีทั้งสิ้น 11 แห่งที่เสนอโดยรัฐบาลลาว และกัมพูชา   มีทั้งเพื่อผลิตไฟฟ้าและเก็บกักน้ำ   ซึ่งทั้งหมดได้มีการลงนามศึกษาความเป็นไปได้   มาตั้งแต่ปี 2551   โดยเฉพาะฝาย 2 แห่งที่สร้างในเขตพรมแดนไทย - ลาว ที่จะกระทบกับไทยโดยตรงคือฝายบ้านกุ่ม ที่ดำเนินการโดยกรมพัฒนาพลังงานทดแทน   และปากชม ของบริษัทอิตาเลียนไทย และเอเชียคอร์ปของฮ่องกง ส่วนอีก 2 ฝ่ายคือ ฝายปากแบง ตามแผนจะอยู่ท้ายน้ำจากบริเวณผาได   และประเมินว่าจะทำให้น้ำท่วมมาถึงเขตอ.เวียงแก่น และอ.เชียงของ   จ.เชียงราย ขณะที่ฝายไชยะบุรี ซึ่งจะสร้างแถว อ.เชียงคาน จ.เลย และดำเนินการโดยบริษัท ช.การช่าง ในขณะนี้ถือว่ามีความก้าว หน้า และน่าจับตามากที่สุด เพราะการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย ได้ลงนามกับลาวแล้วว่าจะรับซื้อไฟฟ้าจากฝายเป็นระยะเวลา 29 ปี โดยฝายแห่งนี้มีกำลังการผลิต 1 , 260 เมกกะวัตต์

   “ ในเวทีคู่ขนานของภาคสังคม   และนักวิชาการ ที่จัดขึ้นในวันที่ 1-2 เม.ย.นี้ จะมีการทบทวนสถานภาพของฝาย และเขื่อนดังกล่าว   และสะท้อนความกังวลของภาคสังคม โดยนาย เจเรมี เบิร์ต ซีอีโอของเอ็มอาร์ซี จะร่วมรับฟังในเวทีครั้งนี้ด้วย และคาดว่าน่าจะนำไปสู่การนำเสนอในเวทีวิชาการที่หัวหินด้วย โดยเฉพาะกรณีปัญหาน้ำโขงแห้งในช่วงที่ผ่านมาชาวบ้านเชื่อว่าสาเหตุมาจากกการสร้างเขื่อนในจีน ที่แล้วเสร็จ 4 แห่งและตามแผนจะมีถึง 8 แห่งผลกระทบตลอดหลายปียังไม่ได้รับการแก้ไขอย่างเป็นรูปธรรม ” น.ส.เพียรพร ระบุ