
ไทยกับประชุมสุดยอดอาวุธนิวเคลียร์
ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาบารัก โอบามา ได้เชิญ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีไทย เข้าร่วมประชุมสุดยอดอาวุธนิวเคลียร์ที่จะมีขึ้นในกรุงวอชิงตันในช่วงสงกรานต์ ฝ่ายไทยตอบรับว่าจะไป
น่าสนใจมาก ตั้งแต่เป็นผู้นำสหรัฐอเมริกามา บารักมีความปรารถนาอย่างแรงกล้า ต่างจากผู้นำอเมริกันคนอื่นๆ ในการที่จะลดคลังขีปนาวุธนิวเคลียร์ของโลก คือในประเทศตัวเองและรัสเซียซึ่งยังครอบครองขีปนาวุธหลายขนาดเกือบ 2 หมื่นกว่าที่อำนาจทำลายล้างโลกได้อย่างราบคาบ ภายในพริบตาเดียว
บารัก เชิญนายกรัฐมนตรีไทยเข้าร่วมประชุมครั้งนี้มีนัยสำคัญ ที่ผ่านมาไทยในฐานะพันธมิตรไม่ได้รับความสนใจจากสหรัฐอเมริกาเท่าที่ควร ทุกครั้งที่เป็นข่าวมักจะเป็นเรื่องที่สหรัฐอเมริกาขอให้รัฐบาลไทยทำอะไรก็ตามที่เสริมสร้างนโยบายยุทธศาสตร์ในภูมิภาค หรือในอัฟกานิสถาน
ก่อนอื่นต้องชมเชยรัฐบาลไทยที่มีนโยบายแน่ชัดเกี่ยวกับการใช้พลังอาวุธนิวเคลียร์อย่างสันติไทยเป็นภาคีสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ ตั้งแต่ปี 2515 และได้ปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างเคร่งครัด
ไทยเป็นหนึ่งในสามประเทศอาเซียนที่มีนโยบายชัดเจนในการใช้พลังไฟฟ้านิวเคลียร์ คือมีแผนการสร้างโรงงานผลิตกระแสไฟฟ้านิวเคลียร์ในอนาคตและจะไม่นำพลังงานนิวเคลียร์ในทางสันติไปดัดแปลงใช้อาวุธนิวเคลียร์ การที่ไทยมีท่าทีชัดเจนในกรอบของทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (International Atomic Energy--IAEA) ย่อมได้รับการยอมรับและเป็นที่น่าสรรเสริญจากประเทศต่างๆ
การประชุมสุดยอดครั้งนี้ทำให้นายกรัฐมนตรีไทยมีโอกาสพบปะโอบามาสองต่อสองเป็นครั้งแรกที่ผ่านมา 3 ครั้ง ผู้นำทั้งสองพบปะกันในเวทีใหญ่กรอบพหุภาคีทั้งสิ้นมีผู้นำประเทศอื่นๆ เข้าร่วมด้วย แต่การประชุมครั้งที่กรุงวอชิงตัน โอบามามาเอง เป็นเจ้าภาพดูแลเอง ทำให้ผู้นำไทยมีโอกาสพิเศษ
นับว่าเป็นความพยายามของรัฐบาลสหรัฐอเมริกาที่พยายามเพิ่มคุณค่าให้พันธมิตรอันเก่าแก่อย่างไทย คนทั่วไปมักจะลืมว่าสัมพันธ์ไทย-สหรัฐอเมริกา มีอายุถึง 176 ปี เก่าแก่จนคนลืมไปแล้ว เมื่อเร็วๆ นี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก เดินทางไปเยือนสหรัฐอเมริกาเป็นทางการ ทำให้สัมพันธ์ทั้งสองประเทศเหนียวแน่นขึ้น
สหรัฐอเมริกาอยากให้ไทยเข้าร่วมกิจกรรมไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในบริบทภูมิภาคและสากล เพราะไทยเคยมีประวัติเคยเป็นทางผ่านและลำเลียงของส่วนประกอบอาวุธนิวเคลียร์ที่มาจากเกาหลีเหนือรวมทั้งเครื่องไม้เครื่องมือมีคราบกัมมันตภาพรังสีปรมณูรวมอยู่ด้วยที่เคยจับได้แถวชายแดนไทย-ลาว
ประเด็นสำคัญอีกอย่างคือไทยมีพรมแดนติดกับพม่าเป็นที่รู้กันว่าผู้นำทหารพม่าปัจจุบันที่มีความทะเยอะทะยานที่จะสร้างทางด้านอาวุธนิวเคลียร์ อีก 10 ปีข้างหน้าประเด็นนี้ทางฝ่ายข่าวกรองระดับสูงสุดกองทัพไทยเข้าใจดี แต่สภาความมั่นคงแห่งชาติยังไม่ให้ความสำคัญเรื่องนี้
บทบาทไทยในเรื่องการรณรงค์ไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ในอนาคตจึงมีความสำคัญต่อเสถียรภาพทางด้านความมั่นคงในเอเชียอาคเนย์



