
สัจธรรมเวทีขาอ่อน
สาวน้อยหน้าตาสวย หุ่นเพอร์เฟกท์คว้ามงกุฎการันตีความงามลงจากเวที เธอได้รับความสนใจอยู่พักหนึ่งก่อนที่ชื่อเสียงจะค่อยๆ เลือนหายไปท่ามกลางกระแสสังคมที่แปรเปลี่ยน เวทีประชันขาอ่อนที่เมื่อก่อนมีคนต่อแถวซื้อบัตรเข้าชมอย่างกับสวนสนุก
กลายเป็นว่ามีเพียงคนกลุ่มเล็กๆ อยู่ในวงญาติพี่น้อง หรือกองเชียร์ไม่กี่หยิบมือเฝ้าหน้าเวที "ยุคเฟื่องเรื่องนางงามไทย" ผ่านพ้นไปแล้ว คงมีเพียงกิจกรรมการประกวดประจำปีที่ต้องทำเพื่อเหตุผลทางธุรกิจ อย่างนั้นหรือ !?!
"ชอบการประกวดสวยๆ งามๆ ติดตามมาตั้งแต่สมัย "ปุ๊ก" อาภัสรา หงสกุล ได้เป็นนางสาวไทย ปี 2507 แล้วก็เป็นนางงามจักรวาล จนถึงยุคนี้มีหลายเวทีให้เลือกดู ไม่ว่าจะเป็นเวทีนางงาม เวทีประกวดร้องเพลง รู้สึกว่าแต่ละเวทีก็มีกลุ่มคนดูเฉพาะ แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าคนที่เคยดูนางงามจะหันไปดูการประกวดอย่างอื่นบ้าง แม้แต่เหตุบ้านการเมืองทุกวันนี้ก็อาจจะเป็นอีกปัจจัยที่ทำให้คนดูลดลง เพราะมัวแต่วุ่นๆ กัน" สุนี บัณฑิตวัฒนาวงศ์ แฟนเวทีขาอ่อนวัย 56 ปี ซึ่งล่าสุดตามไปให้กำลังใจหลานสาว "หนุงหนิง" ออนซอน อักษรณรงค์ ที่ขึ้นเวทีประกวดมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2553 เผยความเห็น
นางงามจักรวาลคนแรกของไทย ซึ่งเป็นที่ฮือฮามากในยุคโน้น "ปุ๊ก" อาภัสรา หงสกุล มองว่าเมื่อก่อนมีการประกวดนางงามเวทีเดียวคือ "นางสาวไทย" ผู้หญิงสวยทั้งประเทศต่างใฝ่ฝันอยากครองตำแหน่งนี้ เป็นตำแหน่งที่ทรงเกียรติ มีศักดิ์ศรี และเป็นที่ยอมรับของสังคม จัดประกวดครั้งใดมักได้รับความสนใจอย่างมาก ผิดกับทุกวันนี้แม้แต่สาวงามเองก็ไม่ค่อยสนใจมาประกวด
"เมื่อก่อนถ้าใครได้เป็นนางสาวไทย มีคนให้ความสนใจไม่ต่างกับนักกีฬาเหรียญทองโอลิมปิก กลุ่มคนติดตามก็หลากหลาย นางงามยุคก่อนกับยุคนี้ต่างกัน เดี๋ยวนี้เขาชอบคนหุ่นนางแบบ บุคลิกคล่องแคล่ว พูดจาฉะฉาน และมีความมั่นใจ กลุ่มคนดูก็เฉพาะกลุ่มมากขึ้น อาจเพราะยุคก่อนยังไม่มีเวทีการประกวดอื่นๆ มาดึงความสนใจด้วย เวทีนางงามจึงค่อนข้างเป็นข่าวครึกโครม" นางงามจักรวาลยังสาวยอมรับกับความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น
ยุคเปลี่ยนทัศนะก็เปลี่ยน ด้านนางงามรุ่นน้องที่อยู่ในยุคนางงามขาลง "กวาง" ฟ้ารุ่ง ยุติธรรม มิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส ประจำปี 2550 ซึ่งเคยทะลุถึงรอบ 15 คนสุดท้ายเวทีนางงามจักรวาลในปีนั้นด้วย เห็นพ้องว่าอาจเกิดจากการประกวดเวทีใหญ่ๆ ได้แตกออกเป็นหลายเวที ทั้งมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส มิสไทยแลนด์เวิลด์ และนางสาวไทย ทำให้ประชาชนที่ติดตามหรือแม้แต่ผู้เข้าประกวดเองเกิดความสับสน
"กวางว่าการประกวดสาวงามยุคก่อนดูจะเป็นที่เดียวที่ทำให้คนอยากดูสาวๆ สวมชุดว่ายน้ำได้ดูของจริง เลยดึงดูดผู้คนได้มาก พอมายุคนี้สาวๆ สวมชุดว่ายน้ำขึ้นเวทีให้เกลื่อน พลอยทำให้ความคึกคักหายไป อีกอย่างคนจะให้ความสนใจมากขึ้นหรือไม่นั้นอยู่ผลงานของนางงามแต่ละคนด้วย อย่างเวทีมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์ส บางปีสามารถผ่านเข้ารอบลึกๆ นางงามจักรวาลได้ แล้วยังคว้ารางวัลพิเศษอย่างชุดประจำชาติ หรือขวัญใจช่างภาพได้อีก ก็ช่วยทำให้ได้รับความสนใจมากขึ้น" สาวเจ้าของความสูง 6 ฟุต สะท้อนมุมมอง
