
กรุงแตก!!
การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงยิ่งนานวันยิ่งสุ่มเสี่ยงต่อความรุนแรง
มีเหตุระเบิดเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้เบื้องต้นยังไม่ได้ล็อกเป้าตัวบุคคลเน้นเฉพาะสถานที่ แต่ไม่มีใครรับรองได้ว่า อีกไม่กี่วันข้างหน้า ระเบิดจะไม่ไปเข่นฆ่าประชาชนหรือเอาชีวิตตำรวจทหาร พลเรือน ที่ปฏิบัติหน้าที่รักษาความสงบ
แม้แต่บรรดาแกนนำคนเสื้อแดงก็ใช่ว่าจะปลอดภัย อาจมีมือที่สามลงมือเพื่อวัตถุประสงค์บางอย่าง หากมีเลือดตกยางออก สถานการณ์จะควบคุมยาก การที่คนเสื้อแดงไปขับไล่ทหารที่เฝ้ารักษาความปลอดภัยอยู่นั้น ค่อนข้างสุ่มเสี่ยง ทหารไม่ใช่คู่ขัดแย้งกับเสื้อแดง แต่เป็นตัวกลางเพื่อมาดูแลความสงบเรียบร้อยให้พี่น้องประชาชน
การประกาศชัยชนะของแกนนำฯ เป็นเพียงชัยชนะในแง่ยุทธศาสตร์ระยะสั้นๆ มองดูเหมือนช่วงชิงความได้เปรียบเชิงการเมือง แต่ชีวิตของพี่น้องประชาชนกลับตกอยู่ในภาวะล่อแหลม
ระเบิดที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ทหารอย่างล่าสุดกรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ ที่มีเวรยามกำลังพลเต็มไปหมด หรือที่ ททบ.5 ติดกับกรมทหารราบที่ 1 รักษาพระองค์ ทหารเข้าเวรด้านหน้าประตู ยังถูกระเบิดบาดเจ็บหลายคนนั่นหมายความว่า ทุกพื้นที่ในเขตกรุงเทพฯ ขณะนี้มีความเสี่ยงต่อการสร้างสถานการณ์ประชาชนมีสิทธิ์โดนลูกหลงได้ทุกเมื่อ
การเมืองกำลังเข้าช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ฝ่ายแดงมองว่าไม่อาจตรึงคนไว้ได้นาน ด้านอดีตนายกรัฐมนตรีทักษิณ ชินวัตร เองก็ต้องการรวบรัดล้มรัฐบาลเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง เพื่อประโยชน์ของตัวเอง
เมื่อการเมืองเดินไปตามเกมต้องมีตัวเร่งอื่นช่วย ในซีกอำนาจเก่ามีนายทหาร ตำรวจหลายคนที่เข้าไปอยู่ในวอร์รูม กลุ่มพวกนี้มีศักยภาพ มียุทธวิธี มีกำลังคนของตัวเองสามารถเรียกใช้ได้
ไม่ได้บอกว่าเหตุที่เกิดเป็นฝีมือคนเสื้อแดง แต่อาจเป็นมือที่สาม หวังปิดเกมนี้ก็ได้ แต่ที่ผ่านมาความเห็นภายในฝ่ายแดงเกิดแตกแยก หลากแนวคิด เป็นไปได้ที่ใครบางคนอาจใช้จังหวะเร่งเผด็จศึก หวังปิดเกม วางบิล ส่งเทียบเชิญอดีตนายกฯ กลับบ้าน แต่ในความเป็นจริงอย่างที่นายอานันท์ ปันยารชุน อดีตนายกฯ กล่าวไว้ว่า ทักษิณ ไปไกลเกินกว่าจะกลับแล้ว
วิธีเดียวที่จะทำให้อดีตนายกฯ ทักษิณ คืนสู่บ้านเกิดได้คือ เหตุความวุ่นวาย เปลี่ยนโครงสร้างประเทศ ล้างกลไกที่คิดว่าอยู่ตรงข้ามตัวเองให้หมด
หากจากนี้ไปเกิดเหตุระเบิดมีผู้บาดเจ็บล้มตาย เพื่อยกระดับความหวาดกลัวแล้วล่ะก็ รับรองยิ่งกว่ากรุงแตกเสียอีก!!



