
โต๊ะเจรจา'รัฐ-เสื้อแดง'เหลวเปิดทางนัดใหม่
นายกฯ ปัดยุบสภาใน 15 วัน ไม่เชื่อเป็นทางออกประเทศ ชี้ถ้ายุบสิ้นปีก็เป็นไปได้เพราะต้องการทำงบประมาณให้เสร็จ "จตุพร" ลั่นลากถึงสิ้นปีรับไม่ได้ ยุติแบบไม่ได้ข้อยุติแง้มนัดใหม่
การเจรจายุติปัญหาความขัดแย้งทางการเมืองรอบที่สอง เริ่มขึ้นเมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 29 มีนาคม 2553 ที่สถาบันพระปกเกล้า ศูนย์ราชการเฉลิมพระเกียรติ ถนนแจ้งวัฒนะ โดยคู่เจรจาของทั้งสองฝ่ายยังเป็น 6 คนเดิม ประกอบด้วย ฝ่ายรัฐบาลนำโดย นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ ในฐานะประธานวอร์รูมพรรคประชาธิปัตย์ และนายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี ส่วนแกนนำฝ่ายแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) นำโดย นายวีระ มุสิกพงศ์ นพ.เหวง โตจิราการ และนายจตุพร พรหมพันธุ์
ก่อนหน้านี้ในการเจรจานัดแรกเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่ผ่านมานั้น ฝ่าย นปช.ยื่นเงื่อนไขให้รัฐบาลประกาศยุบสภาภายใน 15 วัน แล้วค่อยมาแก้รัฐธรรมนูญ โดยยืนยันว่าจะไม่มีการเจรจารอบสามเกิดขึ้นอีก ขณะที่ฝ่ายรัฐบาลเห็นว่าควรมีการกำหนดกติกาและกรอบในการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน แล้วค่อยยุบสภาเลือกตั้งใหม่
การเจรจารอบสองเริ่มขึ้น โดยนายวีระเปิดฉากว่า การพบกันเมื่อวานชาวบ้านรู้สึกสบายใจ ภาพนำไปสู่ความปกติสุข วันนี้มาย้ำข้อเรียกร้องเดิมคือให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 วัน เชื่อว่านายกฯ ได้กลับไปตรึกตรองอย่างดี ไม่อยากพูดว่าวันนี้จะเป็นครั้งสุดท้าย แต่ควรจะได้ข้อสรุป จึงอยากถามว่า นายกฯ และคณะมีความเห็นอย่างไรต่อข้อเสนอเมื่อวาน นายกรัฐมนตรีตอบว่า การจะมีการเลือกตั้งใหม่คงมีเงื่อนไขที่เราต้องช่วยกันทำให้สำเร็จจึงจะมั่นใจว่าเป็นทางออกที่เป็นที่ยอมรับของทุกฝ่ายและเป็นอุทาหรณ์ที่แท้จริง จะยุบวันนี้หรืออีก 15 วันไม่ต่างกัน ความหมายคือ ตนไม่เชื่อว่าเป็นทางออกของสังคมและนำไปสู่ความสงบ
