ข่าว

ผบช.ภ.7ย้ำแผนสำรองอารักขาผู้นำลุ่มน้ำโขง

ผบช.ภ.7ย้ำแผนสำรองอารักขาผู้นำลุ่มน้ำโขง

30 มี.ค. 2553

ผบช.ภ.7 ย้ำแผนสำรองอารักขาผู้นำลุ่มน้ำโขง บก เรือ อากาศ หากเกิดปัญหาระหว่างประชุม ส่วนเอกชนขานรับ ย้ำส่งผลดีท่องเที่ยวระยะยาว

เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 30 มีนาคม 2553 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ แสงคร้าม รองผู้บัญชากรตำรวจภูธรภาค 7 และพล.ต.ต.วิเชียร ตันตะวิริยะ ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดประจวบคีรีขันธ์,พล.ต.ต วิรัช วัชรขจร ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดเพชรบุรี ,พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหินฯลฯ ประชุมระดับนายตำรวจจากพื้นที่ตำรวจภูธรภาค 7 ทั้งประจวบคีรีขันธ์ ,เพชรบุรี,สมุทสาคร,สมุทรสงคราม,ราชบุรี,นครปฐม,กาญจนบุรี ราชบุรี พร้อมประกอบกำลังทั้งจากในส่วนของตำรวจตระเวนชายแดน,ตำรวจทางหลวง,ตำรวจน้ำ ตำรวจสันติบาล และตำรวจท่องเที่ยว เพื่อซักซ้อมความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่การรักษาความปลอดภัยผู้นำจากประเทศต่างๆที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ในการประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขง หรือ MRC ระหว่างวันที่ 3-5 เมษายน 2553 ซึ่งจัดขึ้นที่โรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน โดยจะมีผู้นำประเทศต่างๆเดินทางโดยเครื่องบินมาลงที่ท่าอากาศยานหัวหิน และเข้าพักทั้งที่โรงแรมดุสิตรีสอร์ท อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี เป็นของกัมพูชา ส่วนโรงแรมไอแอทรีเจนซี่ หัวหิน มีไทย,พม่า,ลาว ,โรงแรมอินเตอร์คอนติเนลตัล หัวหิน ประเทศจีน, และที่พักของสื่อมวลชนที่โรงแรมวรบุระ รีสอร์ทหัวหิน และโรงแรมโซฟีเทลเซ็นทาราแกรนด์หัวหิน

 ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมคณะได้ตรวจดูความพร้อมของศูนย์ปฏิบัติการส่วนหน้า ตำรวจภูธรภาค7 ซึ่งใช้โรงแรมซิตี้บีช รีสอร์ท หัวหิน เป็นที่ตั้งรวมไปถึงความพร้อมของระบบการสื่อสาร และสิ่งสำคัญกล้องซีซีทีวีจำนวน 56 จุด โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการติดตามความเคลื่อนไหว และมีการบันทึกภาพตลอด 24 ชั่วโมงในจุดสำคัญๆในเขตเทศบาลเมืองหัวหิน ในส่วนด้านการจราจรนั้นระบุว่า ได้จัดเจ้าหน้าคอยอำนวยความสะดวกถึง 400 นาย รวมแล้วใช้ตำรวจจำนวนกว่า 6,000 นาย นอกจากนั้นยังมีการจัดกำลังชุดปราบจลาจล ไว้อีกส่วน อย่างไรก็ตามทางตำรวจมีความจำเป็นที่จะต้องปิดช่องการจราจรเป็นบางช่วงเท่านั้นระหว่างวันที่ 3-5เมษายน 2553

 นอกจากนั้น พ.ต.อ.ดำรงศักดิ์ ทองงามตระกูล ผกก.สภ.หัวหิน ยังได้พาคณะของ พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 เดินทางเข้าตรวจดูความเรียบร้อยภายในโรงแรมไฮแอท รีเจนซี่ หัวหิน ไม่ว่าจะเป็นห้องจัดประชุม ห้องพักผู้นำของไทย พม่า และลาว รวมทั้งห้องจัดเลี้ยงผู้นำบริเวณชายทะเล ของโรงแรม พร้อมกันนั้นได้กำชับในการตั้งด่านจุดตรวจค้นอาวุธ 14 จุดในพื้นที่ อ.หัวหิน โดยเฉพาะเน้นจุดถนนที่จะเข้าสู่เมืองหัวหิน อย่างไรก็ตามในด้านรักษาความปลอดภัย ถือว่าเป็นมาตรการรักษาความปลอดภัยขั้นสูงสุด ซึ่งกำลังเจ้าหน้าที่เข้ามาปฎิบัติหน้าที่ในครั้งนี้ ส่วนใหญ่มีประสบการณ์จากการประชุมอาเซียนซัมมิท 2 ครั้งที่ผ่านมา จึงเชื่อมั่นถึงความพร้อม โดยจะไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน และนักท่องเที่ยวที่จะเดินมามาพักผ่อนในอำเภอหัวหิน

