ข่าว

 "คนรุกป่าสู่ป่าเลี้ยงคน"ศรีถาวรพนา
       ตัวอย่างความสำเร็จฟื้น"ป่าเสื่อมโทรม"

"คนรุกป่าสู่ป่าเลี้ยงคน"ศรีถาวรพนา ตัวอย่างความสำเร็จฟื้น"ป่าเสื่อมโทรม"

16 มี.ค. 2552

จาก "ป่ารุกคน คนรุกป่าสู่ป่าเลี้ยงคน คนเลี้ยงป่า" ของชุมชนฟ้าประทานและบ้านศรีถาวรพนา ในท้องที่ต.กกตูม อ.ดงหลวง จ.มุกดาหาร โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ที่วันนี้ผืนป่ากว่า 2,000 ไร่

อดีตเป็นป่าเสื่อมโทรมกลับมาอุดมสมบูรณ์อีกครั้ง ด้วยแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่พระราชทานแนวการพัฒนาพื้นที่แบบเบ็ดเสร็จ 
 จากการประสานหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องดำเนินการร่วมกัน เพื่อเร่งรัดการจัดหา แหล่งน้ำสำหรับอุปโภค-บริโภค และทำการเกษตร ตลอดจนการพัฒนาอาชีพการเกษตร และศิลปาชีพ รวมทั้งการพัฒนาฟื้นฟูสภาพป่าและต้นน้ำลำธาร โดยให้มีการจัดการในลักษณะสหกรณ์การเกษตรหุบกระพง จ.เพชรบุรี
 หากย้อนไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว บ้านศรีถาวรพนา เริ่มก่อตั้งหมู่บ้าน โดยการนำของนายทองโอ พลกล้า พร้อมชาวบ้านในพื้นที่ บางส่วนก็อพยพมาจาก อ.เขาวง และ อ.กุฉินารายณ์ จ.กาฬสินธุ์ เพื่อมาจับจองเป็นพื้นที่ทำกินและพื้นที่อาศัย จนกระทั่งได้รับการจัดสรรที่ดินทำกินจากทางราชการให้ครัวเรือนละ 8 ไร่ และที่อยู่อาศัยหลังคาเรือนละ 1 งาน
 ตำรวจตระเวนชายแดนเข้ามาเป็นผู้ก่อสร้างให้แบบแปลนเดียวกันทั้งหมู่บ้าน มีลักษณะเป็นบ้านปูนชั้นเดียว ปัจจุบันมีประชากรทั้งสิ้น 157 ครัวเรือน ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพเกษตรกรรม เช่น ทำไร่มันสำปะหลัง ปลูกข้าวโพด มีรายได้เฉลี่ย 12,000-15,000 บาทต่อครัวเรือนต่อปี
 "ต้องยอมรับว่า พื้นที่แห่งนี้แต่เดิมที่เคยเป็นพื้นที่ป่าเบญจพรรณที่อุดมสมบูรณ์มาก มีสัตว์ป่าชุกชุมมาก เพราะเป็นป่าต้นน้ำ ต่อมาถูกชาวบ้านบุกรุกแผ้วถางพื้นที่เพื่อจับจองครอบครองทำประโยชน์ปลูกมันสำปะหลัง จนกลายสภาพเป็นพื้นที่เสื่อมโทรมอย่างที่เป็นอยู่ในทุกวันนี้" วิชัย จรูญธรรม เจ้าหน้าที่บริหารป่าไม้ 7 กรมป่าไม้ หัวหน้าโครงการพัฒนาพื้นที่ป่าห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ย้อนอดีตให้ฟัง
