
"สุริยะใส"แนะรบ.จริงใจรับกระแสปฏิรูปประเทศไทย
"สุริยะใส" แนะ รบ.จริงใจรับกระแสปฏิรูปประเทศไทย ติงอย่าหวังใช้กระแสปฏิรูปแค่กลบข่าวม็อบ จี้รบ.สร้างกลไก และมาตรการที่เป็นรูปธรรม วางกรอบปฏิรูปประเทศ ปล่อย ทักษิณ-3 เกลอตกเวทีเป็นสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์ ชี้เวทีเจรจาแค่โต้วาที ไม่เห็นประโยชน์ แนะ 3 เกลอเจ
(30มี.ค.) นายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการพรรคการเมืองใหม่ กล่าวว่า ตนคิดว่ากระแสปฏิรูปประเทศไทยที่หลายฝ่ายออกมาเสนอรัฐบาลนั้น เป็นกระแสที่สร้างสรรค์ และมีความหวังได้ว่าจะพาประเทศฝ่าข้ามวิกฤติได้อย่างแท้จริง แต่รัฐบาลจะต้องจริงใจและมีท่าทีที่เป็นรูปธรรมต่อกระแสนี้ เช่น เร่งดำเนินการเปิดเวทีให้ภาคส่วนต่างๆ ได้สะท้อนปัญหาและเสนอทางออกให้กับประเทศ ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องสร้างกลไกในการประมวลความเห็นและข้อเสนอแนะต่างๆ จากทุกภาคส่วน และมีมาตรการรองรับในทางปฏิบัติ อย่าปล่อยให้กระแสปฏิรูปประเทศไทยเป็นเพียงประเด็นข่าวเพื่อไปกลบกระแสการชุมนุมของกลุ่ม นปช.เท่านั้น
"ถึงเวลาแล้วที่รัฐบาลจะต้องพูดกับคนทุกกลุ่มอย่างจริงจังและจริงใจ และบูรณาการพลังแผ่นดินจากทุกภาคส่วนมาร่วมกันกำหนดอนาคตประเทศไทย หาก นปช.และ พ.ต.ท.ทักษิณ ปฏิเสธหรือไม่เข้าร่วมกระบวนการปฏิรูปประเทศไทยก็จะตกจากเวทีไปเอง และการเคลื่อนไหวก็จะไม่มีความชอบธรรมในที่สุด แกนนำ นปช.รวมทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ก็จะกลายเป็นเพียงสิ่งชำรุดทางประวัติศาสตร์หากปฏิเสธกระบวนการปฏิรูปประเทศไทย วันนี้คนส่วนใหญ่เข้าใจและเห็นด้วยกับเหตุผลของรัฐบาลที่จะไม่ยุบสภา แต่คนทั่วไปยังไม่เห็นเหตุผลและความสำคัญที่รัฐบาลชุดนี้จะขอเวลาอยู่ต่อ" นายสุริยะใส กล่าว
นายสุริยะใส กล่าวอีกว่า ส่วนการเจรจา 2 ครั้งที่ผ่านมาน่าจะเพียงพอแล้ว เพราะคนส่วนใหญ่คงเห็นว่ายากที่จะจบบนโต๊ะเจรจา และการเจรจาก็เริ่มออกนอกลู่นอกทาง แกนนำ นปช.ไปใช้เวทีเจรจาที่มีการถ่ายทอดสดหลอกด่าคนอื่นเอาดีใส่ตัวเอาชั่วใส่คนอื่น ซึ่งไม่ใช่การเจรจาเป็นการโต้วาทีมากกว่า และคงไม่มีประโยชน์หรือคาดหวังอะไรไม่ได้กับเวทีแบบนี้ ที่สำคัญตัวแทน นปช.ไม่มีอำนาจตัดสินใจใดๆ ในการชุมนุมครั้งนี้ต้องรอใบสั่งจาก พ.ต.ท.ทักษิณคนเดียว ถ้าแกนนำ นปช. อยากเจรจาอีก ตนเสนอให้ 3 เกลอไปเจรจากับ พ.ต.ท.ทักษิณแทนเจรจากับรัฐบาลน่าจะหาทางลงได้มากกว่า
การชุมนุมไปเรื่อยๆ แบบนี้ไม่มีวันจะได้ชัยชนะที่แท้จริง ถึงแม้จะมียุบสภาทันทีตามข้อเสนอ นปช.ก็เป็นชัยชนะช่วงสั้นๆ พรรคเพื่อไทยชนะเลือกตั้งก็บริหารประเทศได้ยากเพราะวิกฤติมันรุนแรงและสลับซับซ้อนเกินกว่าจะปล่อยเป็นเรื่องของนักการเมืองตามลำพัง ถึงเวลาแล้วที่แกนนำ นปช.ต้องยอมรับความจริงและพูดความจริงกับมวลชนอย่าใช้การประเมินหรือกิเลสส่วนตัวของแกนนำไปให้ความหวังกับมวลชนจนสุดท้ายจะไม่ได้อะไร
หากแกนนำ นปช.เป็นนักประชาธิปไตยที่แท้จริงก็ต้องยอมรับว่าการต่อสู้ต้องใช้เวลา และทุกครั้งที่ประชาชนลุกขึ้นสู้จะถือเป็นชัยชนะด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว น่าเสียดายที่แกนนำ นปช.มองไม่เห็นความสำคัญของการสะสมชัยชนะ แต่กลับไปวาดหวังปลายทางหรือกำหนดเป้าหมายชัยชนะในสิ่งที่เป็นไปไม่ได้คือการเอา พ.ต.ท.ทักษิณ กลับมามีอำนาจเพราะเป็นนักโทษหนีคดีและเป็นโมฆะบุรุษไปแล้ว



