
เฉลิมแนะพักม็อบสงกรานต์ยืนซักฟอก19เม.ย.
พท.ประชุมใหญ่ จิ๋ว เหน็บอย่าปล่อยให้ผู้ปกครองไม่มีความรู้นำปท. เฉลิม พลิกชี้แดงชนะเกือบ 70 เปอร์เซ็นต์ หากหยุดชุมนุมช่วงสงกรานต์จะยื่นญัตติซักฟอก 19 เม.ย.
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 30 มี.ค.ที่ชั้น 10 พรรคเพื่อไทย มีการประชุมใหญ่สามัญประจำปีพรรคเพื่อไทย ประจำปี 2552 ภายใต้สโลแกน “เพื่อไทย…เพื่ออนาคตของประเทศไทย” มีคณะกรรมการบริหารพรรค ส.ส. ประธานสาขา และสมาชิกเข้าร่วมพร้อมเพียง มีนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ หัวหน้าพรรค เป็นประธานดำเนินการประชุม และมีเจ้าหน้าที่กกต.มาสังเกตการประชุมด้วย โดยที่ประชุมมีมติรับรองงบดุล ปี 2552 และมีมติรับรอบระเบียบวาระที่สำคัญตามลำดับ
จากนั้น น.ส.สุณีย์ เหลืองวิจิตร เลขาธิการพรรค เสนอแผนการดำเนินการปี 2553 -2554 คือ 1.แผนงานทางการเมือง ที่จะทำนโยบายของพรรคที่สามารถพิสูจน์ได้ว่าปฏิบัติได้จริง เพื่อนำไปสู่การเป็นนโยบายของรัฐบาลต่อไป อีกทั้งมีแผนการบริหารงานด้านการเมือง ที่จะตั้งทีมงานการเมืองทั้งระดับพรรค ระดับภูมิภาค ลงไปถึงระดับพื้นที่ให้ครอบคลุมทั้งประเทศ เพื่อนำนโยบายของพรรคลงไปเผยแพร่ 2.แผนการบริหารพรรค ภายใต้โครงสร้างของหน่วยงานสำนักงานใหญ่ และสาขาพรรค เพื่อสนับสนุนกิจกรรมทางการเมือง รวมถึงการณรงค์หาเสียงเลือกตั้งด้วย
จากนั้นพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย กล่าวบรรยายหัวหัวข้อ “เพื่อไทย…เพื่ออนาคตของประเทศไทย” มีใจความว่า จะปล่อยผู้ปกครองที่ไม่มีความรู้ด้านความมั่นคงทำให้บ้านเมืองล่มสลายไม่ได้ จึงตัดสินใจมาเล่นการเมืองอีกครั้ง ตอนแรกได้เสนอแนวทางแก้ปัญหา โดยเป็นโซ่ข้อกลาง สุดท้ายทำไม่ได้ เพราะคนเป็นโซ่ข้อกลางต้องมีพลังมาก เช่น องค์กรสหประชาชาติ จนมีคนบอกว่าเป็นโซ่สนิมซึ่งก็ต้องยอมรับ ต่อมาคู่ขัดแย้งเป็นพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์ ประชาชนชี้ให้ตนมาอยู่พรรคเพื่อไทย เมื่อมาอยู่ตรงนี้ต้องหันหลังให้ฝ่ายตรงข้าง จะถูกต่อว่าอย่างไรก็ไม่ตอบ แต่จะหันหน้าไปหาประชาชน ทำงานเพื่อประชาชน
พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า วันนี้มารายงานหลังจากเข้ามาทำงานตั้งแต่เดือนต.ค.2552 เข้ามาแล้ว 6 เดือน ทำงานเสร็จไปแล้วหลายอย่าง บ้านเมืองมีความขัดแย้งตลอด 78 ปีที่เกิดในรูปแบบต่างๆ จนถึงวันนี้ความขัดแย้งยังอยู่ในรูปแบบเดิม คือ ความเห็นทางการเมืองที่แตกต่างกัน เป็นความขัดแย้งที่เกิดมาจากสังคมที่มีคนรวยนิดเดียว คนจนมหาศาล ความเป็นอยู่แตกต่างกัน วันนี้บทบาทของพรรคการเมืองจึงสำคัญที่สุด การเมืองเป็นเรื่องหลักนำเศรษฐกิจ บทบาทของนักการเมืองต้องพิจารณาแก้ปัญหาของประเทศให้หลุดพ้นจากการเป็นประเทศด้อยพัฒนา ที่พัฒนาแล้วก็หยุด และถอยหลังแบบนี้ทุกครั้ง ดังนั้นการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศที่ตกต่ำเหลือเกินต้องพัฒนาให้กลับมายิ่งใหญ่ ท่านมีภาระที่ยิ่งใหญ่ บ้านเมืองต้องกลับมาเป็นประชาธิปไตย ที่เป็นความมุ่งหมายของพรรคเพื่อไทยและคนเสื้อแดงที่ตรงกัน โดยสถาปนาระบอบประชาธิปไตยให้เกิดขึ้น นี้จะเป็นจุดเริ่มต้นพัฒนาประเทศ ความยิ่งใหญ่จะกลับคืนมา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ต่อมาร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง ประธานส.ส.พรรคเพื่อไทย กล่าวช่วงหนึ่งระหว่างประชุมสามัญประจำปีว่า รัฐบาลแม้ยังอยู่ได้ แต่อยู่ยาก วันนี้คนเสื้อแดงชนะแล้ว 60-70 % และถ้าการชุมนุมหยุดพักก่อนช่วงสงกรานต์ ตนจะขอยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจวันที่ 19 เม.ย. เพราะเป็นช่วงที่ประชาชนมองว่างหลังจากที่ได้พักผ่อนช่วงสงกรานต์ ขอยืนยันว่ารอบนี้จะขอพรรคให้มีผู้อภิปราย 9 คน และมีทีเด็ด หลักฐานครบถ้วนล้มรัฐบาลได้แน่นอน ถ้าเป็นไปตามนั้นช่วงวันอภิปรายจะอยู่เดือนพ.ค. และจะขอให้เสื้อแดงฮือออกมาทุกจังหวัดให้แดงทั้งแผ่นดิน โดยตนจะนำคนไปเขย่ารั้วบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนาว่า อย่ายกมือให้รัฐบาล ถ้ารัฐบาลยังดื้อด้าน ไม่ยอมไป จะรวบรวมนักวิชาการไปที่สนามหลวง อภิปรายจี้จุดเดิมๆ ตั้งแต่วันจันทร์ถึงศุกร์ เวลา 17.30-20.30 น. ด่าทุกวัน