 วิชัยเผยต่อว่า ชุมชนฟ้าประทานและบ้านศรีถาวรพนาเป็นหมู่บ้านจัดตั้งโดยกรมป่าไม้ เพื่อรองรับการอพยพของราษฎรออกจากพื้นที่ล่อแหลมในเขตป่าอนุรักษ์ตามแนวทาง "คนอยู่ร่วมป่าเชิงอนุรักษ์และยั่งยืน" ซึ่งเดิมพื้นที่นี้เรียกว่า "ดงด่านขี้" มีห้วยไผ่และห้วยยางขนาบข้างเป็นแนวเขตด้านซ้ายและขวา ครอบคลุมพื้นที่ประมาณ 2,000 ไร่ อยู่ในพื้นที่ป่าสงวนแห่งชาติป่าดงหมู แปลงที่ 3 ซึ่งกันออกจากเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าภูสีฐาน อยู่ในพื้นที่ฟื้นฟูและพัฒนาป่าไม้ในโครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมีสำนักงานป่าไม้จังหวัดมุกดาหารเป็นหน่วยงานหลักในการจัดตั้งดูแลพัฒนาและประสานงานการปฏิบัติการพัฒนาจากส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง 
 หัวหน้าโครงการคนเดิมระบุอีกว่า แนวทางฟื้นฟูสภาพป่าให้กลับมามีความอุดมสมบูรณ์อย่างเดิมนั้น มีด้วยกัน 5 แนวทาง ประการแรก ส่งเสริมการปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง โดยเพาะชำกล้าไม้ ใช้สอยไม้ผลและไม้เศรษฐกิจตามแนวพระราชดำริ ได้แก่ หมากเม่า ไผ่ป่า และหวายดง 
 "เราจะเน้นให้ราษฎรในพื้นที่มีส่วนร่วมในการปลูกพืชอาหารป่า เพื่อสร้างความชุ่มชื้นให้แก่ดินและสนับสนุนการใช้ประโยชน์ในที่ดินอย่างถูกวิธี ทำให้สามารถเพิ่มผลผลิตพืชป่าที่มีความหลากหลายและสามารถใช้ประโยชน์จากหน่อและลำต้นสำหรับการบริโภค และแปรรูปเป็นสินค้าจำหน่ายเพิ่มรายได้เสริมให้แก่พวกเขา"
 วิชัยย้ำว่า ประการต่อมาต้องฝึกอบรมเยาวชนรักษ์ป่าพิทักษ์แผ่นดินแม่ เพื่อให้เยาวชนเป็นแนวร่วมสร้างเครือข่ายการอนุรักษ์ทรัพยากรดินและทรัพยากรน้ำ เพื่อสร้างจิตสำนึกให้แก่เยาวชนและราษฎรมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ป่า และทรัพยากรธรรมชาติ ประการที่สาม อบรมราษฎรอาสาสมัครพิทักษ์ป่า (รสทป.) เพื่อให้ “คน” และ “ป่า” สามารถอยู่ร่วมกันอย่างพึ่งพาอาศัยซึ่งกันและกัน ทำให้ราษฎรเปลี่ยนทัศนคติและพฤติกรรมจากผู้บุกรุกทำลายป่า มาเป็นคนดูแลรักษาและใช้ประโยชน์จากป่าอย่างยั่งยืน 
 ประการที่สี่ ฟื้นฟูสภาพป่าบริเวณต้นน้ำภายในพื้นที่โครงการ โดยการเพาะชำกล้าไม้ชนิดต่างๆ 2 แสนกล้า ได้แก่ ประดู่ สัก ไผ่ สะเดา ขี้เหล็ก นนทรี ยางนา ตีนเป็ด มะกอกป่า พันชาด เม่า เต็ง และส่งเสริมราษฎรในท้องถิ่นปลูกป่าซ่อมแซมป่าเสื่อมโทรมพื้นที่ 1,000 ไร่ และประการสุดท้าย ก่อสร้างฝายต้นน้ำลำธารแบบผสมผสาน (Check Dam) 200 ฝาย เพื่อกักเก็บน้ำไว้บนภูเขา สร้างความชุ่มชื้นให้แก่ป่าไม้ ดิน และบรรยากาศไม่ให้เกิดความแห้งแล้ง โดยใช้แรงงานจากราษฎรในพื้นที่ เป็นการสร้างงานและรายได้แก่ราษฎรด้วย
