
อ.ส.ค.รุกเพิ่มส่วนแบ่งนมโรงเรียน
อ.ส.ค.ตั้งเป้ารุกเพิ่มสัดส่วนนมโรงเรียนให้มากกว่า 30% เร่งขยายเขตพื้นที่จำหน่ายให้ครอบคลุมทุกภาค ตั้งเป้ารายได้ 1.8 พันล้านบาท พร้อมคุมเข้มคุณภาพมาตรฐานสินค้า
นายวินยา มกรพงศ์ ผู้อำนวยการ องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และนมโรงเรียน เปิดเผยว่า ปัจจุบันสัดส่วนตลาดนมพาณิชย์ไทยเดนมาร์คของ อ.ส.ค.อยู่ที่ 85% และนมโรงเรียนอยู่ที่ 15% ซึ่งในปีนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มสัดส่วนนมโรงเรียนมากกว่า 30% ทำให้ อ.ส.ค.ต้องขยายเขตพื้นที่การจำหน่ายนมโรงเรียนให้ครอบคลุมทุกภาค โดยในสิ้นปีนี้ อ.ส.ค.ตั้งเป้ารายได้นมโรงเรียนไว้กว่า 1,800 ล้านบาท และนมพาณิชย์กว่า 4,000 ล้านบาท
สำหรับในปีงบประมาณ 2553 รัฐได้จัดสรรงบประมาณนมโรงเรียนเพิ่มขึ้น 1.4 หมื่นล้านบาท ในการบริหารจัดการนมโรงเรียนเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตน้ำนมดิบ และการทุจริตในการจัดซื้อ ดังนั้น การบริหารงานของ อ.ส.ค.จากนี้ไป จะมีการทำงานแบบเชิงรุกมากยิ่งขึ้น เพื่อให้เด็กไทยได้ดื่มนมโคสดที่มีคุณภาพ และได้มาตรฐาน ขณะที่การบริหารจัดการด้วยวิธีกรณีพิเศษก็จะได้เข้ามาช่วยเสริมให้การทำงานมีศักยภาพมากยิ่งขึ้น ทั้งในด้านการบริหารวัตถุดิบ (น้ำนมดิบ) กระบวนการผลิต การขนส่ง การประชาสัมพันธ์ ตลอดจนการจัดจำหน่าย ซึ่งจะส่งผลให้ต้นทุนการผลิตนมโรงเรียนลดลง เกษตรกรสามารถจำหน่ายน้ำนมดิบได้ทั้งหมด
ทั้งนี้ บทบาทของ อ.ส.ค. ในโครงการนมโรงเรียน แบ่งออกเป็น 2 ส่วนคือ ทำหน้าที่เป็นหน่วยงานกลางในการบริหารจัดการนมโรงเรียนที่เกี่ยวกับการจัดสรรปริมาณการจำหน่ายนมโรงเรียนตามปริมาณน้ำนมดิบที่ผู้ประกอบการแต่ละรายรับซื้อจากเกษตรกรและพื้นที่การจำหน่ายนมโรงเรียนให้แก่ผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการ ตลอดจนกำกับดูแลและรับรองคุณภาพน้ำนมดิบและนมพร้อมดื่ม และอีกหน้าที่คือ เป็นผู้ประกอบการที่เข้าร่วมโครงการเช่นเดียวกัน
"ในการดูแลคุณภาพนั้น ส่วนหนึ่งเกษตรกรผู้มีสิทธิ์จำหน่ายน้ำนมดิบ จะต้องจดทะเบียนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมกับกรมปศุสัตว์ และมีคุณภาพน้ำนมดิบตามมาตรฐานที่กำหนด โดยผู้ไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขจะมีบทลงโทษ โดยไม่ได้รับสิทธิ์การจำหน่ายนมในโครงการนมโรงเรียน" นายวินยากล่าว