 พล.ต.ท.พงษ์สันต์ เจียมอ่อน ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวอีกว่าในส่วนของการประกาศพื้นที่ อ.ชะอำ อ.หัวหิน บางส่วนใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง ซึ่งก็จะมีทหารเข้ามาช่วยดูแล ในพื้นที่ซึ่งมีความสำคัญ ซึ่งหากมีเหตุการณ์เกิดขึ้นในระหว่างการประชุมนั้น ยังมีการเตรียมความพร้อมในการอารักขาผู้นำประเทศต่างๆออกทั้งทางบก ทางทะเล และทางอากาศ ซึ่งในส่วนนี้ทางทหารได้เตรียมแผนไว้แล้วเช่นกัน ในส่วนของการซักซ้อมในการปฏิบัติหน้าที่จริงของเจ้าหน้าที่หน่วยต่างๆหน้าจะมีขึ้นก่อนวันที่ 2 มีนาคม 2553 ทั้งนี้ก็ยังคงมีความเป็นห่วงในเรื่องของสถานการณ์ของกลุ่มที่จะมาเคลื่อนไหวในพื้นที่ระหว่างการจัดประชุม แต่ล่าสุดเจ้าหน้าที่ด้านการข่าวยังคงยืนยันว่ายังใม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

 ด้านนายธน ธนคบดีกุล เจ้าของศูนย์รัชนีไหมไทย กล่าวถึงปัญหาการประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคงในพื้นที่ หัวหิน/ชะอำ บางส่วนระหว่างการประชุมลุ่มน้ำโขง ซึ่งรัฐบาลไทยเป็นเจ้าภาพจัดประชุมขึ้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบฯ ผมมองว่าในการประชุมถือเป็นระดับนานาชาติ ส่งผลบวกให้กับประเทศไทย และอำเภอหัวหินมากกว่า ซึ่งเป็นการบ่งบอกถึงศักยภาพของเมืองหัวหิน ในการรองรับการประชุมระดับนานาชาติ ทั้งการประชุมอาเซียนซัมมิท ที่ผ่านมา 2 ครั้งก็ถือเป็นการการันตีในเรื่องความพร้อมทั้ง โรงแรม ห้องประชุม ร้านอาหาร แหล่งท่องเที่ยว รวมไปถึงมาตรการรักษาความปลอดภัย ส่วนการประกาศ พ.ร.บ.ความั่นคง ผมเชื่อว่าไม่ส่งผลกระทบต่อนักท่องเที่ยว เราคงต้องเข้าใจว่าเป็นเรื่องของชื่อเสียงประเทศชาติและครั้งนี้เท่าที่ทราบไม่มีการใช้อาเซียนเลนส์ ปิดการจราจรบางช่วง ก็ไม่เป็นไรแต่สิ่งสำคัญคือชื่อสียงของประเทศไทย ในฐานะเจ้าภาพ

 นายสมบัติ แก้วเยื้อง เจ้าของโรงแรมณิชา สวีท เดอ หัวหิน คณะกรรมการสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวหัวหิน/ชะอำ กล่าวว่า การประชุมในครั้งสิ่งที่ได้นอกจากเรื่องของในส่วนภาคธุรกิจท่องเที่ยว ได้แน่ๆคือในเรื่องของห้องพัก ซึ่งมีทั้งในส่วนทหาร ตำรวจ ข้าราชการ และสื่อมวลชน ที่เดินทางเข้ามาจองห้องพักในส่วนโรงแรมต่างๆของหัวหิน ซึ่งในส่วนที่จองไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ห้องกระจายไปตามโรงแรม รีสอร์ท ต่างๆรวมไปถึงร้านอาหาร ซึ่งจะส่งผลให้เกิดเงินหมุนเวียนในพื้นที่ ซึ่งปัญหาอื่นๆเชื่อมั่นว่าไม่น่าจะมีเหตุการณ์ความวุ่นวายเกิดขึ้นในระหว่างการประชุม เพราะเชื่อมั่นถึงระบบการรักษาความปลอดภัยทั้งของ ทหาร/ตำรวจ สิ่งสำคัญต้องยอมรับว่าชื่อเสียงของเมืองหัวหิน เริ่มเป็นที่รู้จักในต่างประเทศมากขึ้น หลังจากมีการประชุมอาเซียนซัมมิท เมื่อปีที่ผ่านมา