นายกฯ กล่าวว่า ได้ปรึกษากับรัฐบาลและฟังจากประชาชน ประชาชนส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการยุบสภา ขอยืนยันว่า ถ้าจะให้วาระของตนซึ่งเหลือ 1 ปี 9 เดือน ไม่ครบตามวาระ แล้วจะให้มีการเลือกตั้งก่อน ไม่มีปัญหา แต่สิ่งที่ตนเชิญชวนคือ ปูทางไปสู่ความสงบในการเลือกตั้ง เช่น เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ เรื่องการดูแลไม่ให้มีความแตกแยก ระยะเวลาตรงนี้ก็ไม่ได้ยาวนาน ต้องถามว่าพร้อมจะคุยกันในกรอบนี้หรือไม่ หรือจะยืนยันว่า 15 วันแล้วไม่ต้องคุย ถ้าไม่ ก็ต้องตอบว่าข้อเสนอนั้นเป็นไปไม่ได้ เพราะไม่เชื่อว่าเป็นความสงบสุขของประเทศ แต่ถ้าสนใจก็คุยกันต่อ
นายจตุพรกล่าวว่า ตอนนายกฯ เป็นผู้นำฝ่ายค้าน บอกว่ายอมเสียเปรียบต่อการเลือกตั้ง และให้ยุบสภาเพื่อฝ่าวิกฤติ โดยเรียกร้องให้รัฐบาลนายสมัครคืนอำนาจให้ประชาชน ขณะที่นายอภิสิทธิ์กล่าวสวนว่า ตอนนั้นไม่มีข้อเสนอให้ยุบสภา และวันนี้ตนไม่ได้ปฏิเสธการยุบสภา ขณะที่นายจตุพรกล่าวว่า เหตุที่พวกตนมาเรียกร้องให้ยุบสภาระยะเวลา 15 วันนั้น เพราะรัฐบาลยังมีเวลารักษาการอีก 45 วัน ประเด็นที่หนึ่งตนยังยืนยันว่า เหตุที่ขอให้ยุบสภาเพราะรัฐบาลนี้มาโดยมิชอบ มีการจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร ไม่มีสิทธิมาตั้งแต่แรกที่จะพูดว่าเหลือเวลา 1 ปี 9 เดือน ประเด็นที่สองที่นายกฯ บอกมีการพูดคุยกับพรรคร่วมเรื่องการแก้รัฐธรรมนูญนั้น นายกฯ อย่าลืมว่ารัฐธรรมนูญปี 2550 คนไทยกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทุกคนมีความคาดหวังว่า 23 ธันวาคม 2550 เราจะมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ขจัดเผด็จการออกไป แต่ปรากฏว่าเราไม่หลุดพ้น เพราะยังมี 1 ประเทศ 2 ระบบ ประเด็นที่สามเรื่องสองมาตรฐาน การเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม มีเงื่อนไขกลไกพิเศษ ทำให้นำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลในค่ายทหาร
นายจตุพรกล่าวว่า ประเด็นที่สี่รัฐบาลล้มเหลวหลายด้าน เช่น เรื่องการนำเข้าเสรีสินค้าเกษตร กรณีทุจริตหลายแสนล้าน จนติดปากเรื่องกู้มาโกง เช่น ทุจริตชุมชนพอเพียง หรือแม้เรื่องปลากระป๋อง เรื่องชุมชนไทยเข้มแข็ง การจัดซื้ออาวุธที่ไร้ประสิทธิภาพของกระทรวงกลาโหม การสอบเข้านายอำเภอของกระทรวงมหาดไทย ไม่มีการดำเนินการตามกฎเหล็ก 9 ข้อที่นายกฯ ตั้งไว้
