ข่าว

"บิ๊กจิ๋ว"บี้รัฐบาลยุบสภาใน2เดือน

"บิ๊กจิ๋ว"บี้รัฐบาลยุบสภาใน2เดือน

30 มี.ค. 2553

"บิ๊กจิ๋ว" บี้รัฐบาลยุบสภาใน 2 เดือน 9 เดือนนานไป เหน็บบรรหารนยังเกาะรัฐบาล บอกต้องนึกถึงบ้านเมือง “ บุญจง”ย้ำจุดยืนภท.แก้กติการธน.ปี50

(30มี.ค.)พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรอบเวลา 9 เดือนของนายกฯก่อนยุบสภา ว่า อย่างน้อยที่สุดนายกฯก็ยอมรับ และคนส่วนใหญ่ก็ยอมรับว่าต้องยุบสภา เหลือประเด็นเดียวคือช่วงเวลาขนาดไหนถึงจะเหมาะ ดึงแต่ละฝ่ายไปพิจารณากัน การที่จะใช้เวลาเท่าไหร่อยู่ที่ภาระหน้าที่ที่จะทำอะไร

 วันนี้หน้าที่เราต้องแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่กำลังเกิดขึ้น และกำลังจะทวีความรุนแรง ปัจจัยเวลาเป็นเรื่องสำคัญ เพราะฉะนั้นน่าจะใช้เวลาที่เร็วที่สุดที่จะจัดระเบียบต่าง ๆได้ทันการณ์ ไม่ใช่ทำตามปกติ ทำอย่างโน้นเสร็จ ต้องมาทำอย่างนี้ ใช้เวลา 3-4 เดือนแล้วต้องไปขอความเห็นชอบจากประชาชนอีก มันยุ่งยากมากเกินไป  และไม่มีเวลาพอ  แต่เวลานี้ค่อนข้างจะวิกฤต เพราะความขัดแย้งของผู้คนมาก และต้องการให้เกิดความเปลี่ยนแปลง เพราะทนไม่ไหวต่อการบริหารงานที่ไม่บริสุทธิ์ คอร์รัปชั่นสูง เป็นที่รู้ของคนทั่วไป สถาบันต่าง ๆเสียหายมาก วันนี้ต้องช่วยกันแก้ไข  เพราะฉะนั้น 9 เดือนคงไม่เหมาะ

 ผู้สื่อถามว่าควรจะใช้เวลาเท่าไหร่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ต้องนั่งคุยกัน แต่ 9 เดือนคงจะไม่ถูกแน่  แต่ข้อเสนอ 15 วันของกลุ่มคนเสื้อแดงความจริงแล้วไม่ใช่ 15 วัน แต่จะต้องบวกไปอีก 45 วัน ก็เกือบจะ 2 เดือนน่าจะเพียงพอในการแก้ไขปัญหาเร่งด่วน ซึ่งผมก็เห็นด้วยกับเสื้อแดง ส่วนข้อเสนอของคณาจารย์ระบุว่าเวลาที่เหมาะสมควรจะเป็น 3 เดือนก็ต้องมาดูกันอีกที ซึ่งอาจจะบอกว่า 2 เดือนก็คงจะพอ ซึ่งก็น่าจะพูดกันได้ แต่ไม่ใช่ 9 เดือน  เมื่อถามว่านายวีระ มุสิกพงศ์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงก็เสนอ 2 เดือนแต่นายกฯก็ไม่เห็นด้วย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า นายกฯคงมองเห็นสถานการณ์วันนี้ปกติหรืออย่างไร เราจะแก้ไขสถานการณ์หรือเอาระเบียบแบบแผน เราต้องเอาประเทศชาติอยู่รอด เอาสังคมให้อยู่รอดนี่คือหัวใจ เสื้อแดงก็มีเหตุผลของเขา

 เมื่อถามว่าเป็นไปได้หรือไม่ที่ทั้งสองฝ่ายจะถอยกันคนละก้าว พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ถ้าจะพบกันครึ่งทางหลักคงไม่ใช่ง่าย ๆอย่างนั้น ก็ต้องนำข้อเสนอทั้งสองมาพิจารณาว่าอันไหนจะเหมาะกว่ากัน แต่สิ่งสำคัญคืออันไหนเป็นปัจจัยสำคัญสูงสุดในการดำเนินการ  เมื่อถามว่า 2 เดือนถือว่าเป็นจุดยืนของพรรคเพื่อไทยด้วยหรือไม่  พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า เราต้องยืน 15 วันตามเสื้อแดงก่อน ซึ่งพรรคเพื่อไทยยังไม่ได้พูดกันเรื่องนี้ แต่พวกเราฟังเสียงแล้วส่วนใหญ่ทุกคนบอกว่ายุบเถอะ อยู่กันทำไม เมื่ออยู่แล้วเสียหายลงทุกวันอย่างนี้

