ข่าว

วิกฤติแล้งชัยภูมิแหล่งน้ำขนาดใหญ่12แห่งแห้งขอด

วิกฤติแล้งชัยภูมิแหล่งน้ำขนาดใหญ่12แห่งแห้งขอด

30 มี.ค. 2553

เตือนรับมือวิกฤตภัยแล้งหนัก แหล่งน้ำขนาดใหญ่ 12 แห่งทั้งจังหวัดเริ่มแห้งขอด เหลือน้ำปล่อยให้ใช้ไม่ถึง "พฤษภาคม" ประปาเริ่มใช้มาตรการเข้มเปิดปิดเป็นเวลา ผู้ว่าฯเดือดผลกระทบจากเผาป่าตอซังข้าวลามหนักทำน้ำใต้ดินระเหยเร็วผิดปกติอาการร้อนจัด สั่งจับไม่เลี้ยงใค

 ( 30 มี.ค.) นายวันชัย  สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า สถานการณ์ภัยแล้ง จ.ชัยภูมิ ขณะนี้ถือว่าหนักสุดกว่าทุกปีที่ผ่านมามีประชาชนเดือดร้อนแล้วกว่า 350,000 คน เทียบจากปีที่แล้วมีเพียง กว่า150,000 คน และโดยเฉพาะสถานการณ์แหล่งเก็บกักน้ำขนาดใหญ่ทั้งหมดของจังหวัดที่มีกว่า 12 แห่ง ทั้งเขื่อนจุฬาภรณ์ และเขื่อนลำปะทาว ขณะนี้มีปริมาณลดลงมาเหลือไม่ถึง 57 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งแต่ละแห่งต้องเหลือน้ำเลี้ยงสันเขื่อนไว้ไม่ให้น้อยกว่า 40 เปอร์เซ็นต์ และจากนี้ไปปริมาณที่จะสามารถปล่อยลงมาให้ประชาชนได้ใช้อุปโภค บริโภคจะไม่เกินเดือน พ.ค.นี้

 ปัญหาที่น่าห่วงมากขณะนี้ในเรื่องผลกระทบภัยแล้งให้หนักมากขึ้น คือ การเผาป่า ตอซังข้าวจำนวนมาก ซึ่งเป็นเรื่องที่น่ากลัวมากทำให้เกิดอากาศร้อนจัดในหลายพื้นที่ และกระทบไปถึงทำให้น้ำใต้ดิน และตามแหล่งกักเก็บต่างๆระเหยทิ้งเร็วขึ้นอย่างน่าตกใจ ทางจังหวัดจึงได้มีคำสั่ง เป็นมาตรการเร่งด่วนไปยัง ผู้ใหญ่บ้าน กำนัน ทุกตำบล และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด พบใครดำเนินการเผาตอซังข้าวในพื้นที่ให้ดำเนินการจักกุมทันทีและส่งฟ้องศาลดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดทุกรายให้ถึงที่สุด
 
 ขณะเดียวกันด้านการช่วยเหลือพื้นที่ในทุกอำเภอ 16 อำเภอได้ประกาศเป็นเขตประสบภัยทั้งหมดแล้ว และมีการเร่งช่วยเหลือนำรถออกแจกจ่ายน้ำให้ประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนและร้องขอมาแล้วกว่า 4.5 แสนลิตร ซึ่งถือว่ามากเป็นประวัติการณ์กว่าทุกปี จากปีก่อนมีการแจกจ่ายน้ำให้ทั้งปีมีเพียงไม่เกิน 4.1 แสนลิตร แต่มาปีนี้ถือว่าหนักมากเพราะเพียงเดือนเดียวจของเดือนมี.ค.ที่ผ่านมามีการแจกน้ำไปแล้วกว่า 4.5 แสนลิตร คาดว่าจะมีน้ำแจกจ่ายช่วยเหลือราษฎรได้ไม่เกินพ.ค.นี้ ซึ่งเราจะต้องมีมาตรการควบคุมการใช้น้ำประปาให้ปล่อยน้ำเป็นเวลาเข้ามาช่วย และขณะนี้ที่อ.แก้งคร้อ ทางการประปา น้ำประปาไม่พอใช้และต้องใช้มาตรการเปิดปิดเป็นเวลาแล้ว
 
 ในส่วนการแก้ปัญหาระยะยาวต่อไป ทางจังหวัดจะเร่งเสนอของบประมาณจากรัฐบาลลงมาช่วยในเรื่องการขุดสระขนาดใหญ่ประจำตำบล ซึ่งจะต้องมีความลึกแต่ละแห่งไม่น้อยกว่า 3.5 เมตรขึ้น ไป ซึ่งจะสามารถเก็บน้ำไว้ใช้ช่วงหน้าแล้งไม่ให้ระเหยเร็วขึ้นได้ดีกว่า สระแหล่งน้ำขณะนี้ที่มีในแต่ละแห่งมีความตื้นเขินมากและเก็บน้ำไว้ใช้ในช่วงภัยแล้งไม่ได้เลย