ประเด็นที่ห้ากรณีมีการหยิบยกเรื่องแก้รัฐธรรมนูญก่อนแล้วยุบสภา หรือยุบก่อนแล้วค่อยแก้ พวกตนเห็นว่าเรื่องแก้รัฐธรรมนูญไม่มีโอกาสเป็นไปได้ เพราะนายอภิสิทธิ์เป็นนายกฯ ก็พูดว่าไม่ขัดข้องที่จะแก้รัฐธรรมนูญ ไปรับปากพรรคร่วมแล้วก็ต้องมีการทวงกัน เมื่อมีการตั้งกรรมการสมานฉันท์ และเสนอแก้ 6 ประเด็น แม้พรรคประชาธิปัตย์ไม่เห็นดีเห็นงามกับการแก้ไข แต่เมื่อถูกบรรจุเข้าสภา ท้ายที่สุดก็ไม่มีการดำเนินการอะไร การแก้รัฐธรรมนูญจึงควรเกิดขึ้นภายใต้การเลือกตั้งก่อน และสายเกินกว่าจะพูดเรื่องแก้รัฐธรรมนูญ หมดเวลาที่จะพูดเรื่องนี้แล้ว ที่นายกฯ บอกยุบสภาแล้วปัญหาจะจบอย่างไรนั้น ถ้าเราให้สัตยาบันซึ่งกันและกัน เชื่อว่าประเทศจะเดินไปข้างหน้าได้
นายกรัฐมนตรีตอบว่า หลายเรื่องที่นายจตุพรพูดมาเป็นเท็จ ประเด็นแรกที่บอกเป็นรัฐบาลมาโดยมิชอบ เป็นการดูถูกดุลพินิจของ ส.ส. รัฐบาลอยู่ในวาระตามกระบวนการของรัฐสภา การเลือกตั้งซ่อมก็มีหลายครั้งในปีที่แล้ว เป็นกระบวนการของรัฐสภาตามปกติ ถ้าบอกรัฐธรรมนูญมิชอบ แล้วพวกท่านลงเลือกตั้งทำไม เมื่อมีกติกาเราก็ต้องเล่นตามกติกา ส่วนเรื่องแก้รัฐธรรมนูญตนเป็นคนที่พูดว่ารับแล้วแก้ แต่แก้รัฐธรรมนูญต้องเข้าใจว่า กระบวนการนั้นเมื่อวางมาแล้วเราต้องปฏิบัติตามนั้น
นายกฯ กล่าวว่า ประเด็นการกล่าวหาว่ารัฐบาลสองมาตรฐานนั้น คดีที่เกี่ยวข้องกับ พ.ต.ท.ทักษิณเราต้องดำรงความถูกต้องชอบธรรมของระบบยุติธรรม ถ้าวันหนึ่งคดีหนึ่งเราบอกศาลใช้ได้ แต่อีกคดีบอกยอมรับไม่ได้ สุดท้ายบ้านเมืองจะอยู่อย่างไร ที่บอกบางคดีเพิกเฉยไม่เร่งรัดนั้น คดีไหนยากมันก็นาน บางคดีที่ไม่ซับซ้อนก็มีการออกหมายจับ บางคดีมีการออกหมายเรียก บางคดีก็มีการจับกุมดำเนินคดี เช่น คดีบุกสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ยืนยันว่าไม่มีการเอื้อหรือละเว้น คดีเสื้อแดงล้อมกรอบทุบรถที่มหาดไทยก็ว่าไปตามปกติ ไม่เคยเข้าไปยุ่ง มีแต่สั่งการให้ทำอย่างโปร่งใส
