ข่าว

เด้งรองผกก.บางพลัดเข้ากรุปล่อยระเบิดซ้ำซ้อน

เด้งรองผกก.บางพลัดเข้ากรุปล่อยระเบิดซ้ำซ้อน

30 มี.ค. 2553

"นครบาล" เด้ง รอง ผกก. บางพลัด เข้ากรุ ต้นสังกัด "บก.น.7" ไม่มีกำหนด หลังปล่อยเหตุระเบิดซ้ำซ้อน พร้อม "คาดโทษ" รอง ผบก.น." ทุกหน่วยที่รับผิดชอบงานปราบปรามโดยตรง หละหลวมการปฏิบัติไม่ดูแล "ผู้ใต้บังคับบัญชา" ตรวจเข้มด่านรักษาความปลอดภัยตามแผน

 วันที่ 30 มี.ค. เมื่อเวลา 16.00 น. พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล (ผบช.น.) เรียกประชุมนายตำรวจระดับ รอง ผบช.น. ผบก. ทุกนาย และ รอง ผบก.ทั้งหมด ปรับแผนดูแลความปลอดภัยพื้นที่ กทม.พร้อมสั่งคุมเข้มมาตราการป้องปรามคนร้ายก่อเหตุป่วนเมืองและเหตุระเบิดในจุดเป้าหมายสัญลักษณ์ต่างๆ พร้อมพิจารณาโทษผู้บังคับบัญชาพื้นที่ที่หละหลวมการปฏิบัติปล่อยให้มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นในพื้นที่รับผิดชอบ ปล่อยให้มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นรายวันท่ามกลางบรรยากาศเคร่งเครียดใช้เวลากว่า 2 ชั่วโมง

 พล.ต.ต.ปิยะ อุทาโย โฆษกกองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เปิดเผยภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมว่า ผบช.น. ได้เน้นย้ำสั่งการระดับ ผบก.และรอง ผบก.ที่คุมงานด้านสายตรวจและฝ่ายสืบสวน ให้เคร่งครัดปฏิบัติตามแผนนครบาลที่มีการปรับเปลี่ยนให้สอดคล้องกับสถานการณ์วุ่นวายในบ้านเมืองขณะนี้ และมีการประเมินผลปฏิบัติในที่ประชุมว่า ตั้งแต่ระยะเวลาที่มีการปรับแผนไปแล้วมีพื้นที่ใดสนองตอบนโยาบายอย่างเคร่งครัดบ้าง โดยภาพรวมประเมินผลนั้นถือว่า ใช้ได้พอสมควร ในเรื่องการปรับการตั้งจุดตรวจ และการกดดันต่างๆ และการเคลียร์จุดตรวจเดิมทั้งหมดของสถานีตำรวจ โดยเน้นพื้นที่เป้าหมายที่น่าจะมีการก่อเหตุมากที่สุดเป็นหลัก วางระบบสายตรวจทั้งนอกเครื่องแบบและที่เสริมเข้าไปคือในเครื่องแบบ พร้อมอาวุธ เพื่อป้องกันอันตรายในชีวิตและทรัพย์สินให้กับพี่น้องประชาชน เรื่องที่ 2 เป็นเรื่องงานสืบสวนโดยเน้นให้ไปกดดัน กลุ่มบุคคลหรือแก๊งต่างๆที่มีประวัติ และมีแนวโน้มว่าจะก่อเหตุอาชญากรรม

