ข่าว

บึ้มล่อเป้า...'การเมือง-ทหาร-อำมาตย์'

บึ้มล่อเป้า...'การเมือง-ทหาร-อำมาตย์'

30 มี.ค. 2553

แม้จะพยายามป้องกันอย่างเต็มที่แล้วก็ดูเหมือนว่า ความพยายามของตำรวจ ทหารจะไม่เป็นผลสักเท่าไร มาตรการรักษาความปลอดภัยสถานที่สำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์ทางการเมืองเป้าหมายโจมตียังถูกเจาะได้อย่างง่ายดาย กลายเป็นสงครามสาดโคลนระหว่างภาครัฐกับกลุ่มคนเสื้อแดง ที่ไม่รู

ถึงแม้มาตรการป้องกันความปลอดภัย จะถูกเจาะช่องเข้ามาก่อเหตุได้อย่างต่อเนื่อง แต่อีกด้านหนึ่งหน่วยงานการข่าวก็พยายามเก็บรวบรวมข้อมูลเท่าที่จะทำได้ เพื่อนำมาวิเคราะห์และประเมินสถานการณ์รับมือในอนาคตข้างหน้าพบว่า "เป้าหมาย" มีการเปลี่ยนแปลงไปตามเวลาที่ล่วงผ่าน แต่ส่วนใหญ่ยังเป็นสัญลักษณ์ที่ส่งตรงไปถึง "ทหาร" และระบอบ "อำมาตย์" เป้าใหญ่ที่กลุ่มคนเสื้อแดงต้องการโค่นล้ม

 กลุ่มแรกที่เด่นชัดมากที่สุด คือ ทหาร

 ฐานที่มั่นของทหารถูกผู้ไม่หวังดีไล่ถล่มละเรื่อยมา ตั้งแต่กองพันทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร.1 พัน.1 รอ.) ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงและเขตดินแดง กรุงเทพฯ ถูกคนร้ายยิงเอ็ม 79 ถล่ม 2 ลูก เมื่อวันที่ 15 มีนาคม ถัดมาคนร้ายยิงอาร์พีจีหมายถล่มกระทรวงกลาโหม เมื่อกลางดึกวันที่ 20 มีนาคม ตามด้วยยิงเอ็ม 79 ถล่มกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11 รอ.) เมื่อเช้ามืดวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมา

 เจ้าหน้าที่ด้านการข่าวเชื่อมั่นว่า เป็นฝีมือคนร้ายกลุ่มเดียวกัน !?!

 ถ้าเช่นนั้นก็หมายถึงกลุ่ม ส.ต.ต.บัณฑิต สิทธิทุม ตำรวจนอกรีต คนลงมือยิงถล่มกลาโหม ซึ่งเจ้าหน้าที่มั่นใจว่าน่าจะมีผู้ร่วมขบวนการอีกหลายคน ที่รับงานคอยจับจ้องฉวยจังหวะก่อเหตุสร้างความวุ่นวายอยู่

 กลุ่มที่ 2 คือ สถานที่ราชการและศาล

 วิธีการลงมือของกลุ่มนี้ค่อนข้างชัดเจน คือ เลือกลงมือใน จ.นนทบุรี เป็นหลัก และเป็นหนึ่งในพื้นที่ประกาศ พ.ร.บ.ความมั่นคง เริ่มจากยิงเอ็ม 79 ใส่อาคารที่ทำการสำนักงาน ป.ป.ช.แห่งใหม่ ริมถนนสนามบินน้ำ ต.ท่าทราย อ.เมือง จ.นนทบุรี เมื่อวันที่ 20 มีนาคม อีก 3 วันต่อมามีการประชุม ครม. ณ กระทรวงสาธารณสุข คนร้ายก็ท้าทายอำนาจรัฐอีกครั้งด้วยการยิงเอ็ม 79 ใส่อีก 2 ลูก ก่อนที่คืนวันถัดมาจะเกิดระเบิด 3 จุด ศาลากลางจังหวัดนนทบุรี

 หนึ่งในชุดสืบสวนคลี่คลายคดีมองว่า เป็นการสร้างสถานการณ์ที่ไม่มุ่งหวังชีวิต เพียงแต่ท้าทายและลดเครดิตรัฐบาลกับเจ้าหน้าที่รัฐ อย่างไรก็ดีเขาไม่ฟันธงว่าเป็นฝีมือของกลุ่มไหน เพียงแต่ระบุกว้างๆ ว่าอยู่ใน 7 กลุ่มที่หน่วยการข่าวและความมั่นคงเฝ้าจับตา และ "คม ชัด ลึก" เองก็นำเสนอรายงานมาแล้ว

 เช่นเดียวกับการปาระเบิดเอ็ม 26 ใส่ลานจอดรถศาลปกครองเชียงใหม่ ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ สดๆ ร้อนๆ วันที่ 29 มีนาคม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์ให้ดูวุ่นวาย จนเจ้าหน้าที่รัฐไม่สามารถควบคุมเอาไว้ได้
 