ส่วนประเด็นการนำเข้าสินค้าเกษตร ต้องไปดูข้อเท็จจริงก่อนจะพูด เพราะยังเป็นสินค้าสงวนอยู่ ส่วนประเด็นการกู้เงิน ที่เรียกว่ากู้พิเศษนอกกรอบงบประมาณ มี พ.ร.ก.กู้ 4 แสนล้านบาท เพราะรัฐบาลเห็นว่าเป็นเรื่องเร่งด่วนต้องเร่งฟื้นเศรษฐกิจ ปีที่แล้วกู้พิเศษ 4 แสนล้านบาท ไม่ใช่มากที่สุดในประวัติศาสตร์ เพราะสมัยนายกฯ ทักษิณกู้ทีเดียว 7 แสนล้านบาท ส่วนเรื่องการทุจริตนั้น ตนพูดมาตลอดว่า เรื่องทุจริตเกิดขึ้นทุกยุคสมัย ความต่างอยู่ที่จะจัดการปัญหานี้หรือไม่ รัฐบาลนี้ได้แสดงความรับผิดชอบต่อประชาชน เช่น กรณี รมว.พัฒนาสังคมฯ รมว.สาธารณสุข ก็ได้แสดงความรับผิดชอบลาออกไปแล้ว ไม่เหมือนบางยุค ยุคนั้นมีไหมที่จะแสดงออกให้ตรวจสอบ แต่ยุคนี้ทำ เช่น คดีจีที 200 ซื้อครั้งแรกสมัย พ.ต.ท.ทักษิณเป็นนายกฯ แต่เราก็ไม่ว่ากัน ไม่มีเรื่องไหนที่เราไม่สั่งตรวจสอบ เพราะนี่คือมาตรฐานรัฐบาลนี้ ส่วนประเด็นแก้รัฐธรรมนูญ ขอย้ำว่า ตนบอกว่าแก้ได้ แต่พูดมาตลอดว่าอย่าไปแก้ในประเด็นที่ละเอียดอ่อน เช่น แก้เพื่อเอาประโยชน์ให้ตัวเอง หรือแก้เพื่อล้างความผิดให้คนทุจริต ต่อมาเกิดเหตุการณ์เดือนเมษายน 2552 ได้เสนอให้ตั้งกรรมการสมานฉันท์ ที่มีนายดิเรก ถึงฝั่ง เป็นประธาน ตนไม่ได้อยากแก้บางประเด็นที่เสนอมา แต่ได้เชิญวิปทุกฝ่ายมาคุย ให้ทำประชามติ ถ้าบ้านเมืองเรียบร้อยดี ตนยังบอกว่าให้ยุบสภาเลยก็ได้ แต่คนที่ล้มกระบวนการนี้คือฝ่ายค้านที่ประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมด้วย จึงไม่ควรมากล่าวหาว่ารัฐบาลไม่ดำเนินการ ส่วนมาตรา 309 ต้องชี้แจงว่า มันตีความก้ำกึ่งว่านิรโทษกรรมหรือไม่ ตอนสมัยรัฐบาลสมัครยังบอกอย่าพูดเรื่องมาตรานี้ ดังนั้นการจะบอกทุกคนเห็นพ้องอยากแก้ แต่คนมีอำนาจไม่แก้ ก็ไม่ใช่
นายกฯ กล่าวว่า ที่บอกไม่เชื่อว่ายุบสภาใน 15 วันจะแก้ปัญหาได้นั้น ขอย้ำว่า หลักประกันความสงบของการเลือกตั้ง ไปสอบถามคนส่วนใหญ่ได้ กี่คนที่เชื่อว่าจะเลือกตั้งโดยสงบภายใต้บรรยากาศบ้านเมืองแบบนี้ได้ ตนไม่คิดว่าพวกท่านจะควบคุมสถานการณ์ได้ มีเหตุการณ์เดือนเมษายน ที่ทุบรถในมหาดไทย ตอบได้หรือไม่เป็นแดงแท้หรือแดงเทียม เพราะมีแกนนำของพวกท่านยืนบัญชาการอยู่ด้านนอก ไม่แม้แต่จะห้ามปราม ขณะที่ตนยืนยันได้ว่าไม่เคยคิดสั่งการเข่นฆ่าประชาชน ขอยืนยันว่า ตนไม่ได้มาเพื่อบอกว่าจะอยู่ครบวาระ ไม่ต้องการเห็นการปะทะและความขัดแย้งเกิดขึ้น ตนฟังทุกเสียง ถ้าไม่ฟังคงไม่มานั่งตรงนี้