 พล.ต.ต.ปิยะ กล่าวต่อว่า ผบช.น.สั่งการในที่ประชุมให้ทุกหน่วยไปวางระบบในการกำกับงานที่ชัดเจนมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งทั้งก่อนเกิดเหตุและหลังเกิดเหตุ เช่นกรณีเหตุในท้องที่ สน.บางพลัด เมื่อมีเหตุเกิดซ้ำแล้วไม่ดำเนินการตามขั้นตอนของการปฏิบัติอย่างเค่งครัดปล่อยให้มีเหตุเกิดอีก จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.ไพศาล เชื้อรอด ผบก.น.7 ต้นสังกัดออกคำสั่ง บก.น.7 ให้ย้าย พ.ต.ท.ศุภมิตร สุขเจริญ รอง ผกก.ปป.สน.บางพลัด ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบโดยตรง ไปปฏิบัติราชการที่ฝ่ายอำนวยการ กองบังคับการตำรวจนครบาล 7 โดยไม่มีกำหนดมีผลตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายลง และให้ พ.ต.ท. กฤชพล พิชิตภัย รองผกก.ปป.สน.ศาลาแดง มาปฏิบัติหน้าที่แทน ส่วน ผกก.นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาโทษยังไม่มีคำสั่งการแต่อย่างใด

 " ในท้องที่อื่นๆก็เช่นเดียวกันหากปล่อยปะละเลยให้เกิดเหตุร้ายแรงซ้ำซ้อนในพื้นที่ก็จะต้องถูกสั่งปรับย้าย แต่การปรับย้ายนั้นไม่ใช่เกิดเหตุแล้วสั่งย้ายทันที จะต้องดูขั้นตอนการปฏิบัติงานและมาตรการในการป้องกันเหตุด้วย ส่วนกรณีของ พ.ต.ท. เชษฐา สว่างสุข รอง ผกก.ปป.สน.บางยี่ขัน ไม่ได้มีการสั่งปรับย้ายเพราะ พ.ต.ท.เชษฐา ติดภารกิจ เข้าโรงเรียน ผกก.อยู่แล้ว จึงมีคำสั่งให้ พ.ต.ท. สุรสิทธิ์ สุทธิพันธุ์ รอง ผกก.ปป.สน.บางเสาธง มาปฏิบัติหน้าที่แทน เนื่องจาก สน.บางเสาธง นั้นไม่มีพื้นที่เสี่ยง ในการก่อเหตุ ทั้งนี้ ผบช.น.ได้มอบนโยบายให้ทุก บก.ในกรณีที่ไม่มีผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ให้สามารถปรับเอา สน.ที่ไม่มีเหตุมาปฏิบัติหน้าที่ได้ชั่วคราว " โฆษก บช.น.กล่าวและว่า

 พล.ต.ท.สัณฐาน มอบหมายให้ทุก บก.และทุก สน.ไปกำหนดลำดับความสำคัญในพื้นที่ เช่น ในท้องที่ของตัวเองมีสถานที่สำคัญใดบ้างที่มีแนวโน้มความเสี่ยงมากที่สุด แล้วให้เร่งดำเนินการจัดกำลังตำรวจไปดูแลตรวจตรารักษาความปลอดภัย นอกจากนี้ยังสั่งการให้ บก.จร. จัดกำลังตำรวจจราจร ไปดูแลพื้นที่สูงทั้งหมด ทั้งโทล์เวย์ ทางด่วนทุกจุด และทางคู่ขนานลอยฟ้า ส่วนสายงานที่ด้านการปราบปรามนั้น ผบช.น. มอบหมายให้ รองผบก.ที่ ทุกนาย ที่รับผิดชอบงานด้านปราบปรามโดยตรง ดำเนินการในงานนั้นๆโดยเฉพาะ ห้ามทำหน้าที่ซ้ำซ้อนกับงานอื่น เพื่อจะได้รับผิดชอบหน้างานได้อย่างเต็มที่ ซึ่งภายหลังจากเสร็จสิ้นการประชุมก็จะให้เลือก รองผบก.ที่มีความสามารถมากที่สุดในการดูแลงานด้านสายตรวจมารับผิดชอบโดยตรง และมีการคาดโทษเอาไว้ว่า หากบกพร่องต่อหน้าที่ก็จะโยกย้ายให้ นายตำรวจระดับ รอง ผบก.ฝ่ายอำนวยการซึ่งมี บก.ละ 4 นายไปทำหน้าที่แทน