 กลุ่มที่ 3 คือ สื่อมวลชน

 ค่ำคืนวันที่ 27 มีนาคม สถานีโทรทัศน์ 2 ช่องตกเป็นเป้าโจมตี โดยหัวค่ำคนร้ายปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่ประตูทางเข้าสถานีโทรทัศน์ช่อง 5 อีก 3 ชั่วโมงถัดมาช่อง 11 ก็ถูกมือดียิงเอ็ม 79 ถล่ม

 แม้ทั้งสองแห่งจะเป็นองค์กรสื่อ แต่เจ้าหน้าที่ความมั่นคงวิเคราะห์ว่า ยังมีสัญลักษณ์ของทหารและรัฐผสมอยู่ โดยช่อง 5 นั้นเป็นที่รู้กันดีว่าบริหารงานโดยกองทัพ ส่วนช่อง 11 เองก็ถูกมองว่าเป็นสื่อของรัฐ ดังนั้น ในชั้นนี้พวกเขายังไม่มองข้ามไปถึงว่า "สื่อมวลชน" ตกเป็นเป้าโจมตีด้วย

 "เหตุระเบิดในกรุงเทพฯ ตอนนี้เท่าที่วิเคราะห์และประเมินแล้ว น่าจะเป็นฝีมือกลุ่มเดียวกันหมด เพราะมีความเชื่อมโยงอย่างเห็นได้ชัด" หนึ่งในเจ้าหน้าที่การข่าวให้ความเห็น

 กลุ่มที่ 4 คือ นักการเมือง

 เหตุปาระเบิดเอ็ม 67 ใส่กำแพงรั้วบ้านอดีตนายกฯ บรรหาร ศิลปอาชา ซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 ทำให้หน่วยงานข่าวและความมั่นคงเริ่มหันมาสนใจป้องกันกลุ่มการเมืองมากขึ้นกว่าเดิม ?!!

 นับตั้งแต่เกมการเมืองข้างถนนถูกนำขึ้นโต๊ะเจรจา เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นว่ากลุ่มผู้ไม่หวังดีเริ่มมีความพยายามเบนเป้าหมายมาเป็น "กลุ่มการเมืองขั้วรัฐบาล" มากขึ้น เขาให้ความเห็นว่าน่าจะต้องการกดดันให้เกิดการเปลี่ยนขั้วการเมือง ซึ่งจะนำไปสู่การยุบสภาได้เช่นเดียวกัน

 "ที่ผ่านมาอดีตนายกฯ บรรหารไม่ได้ออกมาแสดงบทบาทมากนัก กลุ่มผู้ไม่หวังดีอาจจะคิดว่าระเบิดลูกสองลูก จะทำให้ท่านออกมาขยับแข้งขยับขาบ้าง ในฐานะพรรคร่วมรัฐบาลซึ่งเป็นตัวแปรหลัก จะได้ช่วยกันหาทางออก หนึ่งในสัญญาณที่ได้รับมาก็คือ การเปลี่ยนขั้วจะทำให้เกิดการยุบสภา" นายตำรวจใหญ่ สตช.ให้ความคิดเห็น ก่อนจะฟันธงว่ากรณีนี้เห็นได้ชัด รัฐไม่ใช่คนสร้างสถานการณ์แน่นอน เพราะไม่ได้ประโยชน์อะไรเลย

 "อดีตนายกฯ บรรหารเองก็ออกมาพูดแล้วว่า ให้แก้รัฐธรรมนูญก่อน ถ้าแก้ไม่เสร็จก็ยืดออกไปถึงสิ้นปี 2553 ตอนนั้นจะยุบสภาก็ยังไม่สาย เท่ากับสะท้อนว่าพรรคร่วมรัฐบาลก็มีความเห็นไปในทางเดียวกัน"

 อย่างไรก็ดี ขณะนี้สิ่งที่เจ้าหน้าที่กำลังเฝ้าจับตา คือ การเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำเสื้อแดงเย็นวันที่ 29 มีนาคม จะได้ข้อสรุปอย่างไร ซึ่งจะเป็นตัวชี้วัดเหตุความวุ่นวายในขณะนี้

 ถ้าไม่ได้อาจจะมีระเบิดรายวันเกิดพื้นที่ชั้นในมากยิ่งขึ้น !?!

 "ตอนนี้ชุดสืบสวนเป็นห่วงสถานที่ราชการและบ้านบุคคลสำคัญ อันเป็นสัญลักษณ์ของระบอบอำมาตย์ เช่น ทำเนียบรัฐบาล กองทัพบก กองทัพภาคที่ 1 ถ้าเกิดขึ้นอีกไม่แน่ถึงตอนนั้นเราอาจจะคุมไม่อยู่" บิ๊กตำรวจกล่าว