ข่าว

นักวิชาการแนะรบ.-นปช.กำหนดเงื่อนเวลายุบสภา

นักวิชาการแนะรบ.-นปช.กำหนดเงื่อนเวลายุบสภา

30 มี.ค. 2553

นักวิชาการอิสระและอดีตประธานพีเน็ต จ.บุรีรัมย์ แนะรัฐบาล-นปช.ควรตกลงเงื่อนเวลายุบสภาที่เหมาะสมในทางลับ ขณะที่กลุ่มการเมืองภาคพลเมืองออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา เพราะไม่ใช่ทางออกของปัญหา

 วันนี้ (30 มี.ค.) ผศ.นิรันดร์ กุลฑานันท์ นักวิชาการอิสระและอดีตประธานพี.เน็ต.จ.บุรีรัมย์ กล่าวแสดงความเห็นว่า ควรยุบสภาเพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชนเป็นผู้ตัดสินชี้ชะตาอนาคตบ้านเมือง หลังรัฐบาลและแกนนำ นปช.ได้เปิดโต๊ะเจรจาเป็นครั้งที่สอง และมีความเห็นพ้องให้มีการยุบสภาแต่ผิดที่เงื่อนไขเวลาเท่านั้น ดังนั้นเห็นว่าทั้งสองฝ่ายควรจะมีการตกลงเงื่อนเวลาในการยุบสภาในทางลับเพื่อหาทางออกให้กับบ้านเมืองเพราะขณะนี้กำลังอยู่ในขั้นวิกฤติแล้ว แต่ไม่ควรเจรจาเปิดเผยในที่สาธารณะ เพราะต่างฝ่ายต่างชิงความได้เปรียบทางด้านการเมือง ทำให้การเจรจามีข้อสรุปที่ชัดเจน

 ผศ.นิรันดร์ ยังกล่าวอีกว่า หลังการเจรจาก็ให้ทั้งสองฝ่ายไปพูดคุยกับกลุ่มสมาชิกของแต่ละฝ่าย โดยกลุ่มคนเสื้อแดงก็ไปคุยกับกลุ่มคนเสื้อแดงให้มีการสลายการชุมนุม หลังจากนั้นทั้งสองฝ่ายก็ลงพื้นที่หาเสียง เตรียมการเลือกตั้งให้เป็นไปตามระบอบประชาธิปไตย และไม่ควรออกมาเคลื่อนไหวให้บ้านเมืองเกิดความวุ่นวายซ้ำอีก                 

 ขณะที่สมาชิกเครือข่ายองค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จ.บุรีรัมย์ หรือกลุ่มการเมืองภาคพลเมือง จากทั้ง 23 อำเภอ ได้ร่วมกันออกมาเคลื่อนไหวแสดงจุดยืนไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา จากแรงกดดันของมวลชนกลุ่มเสื้อแดงในขณะนี้ โดยระบุว่าการยุบสภาไม่ใช่ทางออกของปัญหา ควรจะปล่อยให้เป็นไปตามกลไกทางการเมือง โดยให้รัฐบาลชุดนี้บริหารไปจนครบวาระ หากมีการยุบสภาเลือกตั้งใหม่ ก็อาจจะมีคนบางกลุ่มไม่พอใจออกมาเคลื่อนไหวประท้วงให้มีการยุบสภาอีก  ซึ่งจะสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติบ้านเมืองไปอีกไม่จบสิ้น พร้อมชี้ว่าไม่ควรจะให้ตัวแทนของทั้งสองฝ่ายเพียง 6 คน  มากำหนดชะตาอนาคตบ้านเมืองและตัดสินใจแทนคนทั้งประเทศ                 
 นายประเสริฐ เลิศยะโส และนายปราโมทย์ หอยมุข ที่ปรึกษาองค์การตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐ จ.บุรีรัมย์ เห็นตรงกันว่า การยุบสภาจะส่งผลเสียกับประเทศชาติบ้านเมืองมากกว่าผลดี ซึ่งปัญหาความขัดแย้งของบุคคลบางกลุ่ม กับรัฐบาลไม่ได้เกี่ยวข้องกับสภา จึงขอให้ประชาชนได้เข้าใจว่าการจะยุบสภาหรือไม่ยุบสภา ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลหรือคนบางกลุ่ม การตัดสินใจน่าจะเป็นการอำนาจของประชาชนทั้งประเทศมากกว่า