 ผลสำเร็จของการพัฒนาป่าไม้ที่เห็นชัดเจนเป็นรูปธรรมในปี 2549 ได้แก่ หมู่บ้านศรีถาวรพนาได้รับรางวัลชมเชยด้านการบริหารจัดการพื้นที่ป่าระดับภาค ที่สามารถฟื้นฟูป่าเสื่อมโทรมให้คืนความอุดมสมบูรณ์ โดยที่ราษฎรมีส่วนร่วมอย่างจริงจัง ซึ่งจัดโดยสำนักงาน กปร. เนื่องในโอกาสงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี  
     *******************************
ล้อมกรอบ -"ทองโอ พลกล้า"นักสู้แห่งภูพาน
 ไม่มีใครปฏิเสธ "ทองโอ พลกล้า" แกนนำชาวบ้านศรีถาวรพนาและชุมชนฟ้าประทาน ที่อดีตนั้นได้เดินสวนทางกับภาครัฐ เนื่องจากไม่พอใจในการกระทำของเจ้าหน้าที่รัฐที่ไม่ยอมเข้าใจวิถีชาวบ้านที่ต้องการพื้นที่ทำกิน จนกลายเป็นปัญหาขัดแย้งระหว่างรัฐกับราษฎรอย่างต่อเนื่องและยาวนาน
 "ผมยอมรับว่าเป็นผู้นำพาชาวบ้านบุกรุกป่าแห่งนี้ เพราะอยากได้เพียงแค่ที่ทำกินเท่านั้น ไม่ได้นึกถึงผลเสียที่ตามมา ช่วงนั้นชาวบ้านกับเจ้าหน้าที่รัฐขัดแย้งกันรุนแรงมาก พอชาวบ้านบุกรุกเจ้าหน้าที่ก็จับกุม ใช้กฎหมายดำเนินการ พวกผมก็ประท้วง ต่างฝ่ายต่างก็ไม่ยอม" ทองโอ ย้อนอดีต
 ทองโอเล่าต่อว่า หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงทราบปัญหาที่เกิดขึ้น ก็มีพระราชดำริแนวทางการพัฒนา ด้วยการส่งเสริมอาชีพให้แก่ชาวบ้าน ปลูกจิตสำนึกให้ชาวบ้านร่วมกันอนุรักษ์ผืนป่า ภายใต้โครงการพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำห้วยบางทรายตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จากนั้นมาปัญหาความขัดแย้งระหว่างชาวบ้านกับหน่วยงานภาครัฐจึงยุติลง
 "ชาวบ้านทุกคนมีความรู้สึกว่ามีวันนี้ได้ก็เพราะพระบารมีของพระองค์ท่านจริงๆ ถ้าไม่มีโครงการของพระองค์มาช่วยไว้ในวันนั้น ผมว่าวันนี้ปัญหาความขัดแย้งอาจจะยังไม่ยุติก็ได้" ทองโอกล่าว พร้อมพนมมือขึ้นเหนือศีรษะ
 ปัจจุบันมีหลายกิจกรรมที่ชาวบ้านศรีถาวรพนาและชุมชนฟ้าประทานได้รวมกลุ่มกันดำเนินการจนประสบผลสำเร็จ อาทิ กลุ่มทำจักสาน กลุ่มทอผ้า กลุ่มทำอิฐ กลุ่มแก้วมังกร กลุ่มป้องกันไฟป่า กลุ่มหวายดง และกลุ่มปลูกกาแฟ ซึ่งผลิตภัณฑ์และงานฝีมือของสมาชิกแต่ละกลุ่มล้วนแต่ได้วัตถุดิบมาจากผืนป่าแห่งนี้ทั้งสิ้น 

 

สุรัตน์ อัตตะ