 เมื่อถามว่ารัฐบาลระบุว่าไม่ใช่แค่รัฐบาลกับกลุ่มเสื้อแดงต้องคุยกันเท่านั้นแต่ยังมีประชาชนส่วนใหญ่ด้วย พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ถ้าทุกคนเห็นปัญหาของชาติเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องแก้ไข ความเร่งด่วนพวกเราก็ทราบกันดี ทุกคนห่วงใยทั้งนั้น  ไม่ใช่ทิ้งระยะเวลาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เป็นเรื่องธรรมดา ซึ่งเป็นปัจจัยที่ต้องนำมาพิจารณา

 ผู้สื่อข่าวถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตหัวหน้าพรรคชาติไทยยังยืนยันที่จะร่วมรัฐบาลกันต่อไป พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ถ้าหากบ้านเมืองมีความจำเป็นเสียหาย แล้วบอกว่าเอาตัวเราเป็นหลักมันไม่ถูก ไม่ใช่วิสัยของนักการเมือง แต่ควรต้องนึกถึงปัญหาของบ้านเมืองเหนือสิ่งอื่นใด  เมื่อถามว่าจะเริ่มต่อสายคุยกันเพื่อหาทางออกเมื่อไหร่ พล.อ.ชวลิต กล่าวว่า ยังไม่ได้เดิน ไม่ใช่รังเกียจแต่ไม่อยากให้เข้าใจว่าไปเดินเพื่อชักชวนให้พี่น้องนักการเมืองทำอย่างนั้นอย่างนี้ ไม่ใช่อย่างนั้น แต่เราต้องการเสนอปัญหา และหาทางแก้ไขปัญหาร่วมกัน

“ บุญจง”ย้ำจุดยืนภท.แก้กติการธน.ปี50

 นายบุญจง วงศ์ไตรรัตน์ รองหัวหน้าพรรค และรมช.มหาดไทย กล่าวถึงการเจรจาระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และแกนนำเสื้อแดง นายบุญจง รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวว่า หากจะยุบสภา จุดยืนของพรรค คือ ต้องให้แก้กติกาเสียก่อน คือ รัฐธรรมนูญ ปี 2550 ที่กลุ่มเสื้อแดงก็เคยออกคัดค้านว่าไม่ชอบธรรม ดังนั้นถ้ายุบสภาแล้วยังใช้ รธน. ปี 2550 ที่เป็นกติกาเดิมก็ไม่สมเหตุสมผล ดังนั้นต้องแก้รัฐธรรมนูญก่อนยุบสภา ส่วนเงื่อนไขเรื่องเวลาพรรคภูมิใจไทย ไม่ติดใจ แต่ขอให้แก้รธน. ก่อน ซึ่งหากเทียบเวลา 9 เดือนที่รัฐบาลเสนอ ก็ถือว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม เพราะ ถ้านำข้อเสนอเกี่ยวกับการแก้ รธน. 6 ประเด็นไปทำประชามติก็ใช้เวลา 3 -4 เดือน จากนั้นเวลาที่เหลือเป็นขั้นตอนการนำเข้าประชุมสองสภาใน 3 วาระ และเมื่อมีการทำประชามติที่เป็นเสียงประชาชนแล้วถ้าบอกว่าเห็นด้วยให้แก้ รธน. ก็เชื่อว่าในรัฐสภาไม่มีใครขัดข้อง แต่ถ้าประชามติออกมาว่าไม่แก้ ทุกคนก็ต้องฟังเสียงประชาชน

 เมื่อถามว่า จะแก้ปัญหาที่ล่าสุดกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ออกมาคัดค้านการแก้ รธน. อย่างไร นายบุญจง กล่าวว่า ในการแก้ปัญหาก็ต้องเสียงจากทุกฝ่าย ซึ่งการทำประชามติเป็นทางออก แต่จะต้องทำให้กรอบชัดเจนก่อนว่าจะถามประชาชนเรื่องอะไรบ้าง และเมื่อผลออกมาทุกสี ก็ต้องยอมรับ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยยอมรับได้

 เมื่อถามว่า ที่รอยุบสภาในเวลา 9 เดือน เพราะรอให้ผ่านงบประมาณ ปี 2554 ในช่วงเดือนตุลาคมหรือไม่ นายบุญจง ได้แต่พยักหน้าโดยไม่ตอบคำถาม

