ข่าว

ลดเงินต้น 50% แก้หนี้อุ้มเกษตรกรตั้งเงื่อนไขเข้าฟื้นฟูอาชีพ-ของบ ครม.7.9 พันล้าน

ลดเงินต้น 50% แก้หนี้อุ้มเกษตรกรตั้งเงื่อนไขเข้าฟื้นฟูอาชีพ-ของบ ครม.7.9 พันล้าน

30 มี.ค. 2553

รัฐเดินหน้าแก้หนี้สินเกษตรกรที่มีหนี้ไม่เกิน 2.5 ล้านบาทเต็มรูปแบบ ลดเงินต้นเหลือ 50% ส่วนที่เหลือยอมให้พักชำระไว้ก่อน พร้อมลดดอกเบี้ย ตั้งเงื่อนไขต้องร่วมโครงการฟื้นฟูอาชีพ ของบ ครม. 7.9 พันล้านใช้เป็นเงินทุน

 พล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเป็นประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจเพื่อสนับสนุนการดำเนินงานแก้ปัญหาหนี้สินเกษตรกรอย่างบูรณาการว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบแนวทางการปรับโครงสร้างหนี้สินเกษตรกรที่มีจำนวนหนี้สินไม่เกิน 2.5 ล้านบาท โดยจะให้ธนาคารรัฐทั้ง 4 แห่ง ได้แก่ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) ธนาคารอาคารสงเคราะห์ (ธอส.) ธนาคารออมสิน และธนาคารกรุงไทย จะลดเงินต้นของเกษตรกรเหลือ 50% ส่วนที่เหลือให้พักชำระหนี้ไว้ก่อน และให้ลดดอกเบี้ยให้ทั้งหมด ซึ่งวิธีการนี้ถือเป็นวิธีการที่ดีที่สุด ในการปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรในขณะนี้

 "เดิมเราเสนอให้ออกตั๋วเงินเพื่อซื้อหนี้สินจากธนาคารมาไว้ที่กองทุน และให้กองทุนบริหารหนี้ แต่ธนาคารไม่มั่นใจในตัวกองทุน เราจึงเจรจากับธนาคารรัฐทั้ง 4 แห่ง และได้ข้อสรุป รัฐบาลและธนาคารจะทำเอ็มโอยูร่วมกัน เพื่อตกลงว่าจะไม่มีการฟ้องร้อง หรือบังคับขายทอดตลาดที่ดินของเกษตรกร" พล.ต.สนั่นกล่าว

 คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกฯ และรองประธานคณะกรรมการเฉพาะกิจ กล่าวว่า การพักหนี้เงินต้นให้เกษตรกร 50% และยกเว้นดอกเบี้ยให้เกษตรกรนั้น มีเงื่อนไขว่าเกษตรกรจะต้องร่วมโครงการฟื้นฟูอาชีพ โดยยึดแนวคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นแนวทาง เช่น การเพิ่มศักยภาพการประกอบอาชีพ การเรียนรู้วิธีการเข้าถึงแหล่งเงินทุน และการทำบัญชีรายรับรายจ่าย เป็นต้น โดยเกษตรกรต้องทำข้อตกลงในการชำระหนี้คืนธนาคารเป็นรายงวด ตามระยะเวลาแต่ละรายจะไม่เท่ากัน

 "ถ้าเกษตรกรชำระหนี้ไม่ตรงตามที่ตกลงกันไว้ ในเบื้องต้นจะมีการเข้าไปดูว่าเหตุใดจึงชำระหนี้ไม่ได้ และจะมีการแก้ไขอย่างไร แต่หากเป็นเพราะตัวเกษตรกรไม่มีวินัยเอง เกษตรกรรายนั้นก็ต้องออกจากโครงการและแบงก์ก็จะยึดที่ดิน เพื่อดำเนินการในขั้นตอนของธนาคารต่อไป" คุณหญิงสุพัตรากล่าว

 นายวิชิต จันทะแจ้ง รักษาการเลขาธิการสำนักงานกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาเกษตรกร อธิบายว่า การปรับโครงสร้างหนี้เกษตรกรรอบนี้มีเกษตรกรเข้าร่วมทั้งสิ้น 5.1 แสนราย มีหนี้เงินต้น 8.04 หมื่นล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในส่วนของเกษตรกรที่เป็นหนี้กับธนาคารพาณิชย์เอกชนและสหกรณ์ต่างๆ ที่มีอยู่ 8 หมื่นราย หนี้เงินต้นประมาณ 1.26 หมื่นล้านบาท อาจต้องใช้เวลาเจรจานานกว่าในส่วนของที่เป็นหนี้ของธนาคารรัฐ

 ทั้งนี้ค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูอาชีพให้เกษตรกร จะของบจาก ครม.วงเงิน 7,900 ล้านบาท ระยะเวลา 3 ปี เพื่อเป็นเงินทุนในการสนับสนุนการฝึกอบรมอาชีพและให้ความรู้ให้เกษตรกร ปีแรกตั้งเป้าฟื้นฟูอาชีพเกษตรกร 2 แสนราย ปีที่สอง 2 แสนราย และปีที่สาม 1.1 แสนราย