
เสื้อแดงมิใช่คนไทยทั้งชาติ
การเจรจารอบ 2 ระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ และตัวแทนคนเสื้อแดง ล้มเหลวลงอีกครั้ง โดยคนเสื้อแดงยืนกรานให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วัน หากรัฐบาลไม่ยินยอม เปลี่ยนเป้าหมายการกดดันให้ยุบสภาเป็นการกดดันให้นายกรัฐมนตรีลาออก
ในขณะที่นายอภิสิทธิ์ยืนยันว่า เขาได้ใช้ความพยายามอย่างถึงที่สุด ในการรับฟังข้อเรียกร้องของผู้มาชุมนุม ประชาชนทั่วไปที่มีความเห็นแตกต่างกับผู้ชุมนุม และพยายามเสนอทางออกที่คิดว่ามีเหตุผลรองรับชัดเจน รวมทั้งได้ให้ตัวแทนผู้ชุมนุมใช้เวลากลับไปพิจารณา แน่นอนว่า ถ้าฝ่ายหนึ่งยังเชื่อในการเจรจา ซึ่งแปลว่า ไม่มีใครได้ทั้งหมด หรือเสียทั้งหมด แต่ฝ่ายหนึ่งไม่เชื่อในการเจรจาอีกแล้ว แล้วทางออกประเทศไทยจะอยู่ที่ใด
ถึงวันนี้ 20 วันแล้ว ที่คนเสื้อแดงมาปักหลักอยู่ใจกลางมหานคร นอกจากการเจาะเลือดไปละเลง เทราดพื้นหน้าทำเนียบรัฐบาล ที่ทำการพรรคประชาธิปัตย์ บ้านพักส่วนตัวของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินขบวนไปยังราบ 11 ดาวกระจายไปทั่วกรุงเทพฯ รวมทั้งความพยายามที่จะแสดงอิทธิฤทธิ์ในรูปแบบต่างๆ ข้อเรียกร้องของคนเสื้อแดงก็ยังไม่เป็นมรรคเป็นผลอะไร ไม่เพียงแต่ท่าทีของรัฐบาลที่ไม่ยอมทำตามข้อเสนอของคนเสื้อแดงง่ายๆ แล้ว น่าสงสัยว่าประชาชนกลุ่มอื่นๆ ที่ไม่ได้ปรากฏตัวหน้าเวทีสะพานผ่านฟ้าฯ คนไทยอีกจำนวนมากมายมหาศาลที่ยังคงทำมาหากินเป็นปกติ ไม่ได้ออกมาร่วมขบวนการทางการเมืองกับฝ่ายใด คิดเห็นอย่างไรกับคนกลุ่มนี้ และมีฉันทานุมัติ ให้คนเสื้อแดงแสดงความเป็นตัวแทนของเขาหรือไม่
ถึงแม้จะไม่ใช่ข้อเสนอที่ดีที่สุด และถึงแม้นายอภิสิทธิ์จะไม่ได้จริงจังมากนัก ระหว่างการเจรจารอบ 2 กับข้อเสนอที่ว่า จะให้ประชาชนทั้งประเทศลงประชามติว่าเห็นควรจะให้รัฐบาลยุบสภาหรือไม่ แต่นี่ก็เป็นทางหนึ่งที่จะเยียวยา แก้ไขอาการหลงผิดของแกนนำเสื้อแดง ที่เชื่อว่ามีประชาชนถึง 20 ล้าน ให้การสนับสนุนพวกเขา และก็เลยเถิดไปเป็นการทึกทักว่า ถ้ารัฐบาลไม่ยอมทำตามข้อเสนอของเสื้อแดง เท่ากับไม่ทำตามคนส่วนใหญ่ของประเทศ ซึ่งในความเป็นจริงอาจเป็นตรงกันข้าม เพราะถ้ารัฐบาลยอมทำตามแรงกดดันยุบสภาของคนเสื้อแดง อาจหมายความว่า รัฐบาลได้กระทำการตรงกันข้ามกับประชาชนส่วนใหญ่ของประเทศก็ได้
“โค่นอำมาตย์ๆ ยุบสภา” ชาวบ้านใสซื่อ ระดับตาสี ตาสา ที่ถูกชักชวนให้เข้ากรุง ด้วยถ้อยคำเหล่านี้ บางคนย้อนถามว่า ที่กรุงเทพฯ มีต้นอำมาตย์มากหรือ ถึงชวนกันมาโค่น ชาวบ้านส่วนใหญ่ไม่เข้าใจเรื่องอำมาตย์ และไม่เข้าใจว่า การยุบสภาพวกเขาจะได้ประโยชน์อะไร นอกจากคำว่า จะได้ทักษิณ ชินวัตร กลับคืนมา แท้จริงบรรดาแกนนำและบริวารทักษิณ ระดับหัวแถวรู้ดีว่า ถ้ายุบสภานาทีนี้ พรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมาก และจะมีโอกาสเป็นรัฐบาลอย่างแน่นอน พวกเขาประเมินแล้วว่าสามารถกุมสภาพฐานเสียงในภาคเหนือและอีสานได้ จากการที่ระดมคนมาชุมนุมได้มากเท่านี้ และเมื่อพวกเขาได้อำนาจ ก็จะได้ทักษิณ จากนั้นก็จะคอยรอรับเศษบุญที่ทักษิณจะหว่านโปรยให้



