
ศอ.รส.ไฟเขียวทหาร-ตร.พกอาวุธประจำตัว
ศอ.รส.ไฟเขียวทหาร-ตร.พกอาวุธประจำตัว เพิ่มจุดเสี่ยงทั่วกรุง 88 จุด 112 จุดตรวจ 93 เส้นทาง คุมเข้ม บ้านพักแกนนำพรรคร่วม-สถานที่ราชการ หวั่นมือที่สามบึ้ม
(29มี.ค.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมช่วงค่ำที่มีนายสุเทพ เทือกสุบรรณ ผอ.ศอ.รส.เป็นประธานในการประชุมว่า จากกรณีที่มีผู้ไม่ประสงค์ดีพยายามสร้างสถานการณ์มาโดยตลอด โดยเฉพาะการขว้างระเบิดเอ็ม 79 ทำให้ศอ.รส.ต้องประเมินสถานการณ์และมีคำสั่งให้ทหารและตำรวจพกพาอาวุธในการปฏิบัติภารกิจ ซึ่งการพกพาอาวุธมีหลายกรณี
คือ 1.เจ้าหน้าที่ทหารที่ปฏิบัติภารกิจใกล้พื้นที่การชุมนุมจะไม่มีใครพกพาอาวุธแม้แต่คนเดียวมีแต่อุปกรณ์ควบคุมฝูงชน 2.ทหารและตำรวจที่ปฏิบัติภารกิจรักษาความปลอดภัยในหน่วยทหาร สถานที่สำคัญ บุคคลสำคัญจะมีการพกอาวุธประจำกายและปืนพก 3.การปฏิบัติงานของตำรวจจะพกอาวุธประจำกายและปืนพกทั้งในและนอกเครื่องแบบ
“ 4.เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจจะประสานการปฏิบัติอย่างใกล้ชิดในทุกขั้นตอนเพื่อเป็นหลักประกันประสิทธิภาพในการทำงาน และ 5.เจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจที่เป็นสายตรวจ และจุดตรวจจะมีปืนพกเฉพาะผู้บังคับหมู่เท่านั้น และมีการทำบัญชีรายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ใช้อาวุธ และหมายเลขอาวุธเพื่อจะได้ตรวจสอบได้ในทุกกรณี ซึ่งการใช้อาวุธแต่ละครั้งต้องเหมาะสมเพื่อป้องกันชีวิตประชาชนและเจ้าหน้าที่ อะไรที่หลีกเลี่ยงไม่ได้จริงๆ ตำรวจนอกเครื่องแบบจะต้องมีสัญญาณโดยพกบัตรประจำตัว เพื่อยืนยันว่า เป็นเจ้าหน้าที่ได้” โฆษกศอ.รส. กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่มีการปรับมาตรการในการรักษาความปลอดภัยแบ่งเป็น 7 โซนนั้น ได้มีการประชุมแต่ละโซนที่ทหารรับผิดชอบเพื่อปรับให้มีความเข้มงวด โดยมีแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นประธาน โดยมีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้บังคับหน่วยที่รับผิดชอบในแต่ละโซน โดยมีการปรับพื้นที่เพ่งเล็ง และพื้นที่ล่อแหลม รวมถึงเป้าหมายใหม่ในแต่ละโซน สรุปว่า พื้นที่ล่อแหลมจำนวน 88 จุด จะมีจุดตรวจ 112 จุด และลาดตระเวน 93 เส้นทางในเขตพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล โดนจะเน้นสถานที่ราชการที่คาดว่า จะเป็นพื้นที่เป้าหมายต่อการสร้างสถานการณ์ และที่พักอาศัยแกนนำพักร่วมรัฐบาล ซึ่งเป็นที่สนใจของกลุ่มผู้สร้างสถานการณ์ ซึ่งคิดว่า การปรับมาตรการดังกล่าวน่าจะทำให้ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานดีขึ้น