ขณะที่นายจตุพรกล่าวตอบโต้ว่า พวกตนไม่เคยพูดเรื่องนิรโทษกรรม ส่วนเรื่องทุบรถที่มหาดไทยก็มีรายงานว่านายกฯ ไม่ได้อยู่ข้างในกระทรวง ส่วนคดีทุบรถเป็นคดีเดียวที่ผู้ต้องหามอบตัวไม่ครบ และเราพร้อมพิสูจน์ ไม่มีปัญหาเรื่องแดงแท้ แดงเทียม ส่วนเรื่องที่บอกรัฐบาลทักษิณกู้ 7 แสนล้านก็เพื่อเอามาใช้หนี้ในสิ่งที่รัฐบาลประชาธิปัตย์ทำไว้
ด้านนายกฯ โต้กลับโดยยืนยันว่าอยู่ในรถที่มหาดไทยและไม่ได้ยินแกนนำเสื้อแดงห้ามปราม บางคนอาจใช้วิธีกล่าวร้ายโกหกและบอกให้ไปแก้กันในศาล แล้วใช้เอกสิทธิ์คุ้มครอง
นพ.เหวงบอกว่า นายกฯ ไม่ควรต่อล้อต่อเถียงในทุกประเด็น เพราะนายกฯ จะเสียหายเอง ส่วนที่นายกฯ บอกยุบสภาใน 1 วันหรือ 15 วันไม่ต่างกัน ตนเห็นต่าง เพราะถ้ายุบสภาแล้วทุกอย่างก็จบ ให้ประชาชนเป็นคนเลือก ไม่เข้าใจนายกฯ เคารพความเป็นมนุษย์เท่าเทียมกันหรือไม่ และพยายามซื้อเวลาหรือไม่ ด้านนายกฯ กล่าวว่า ไม่ควรมากล่าวหาตนแบบนี้ การกล่าวหาว่าตนไม่เห็นคนเป็นมนุษย์ ไม่เป็นความจริง รัฐประหาร 19 กันยายนนั้น เกิดขึ้นเพราะอยู่ในระหว่างยุบสภาแล้วประชาชนมาตีกัน จึงเป็นข้ออ้างรัฐประหาร การกล่าวหาคนที่อยู่ข้างนอกอาจไม่เป็นธรรม
นายกฯชี้ยุบสภาสิ้นปีเป็นไปได้
นายวีระกล่าวว่า ถ้ายุบสภา 15 วันไม่ไหว นายกฯ จะเสนอเวลากี่วัน นายกรัฐมนตรีตอบว่า วาระเหลือ 1 ปี 9 เดือน เคยพูดไว้ว่า 1.เรื่องเศรษฐกิจ ซึ่งตอนนี้ค่อนข้างดี จึงคิดว่าไม่น่ากระทบมากนัก ถ้าทำได้ให้ปฏิทินงบประมาณไปตามปกติได้หรือไม่ 2.เรื่องกติกา ถ้าจะเริ่มจากการทำประชามติแล้วลงมติกัน ถ้ามีประเด็นไหนก็ทำให้สภาดำเนินการ เมื่อรับกฎหมายแล้วก็จะเป็นกรอบเวลา 3.เรื่องบรรยากาศ ทำให้บ้านเมืองเป็นปกติ ไม่มีปิดล้อมข่มขู่ ใครทำผิดกฎหมายก็ต้องถูกดำเนินคดี
"ผมว่าสิ้นปีนี้ ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร ถ้าติดใจอะไรก็มาไล่เรียงเป็นประเด็นกัน" นายกฯ กล่าว
"วีระ"เสนอร่นเป็น 3 เดือน
นายวีระกล่าวว่า อยากเสนอทางลัดคือ ปัญหาเรื่องเศรษฐกิจเป็นเรื่องความเชื่อ ทางเสื้อแดงเห็นว่าจะให้เวลาเท่าไรก็คงไม่เป็นทางออกสำหรับอนาคตที่ดี ส่วนเรื่องกติกามีปัญหาแน่ เพราะมันมากเรื่อง กติกาต้องยกยอดเอาไว้เลือกตั้งก่อน แล้วไปถามว่าจะเอากติกาแบบไหน ส่วนบรรยากาศการเมืองนั้น เราสานกันได้ การเสนอกรอบเวลานั้นเลยงบประมาณอาจยาวไป ตนดูนักวิชาการเห็นว่าเสนอ 3 เดือน จึงอยากให้นายกฯ นำไปพิจารณา เพราะไม่ควรยาวนานไปถึง 6 เดือน เพราะตามกรอบกติกาแค่ 2-3 เดือนก็น่าจะได้