 เมื่อถามย้ำว่า เวลานี้ถือเป็นนาทีทองที่จะพรรคภูมิใจไทยจะเร่งผลักดันแก้ รธน. หรือไม่ นายบุญจง กล่าวยืนยันว่า การแก้ รธน. เป็นจุดยืนของพรรคมาโดยตลอด และเชื่อว่าในการทำประชามติถ้าออกมาอย่างไรพรรคประชาธิปัตย์จะไม่กล้าเบี้ยว เพราะสถานการณ์ครั้งนี้มีความแตกต่างไปจากเดิม ส่วนการเจรจานอกรอบที่จะเกิดขึ้นระหว่างนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และแกนนำเสื้อแดง เชื่อว่าจะได้ข้อสรุปอย่างแน่นอน เพราะท่าทีของแกนนำเสื้อแดงก็อ่อนลง

 สำหรับการเคลื่อนไหวของกลุ่มเสื้อแดง นายบุญจง รมช.มหาดไทย กล่าวว่า ประเมินว่ากลุ่มเสื้อแดงอาจพักกลับบ้านในช่วงวันหยุดเทศกาลสงกรานต์ เพราะเป็นประเพณีไทยที่จะต้องกลับไปเยี่ยมพ่อแม่ แล้วหลังสงกรานต์อาจกลับมาใหม่ ซึ่งคิดว่าไม่มีปัญหาในการดูแลการชุมนุม

 เมื่อถามว่าเป็นห่วงหรือไม่ว่าพรรคภูมิใจไทยจะตกเป็นเป้าหมายวางระเบิด หลังเกิดเหตุระเบิดใกล้บ้านพักนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา พรรคร่วมรัฐบาล นายบุญจง กล่าวว่า เป็นห่วงเหมือนกัน ก็อย่ามาเลย ขอให้พูดคุยกันดี ๆ ส่วนที่มองว่ามีกลุ่มเสื้อน้ำเงิน เข้าไปสร้างสถานการณ์นั้น ยืนยันว่าไม่มี

"เทพไท"อัดแกนนำแดงเลี้ยงไข้ม็อบ

 เมื่อเวลา 15.00 น.นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ แถลงข่าวกรณีการเจรจารอบสองของรัฐบาลและแกนนำแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จ แห่งชาติ (นปช.) ล้มเหลว ว่า แกนนำพยายามที่จะให้การเจรจาล้มเหลว โดยมีข้อสังเกตสามประการคือ 1.ระหว่าง การเจรจานายจตุพร พรหมพันธุ์ พยายามที่จะตีรวนและเปิดประเด็นโดยเอาเรื่องที่ไมเกี่ยวกับสาระการเจรจามา พูด เป็นการนำเรื่องเพื่อหวังให้เกิดความไม่ราบรื่นระหว่างการเจรจา 2.ระหว่าง การเจราจาที่เวทีการชุมนุมของคนเสื้อแดงนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ปลุกระดมตลอดเวลาเหมือนตั้งธงไว้ก่อนว่าการเจรจาจะไม่ประสบความสำเร็จ และ 3.หลัง การเจราจล้มเหลวแล้วจะห็นได้ว่าได้มีวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ว่าให้การสนับสนุนการล้มโต๊ะเจรจาและประกาศว่าตั้งแต่นี้ต่อไปต้องเจรจาให้ คอนเวิร์สทางใครทางมัน ยุยงปลุกปั่นให้ผู้ชุมนุมหยัดยืนเพื่อล้มรัฐบาลให้ได้

 นายเทพไท กล่าวว่า จากปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้น ที่คิดว่าน่าจะนำไปสู่การล้มเหลวของการเจรจามีอยู่ด้วยกัน 5 ประการ คือ 1.ผู้ เข้าร่วมการชุมนุมได้รับการปลุกระดมให้มีอารมณ์รุนแรง หลังจากรอบแรกการเจรจาของแกนนำล้มเหลวทำให้เกิดความผิดหวังและเดินทางกลับ บ้านและคืนนั้นก็มีการสร้างปลุกจิตสำนึกให้มาร่วมต่อสู้ โดยตนประเมินว่าการเจรจารอบแรกล้มเหลวทำให้ผู้เข้าร่วมชุมนุมไม่พอใจ 2. อยู่ที่ผู้เจราจา ซึ่งคิดว่าหากนายวีระ มุสิกพงศ์ เป็นคนเจรจาคนเดียวหรือนำคนเจรจา เช่น นายจรัญ ดิษฐาภิชัย มาเจรจาคงจะเหมาะสมกว่า เพราะนายจตุพร และน.พ.เหวง โตจิราการ ไม่เหมาะสมที่จะมาเจรจาการเมืองบนโต๊ะ ถ้าจะเอาแนวนี้นายวัชระ เพชรทอง นายบุญยอด สุขถิ่นไทย ส.ส.กทม.และนายอภิชาติ สุภาแพ่ง ส.ส.เพชรบุรี พรรคประชาธิปัตย์ก็สามารถรับมือคนเหล่านี้

