
"ยุบสภา"อย่างไรก็ไม่ต่ำกว่า6เดือน!
ในที่สุดเงื่อนไขสุดท้ายของกลุ่มคนเสื้อแดงก็มาหยุดอยู่ที่การ "ยุบสภา" หลังจากก่อนหน้านี้ข้อเรียกร้องเป็นไปอย่างสะเปะสะปะ ทั้งโค่นอำมาตย์ สถาปนารัฐไทยใหม่ เอารัฐธรรมนูญปี 2540 กลับมาใช้ หรือกระทั่งนิรโทษกรรม-คืนทรัพย์สินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร
ความสะเปะสะปะ ทั้งยังขัดแย้งกันเองของแกนนำเสื้อแดง จึงเป็นเหตุผลให้ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี หยิบเป็นข้ออ้างที่แกนนำเสื้อแดงปฏิเสธได้ยากว่า ตกลงเงื่อนไขจริงๆ ของคนเสื้อแดงคืออะไร
ที่แทงใจดำคนเสื้อแดงมากที่สุด คือ ตกลงเป็นเงื่อนไขเรียกร้องเพื่อประชาธิปไตย หรือเพื่อทวงคืนอำนาจ และทรัพย์สินให้ พ.ต.ท.ทักษิณ เพียงคนเดียวกันแน่
อย่างไรก็ตาม หลังจาก พ.ต.ท.ทักษิณหายหน้าไปจากการวิดีโอลิงก์บนเวทีเสื้อแดงไปถึง 3 วัน ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่า มีการต่อรองขอเงินคืน 3 หมื่นล้านบาท เพื่อแลกกับการยุติใช้มวลชนคนเสื้อแดงกดดันรัฐบาล ข้อเรียกร้องก็หดเหลือเพียงข้อเดียวทันที
นั่นคือ "ยุบสภา" ซึ่งเจือสมกับวิดีโอลิงก์ของ พ.ต.ท.ทักษิณ ที่ส่งสัญญาณให้รัฐบาลยุบสภา-เลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชน และให้ทุกฝ่ายเริ่มนับหนึ่งใหม่ทั้งหมด
ที่สำคัญ คือ ขอให้แกนนำไปพูดคุยเงื่อนไขการยุบสภา โดยไม่ให้มีข้อเรียกร้องที่เกี่ยวพันกับตัว พ.ต.ท.ทักษิณ รวมทั้งเงื่อนไขขอเงินคืน 3 หมื่นล้านบาท อย่างที่เป็นข่าวด้วย
การเจรจาระหว่างแกนนำเสื้อแดงกับนายกฯ อภิสิทธิ์ จึงเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ท่ามกลางความงุนงงของหลายฝ่ายว่า อะไรมันจะสบช่องคุยกันได้ง่ายดายเพียงนี้ ทั้งที่ไม่กี่วันก่อนยังกระเหี้ยนกระหือรือที่จะยกทัพบุกราบ 11 ให้ราบเป็นหน้ากลองอยู่เลย
ว่ากันว่า เบื้องลึกที่ทำให้การเจรจาเกิดขึ้นได้ภายใต้เงื่อนไขเดียว คือ ยุบสภา เกี่ยวพันกับการเจรจาตกลงบางอย่างระหว่าง พ.ต.ท.ทักษิณ กับผู้ใหญ่ในบ้านเมือง เพื่อให้บ้านเมืองเดินหน้าต่อไปได้ ไม่ต้องมาติดบ่วงความขัดแย้งที่มีแต่ทางตัน และเสียด้วยกันทุกฝ่าย
ในที่สุดข้อตกลงที่ทุกฝ่ายยอมรับได้ ที่เรียกว่า "วิน-วิน" มากที่สุด คือ การยุบสภา ซึ่งแม้ในขณะนี้ฝ่ายนายกฯ จะไม่ชัดเจนว่าจะยุบหรือไม่-เมื่อไหร่ ขณะที่ฝ่ายคนเสื้อแดง โดยเฉพาะ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ขีดเส้นตายให้ยุบภายใน 15 วัน
แต่แท้จริงแล้วทุกฝ่ายย่อมรู้ดีอยู่แก่ใจว่า เงื่อนไขที่ขีดเส้นให้อีกฝ่ายแบบสุดโต่งจะค่อยๆ ไหลมาอยู่ตรงกลาง ณ จุดที่ทุกฝ่ายต่างก็ยอมรับกันได้มากที่สุด
โดยเฉพาะเมื่อฝ่ายรัฐบาลยกเอาเรื่องกติกาในการเลือกตั้งเข้ามาแย้งเงื่อนไขที่ นปช.เสนอมาว่า ถึงยุบสภาไปภายใต้การเลือกตั้งด้วยกติกาเดิมแล้ว ก็คงไม่ได้ทำให้การเมืองดีไปกว่าที่เป็นอยู่
หากเอาเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนยุบสภาเป็นตัวตั้งก็เท่ากับว่า ในระยะเวลาอย่างน้อย 6 เดือนโน่นแหละ ที่รัฐบาลนี้จะประกาศยุบสภา
ถ้าหากยกเอา 6 ประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ ที่ทำตุ๊กตาไว้แล้ว ระยะเวลาก็น่าจะอยู่ประมาณนี้ 1 เดือนสำหรับการทำประชามติ และอีกอย่างน้อย 5 เดือน สำหรับการยกร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ
นั่นเท่ากับว่า รัฐบาลได้หายใจหายคอได้เต็มที่ และพอๆ กับเหล่าทัพซึ่งมีบทบาทสำคัญในการประคับประคองการเมืองก็คล่องคอไปด้วยเช่นกัน
เพราะอย่าลืมว่า ตุลาคมปีนี้ คือรอยต่อช่วงสำคัญที่แต่ละเหล่าทัพจะต้องแตะมือกันในระดับยอดของแต่ละเหล่าทัพ
กำหนดเวลาเพียงแค่ 3 เดือน อย่างที่นักวิชาการทั้งหลายเข้าชื่อเสนอมาให้รัฐบาลยุบสภา จึงเป็นจังหวะที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอนสำหรับ ผบ.เหล่าทัพ
อย่าลืมว่า บรรดา ผบ.เหล่าทัพที่ดำรงตำแหน่งอยู่ในขณะนี้ ไม่เพียงแค่ประคับประคองรัฐบาลและการเมืองในยามนี้ หากแต่เป็นผลพวงมาตั้งแต่การเปลี่ยนแปลงอำนาจเมื่อ 19 กันยายน 2549
การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่ไม่อาจคาดเดาได้ในระยะเวลาอันสั้น ในขณะที่การจัดวางตำแหน่งสืบทอดเพื่อกระชับอำนาจของกองทัพยังไม่เสร็จสิ้น ในขณะที่กระแสรุกเร้า "อำมาตย์" ที่มีความหมายยิ่งกว่าอำมาตย์ ยังคงความร้อนแรง และกองทัพมิอาจหลีกหลบภารกิจตามที่ได้ปฏิญาณตนได้
ห่วงจังหวะการยุบสภาจึงเป็นจุดสำคัญ เพราะจะเกี่ยวพันถึงรอยต่อของการปกป้องสถาบันกองทัพ และสถาบันชาติเอาไว้ด้วย
การยุบสภาใน 3 เดือน หรือ 4 เดือนนี้ จึงเป็นเรื่องที่เรียกว่า "เร็วเกินไป" ทั้งในแง่การเมือง และในแง่ของความมั่นคง
ทีมข่าวความมั่นคง