ดูเหมือนความเคลื่อนไหวของสังคมจะเป็นตัวแปรสำคัญที่ฉุดให้วงการขาอ่อนลดทอนบทบาท ในมุมของ "ปู" ปริศนา กล่ำพินิจ อดีตพี่เลี้ยงนางงามฝั่งวิกพระราม 4 อย่างเวทีมิสไทยแลนด์เวิลด์ ซึ่งดูแลสาวงามจนประสบความสำเร็จมาหลายคน อาทิ "กบ" ปภัสรา เตชะไพบูลย์ "ลูกเกด" เมทินี กิ่งโพยม "เฮเลน" ปทุมรัตน์ วรมาลี เป็นต้น มองว่าเป็นไปตามกระแสสังคม เคยมียุคบูมสุดๆ และถึงจุดอิ่มตัวแล้วค่อยๆ ซบเซาลงไป ยิ่งมีหลายเวทีให้เลือกดู ความตื่นเต้นก็ลดลง
"เมื่อก่อนคนจะรอลุ้นว่าใครจะได้เป็นนางสาวไทย เป็นมิสไทยแลนด์เวิลด์ ตอนนี้มีมิสไทยแลนด์ ยูนิเวิร์สอีก งงกันไปใหญ่ แล้วคนรุ่นใหม่มีอะไรให้สนใจมากขึ้น ส่วนสถานการณ์บ้านเมืองก็กระทบบ้าง แต่วงการนางงามก็ดร็อบมาตั้งแต่หลังปี 2000 แล้วล่ะ พี่ว่าเด็กยุคใหม่สวยสู้รุ่นเก่าๆ ไม่ได้นะ แล้วยังคุมยาก ความมั่นใจสูง เมื่อก่อนก็มั่นใจนะแต่ไม่เยอะเท่า แต่ยอมรับในความฉลาดของเด็กรุ่นใหม่ เก่งตามเทรนด์ ก็ภาวนาให้วงการนางงามกลับมาบูมอีก ยังไงก็ต้องมีต่อ เพราะการส่งสาวงามไปประกวดต่อต่างประเทศ ถือเป็นการช่วยส่งเสริมความสัมพันธ์ระหว่างประเทศทางหนึ่งด้วย" อดีตพี่เลี้ยงนางงามมือเก๋าคาดหวัง
อีกหนึ่งกูรูนางงาม และเจ้าของเว็บไซต์การประกวด www.thailandbeauties.com ซึ่งติดตามการประกวดขาอ่อนมากว่า 20 ปี "หนุ่ม" ประเสริฐ เจิมจุติธรรม ยอมรับว่าเป็นยุคนางงามขาลงจริงๆ และคงต้องพูดถึงวงการบันเทิงด้วยเนื่องจากเกี่ยวข้องกันโดยตรง เมื่อก่อนคนที่จะก้าวเข้ามาเป็นดาราส่วนมากมักมาจากเวทีนางงาม เช่น อรัญญา นามวงศ์ เนาวรัตน์ วัชรา หรือนางเอกดังๆ อีกหลายคน ยุคโน้นเชื่อกันว่าอาชีพเต้นกินรำกินลูกผู้รากมากดีมักจะไม่ทำ มาถึงยุคนี้ทุกอย่างเปลี่ยนไปแล้ว
"พูดถึงยุคที่เฟื่องฟูสุดๆ ของเวทีขาอ่อนร่วมสมัยคงต้องยกให้ยุคปี 2531-2532 รุ่น "ปุ๋ย" ภรณ์ทิพย์ นาคหิรัญกนก ปีนั้นเวทีเล็กๆ น้อยๆ ทั้งปี ผุดขึ้น 600-700 เวทีเลย พอมายุคนี้การประกวดนักร้องมีคนดูเยอะกว่า คนแห่สมัครเยอะกว่า จริงๆ อยากเป็นนักร้องมากกว่านักแสดงด้วยซ้ำ สังเกตได้ว่าเวที เดอะ สตาร์ หรือเอเอฟ มีคนแห่สมัครเป็นหมื่นเป็นพัน ขณะที่เวทีนางงามมีคนสนใจเพียงหลักร้อย จึงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่มาแย่งพื้นที่นางงามไป
และถ้าจะเอาหลักฐานการประกวดนางงามก็มีมา 70 กว่าปีที่แล้ว ก็ไม่ใช่ของใหม่ สังคมจึงต้องมองหาสิ่งใหม่ท้าทายกว่า อย่างเวทีประกวดนักร้อง หรืออื่นๆ ทุกเวทีสามารถเข้ามาเป็นคนดังได้ หรือบางคนก็อาจมองว่าทำไมต้องมาโชว์เนื้อหนังให้คนอื่นดู จึงไม่สนใจมาสมัคร แต่การประกวดนางงามจะยังคงดำรงอยู่ในสังคมไทย แต่จะอยู่อย่างที่เห็น ไม่โตไปกว่านี้" กูรูนางงามแจง
ทั้งนี้แฟนพันธุ์แท้ขาอ่อนยังทิ้งท้ายด้วยว่า การที่สังคมกำลังค้นหาสิ่งใหม่ ในอนาคตเวทีประกวดร้องเพลง หรือเรียลิตี้โชว์ก็อาจจะเข้าสู่ยุคขาลงเช่นเดียวกับนางงาม และมีเรื่องอื่นเข้ามาแทน ซึ่งยังไม่มีใครรู้ แต่แน่นอนว่าต้องมีสิ่งใหม่ๆ เกิดขึ้นแน่นอน
และนั่นคือ "สัจธรรม" ที่ต้องยอมรับ...
เรื่อง / ชาญยุทธ ปะวะขัง