 นายเทพไทกล่าวอีกว่า 3.น่า จะเกิดจากวิธีการเจรจาที่มีการถ่ายทอดสดทำให้แกนนำ นปช.ฉวยโอกาสหาเสียงผ่านฟรีทีวี พยายามยกประเด็นทางการเมืองเหมือนการปราศรัยบนเวทีเสื้อแดงมาพูดคุย เชื่อว่าหากไม่มีการถ่ายทอดสดก็น่าจะทำให้บรรยากาศดีกว่านี้ 4.มา จากสิ่งแวดล้อมของแกนนำ นปช.ที่มีการวิเคราะห์สถานการณ์เมืองผิดพลาด เช่น บอกว่าเสื้อแดงจุดติดแล้ว คนกทม.เข้ามาร่วมจำนวนมาก ทัศนะของกลุ่มฮาร์ดคอร์ ส.ส.เพื่อไทย สมาชิกบ้านเลขที่ 111 ที่อิจฉานายกรัฐมนตรี ผ่านความเห็นของนายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย พยายามกล่าวหาว่าเป็นเพราะอยากอยู่ในตำแหน่งนานๆ รวมไปถึงท่าทีของ พล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ประธานพรรคเพื่อไทย ที่ระบุว่าการใช้เวลา 9 เดือนนานเกินไปไม่ทันสถานการณ์ รวมไปถึงท่าทีของโฆษกพรรคเพื่อไทยที่กล่าวหาบิดเบือนว่านายกฯถูกบีบให้เจรจา และนายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ ต้องการให้ยุบสภา ซึ่งเป็นความเท็จทั้งสิ้น และ 5.มาจากการที่ พ.ต.ท.ทักษิณที่พยายามบงการให้ม็อบคนเสื้อแดงอยู่ต่อไป ถ้าการเจรจา 9 เดือน พ.ต.ท.ทักษิณคงทนไม่ได้เพราะทำให้รัฐบาลอยู่อำนาจและเกิดความเสียหายกับตัว เอง โดยเฉพาะกระแสคะแนนนิยมลดลงไปเรื่อยจึงต้องการให้ยุติการเจรจาและแตกหักกับ รัฐบาลโดยทันที

 นายเทพไท กล่าวว่า รัฐบาลมีความจริงใจและพร้อมเจรจา การเจรจาทั้งสองวันถือเป็นประวัติศาสตร์ที่นายกฯลงไปเจรจากับม็อบข้างถนน ไม่เคยมีนายกฯคนใดให้ความสำคัญกับม็อบ แต่นายกฯก็มีความจริงใจที่จะเสนอทางออกให้กับประเทศ เพราะรอบแรกนปช.เสนอให้ยุบสภาภายใน 15 วัน รัฐบาลก็เสนอไป 9 เดือน แต่น่าเสียดายที่แกนนำ นปช.ปฏิเสธทันที ทั้งๆ ควรมีการเจรจารอบสาม แต่นายจตุพรก็รีบตัดบท เหมือนไม่อยากให้มีการเจรจาอีกต่อไป อยากเรียนว่านายกฯพร้อมที่ชี้แจงขั้นตอนของแผนการหรือโรดแมบต่อแกนนำนปช.และ สังคมเพื่อให้มีการตรวจสอบปรับปรุง และการที่นายจตุพรประกาศว่าจะยกระดับการชุมนุมต่อสู้ก็คงเป็นเพราะ 1.ต้องการทำม็อบต่อไปเหมือนหมอเลี้ยงไข้ผู้ป่วย หากจบเร็วก็หมดหนทางทำมาหากินบนหลังผู้ชุมนุม จึงพยายามยื้อการชุมนุม 2.ระหว่าง แกนนำนปช.และ พ.ต.ทั.ทักษิณต่างมีผลประโยชน์ร่วมกันเหมือนผีหลอกผี พ.ต.ท.ทักษิณต้องการให้มีการชุมนุมเพื่อให้ได้อำนาจคืน แกนนำหลอก พ.ต.ท.ทักษิณต้องการดำเนินการชุมนุมหวังเอาเงินทอนกลับ อย่างไรก็ตาม รัฐบาลยังให้โอกาสพร้อมเจรจาเพราะมีเป้าหมายเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและ ประชาชน