"จตุพร"ลั่นรัฐลากสิ้นปี"รับไม่ได้"
นายจตุพรกล่าวว่า ลากสิ้นปียาวนานไป คนเป็นนายกฯ คงไม่มีใครอยากบริหารประเทศในสถานการณ์ขัดแย้ง ถ้าไม่หาจุดความพอดีก็อยู่ท่ามกลางความไม่ปกติต่อไป ดังนั้นสิ้นปีคงเป็นเรื่องที่รับไม่ได้
แนวโน้มรัฐบาล-นปช.เจรจาต่ออีกรอบ
นายชำนิ บอกว่าไม่ต้องการยืดเวลาจาก 15 วัน เพราะหากมีการประชามติก็ต้องเข้ากระบวนการตามขั้นตอนของกฎหมายที่บังคับไว้คือ 9 เดือน
นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขานายกฯ กล่าวว่า ไม่มีใครเชื่อกันจึงต้องมีวันนี้ เรามานั่งคิดว่าทุกอย่างที่พูดมาเป็นไปได้หรือไม่ ไม่ใช่เรื่องที่ 6 คนจะมาตัดสินใจต้องปรึกษากันเยอะ ๆ
นายกฯกล่าวว่า อีกสองวันอาจเจอกันอีกและมาคุยกันไปบาร์เรนกลับมาวันพุธอาจเป็นพฤหัสบดีเช้า
นายกวีระกล่าวว่า คนที่มาไม่ใช่รธน.อย่างเดียว แต่ด้วยเรื่องยุบสภาด้วยเพราะต้องการเปลี่ยนรัฐบาล
นายจตุพร กล่าวว่า ตอนนี้ความรู้สึก อารมณ์แต่ละคนต่างกัน ทุกคนต้องการบรรยกาศดีทั้งสิ้น ตนเกรงบรรยากาศวันนั้นยากเกินกว่าจะคุยกัน
นายกฯกล่าวว่า หากสนใจไปพิจารณาก็กลับมาคุยกัน ทหารไม่มีอาวุธไปทำร้ายแน่นอน อยากให้ทหารไปอยู่ที่ไหน ทหารไม่ไปทำอะไรท่านแน่นอนหากตนสั่งทหารไปทำอะไร พล.อ.อนุพงษ์ พล.อ.ประยุทธิ์ก็ไม่ทำแน่นอน หากตนไปสั่งอะไรไม่ถูกต้องก็ไม่ควรไปทำ ท่านเองก็บอกว่าทหารเป็นหน่วยงานที่เป็นกลางทางการเมือง
นายวีระบอกว่าหากตันแบบนี้ก็มะรืนมาว่ากัน
นพ.เหวงบอกว่า อยากให้ยกเลิกพรบ.มั่นคง เพราะมีประชาชน 20 ล้านคนไม่เห็นด้วยอยากให้ยุบสภา
นายกฯกล่าวว่า "หากทำประชามติไม่ยุบสภาเอาหรือไม่" ทั้งนี้กม.ประกาศเพื่อให้จนท.ไปดูแลความปลอดภัย
นายจตุพร กล่าวว่า ตนได้รับฉันทามติจากประชาชน เรื่องให้ยุบสภา ถือว่าการหารือสองวันนี้ไม่บรรลุผล เรามาพบกับพวกท่านก็แสดงตน การเจรจาต่างคนก็มีข้อเสนอวันข้างหน้าก็ว่าอีกทีเราเสนอ 15 วัน และนายกฯเสนอ 9 เดือน ก็ให้หยุดท่าทีไว้ตรงนี้ ว่าข้อเสนอสองฝ่ายไม่ได้รับการสนอง
นายกฯกล่าวว่า ตนยินดีนัดหมายหารืออีกครั้ง
หลังจากเสร็จสิ้นจากเจรจานายวีระบอกว่า " ได้เวลาไปห้องน้ำพอดี "
ทั้งนี้การเจรจาจบลงเวลา 20.22 น.



