
แดงรับแก้รธน.ก่อนยุบสุเทพหยิบ6ประเด็นเข้าครม.
"สุเทพ"เผยครม.เตรียมออกพรบ.มั่นคงอ.ชะอำ-หัวหิน และขยายพรบ.มั่นคงในกทม.อีก 7 วัน หากเจรจาคืนนี้ไม่เรียบร้อย แต่หากเสื้อแดงเห็นด้วยกับการเจรจาเย็นนี้ เตรียมหยิบ6ประเด็นแก้รธน.ขอครม.ทำประชามติทันที
ที่กรมทหารราบที่ 11 เมื่อเวลา 11.00น. วันที่ 29 มี.ค. นายสุเทพ เทือกสุรรณ รองนายกรัฐมนตรีและประธานศอ.รส.พร้อมด้วยนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและพล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา รองผบ.ทบ.เดินทางจากศอ.รส.ไปยังโรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้าและโรงพยาบาลพญาไทเพื่อเยี่ยมและให้กำลังใจนายทหารและประชาชนที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุระเบิดสถานีโทรทัศน์กองทัพบกช่อง5สถานีโทรทัศน์ช่อง11และเหตุระเบิดที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) ในช่วง2-3วันที่ผ่านมา
จากนั้นเวลา 14.15 น. นายสุเทพนำคณะสื่อมวลชนชมและทดสอบระบบเครื่องเสียง ที่ห้องประชุมใหญ่อาคารสาธารณะสถาน ภายในร.11รอ. ซึ่งจะใช้เป็นที่ประชุมครม.ในวันที่ 30 มี.ค. โดยในห้องประชุมดังกล่าวด้านหลังเก้าอี้ของประธานในการประชุมมีหลวงพ่อเชิด ซึ่งเป็นองค์พระประธานขนาดใหญ่อยู่ด้านหลัง โดยนายสุเทพ กล่าวติดตลกว่า “ก็ต้องพึ่งพระกันหน่อย”
จากนั้นนายสุเทพ ให้สัมภาษณ์ว่า วันที่ 30 มี.ค.นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี มีภารกิจที่ต่างประเทศจึงมอบให้ตนเป็นประธานประชุมครม.แทน และการที่ตนรับผิดชอบศอ.รส.ด้วยจึงตัดสินใจใช้สถานที่นี้เป็นที่ประชุมครม.ใน สัปดาห์นี้ และหลังจากนั้นจะมีการประชุมคณะกรรมการชุดอื่นๆที่ตนเป็นประธานคณะกรรมการก็จะประชุมที่นี่ด้วยเช่นกัน จนกว่าจะได้ยกเลิกศอ.รส. ก็จะได้กลับไปทำงานที่ทำเนียบรัฐบาล อย่างไรก็ตามถ้าการเจรจาระหว่างฝ่ายรัฐบาลกับแกนนำนปช.วันที่29มี.ค.นี้เป็นไปด้วยดี ผู้ชุมนุมเลิกและกลับบ้าน ถ้าตนแก้ไขได้ก็กลับไปประชุมครม.ที่ทำเนียบฯ แต่ถ้าไม่ทันก็ประชุมที่นี่
นายสุเทพ กล่าวอีกว่า สำหรับการประชุมครม.มีเรื่องที่เกี่ยวกับความมั่นคงสองเรื่อง คือ 1.การประกาศพื้นที่ความมั่นคงที่อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี และอ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อดูแลความปลอดภัยแก่ผู้นำ 6 ประเทศในลุ่มน้ำโขงในวันที่ 2-5 เม.ย. ก็จะประกาศพื้นที่ความมั่นคงเฉพาะตำบลที่ติดกับสถานที่ประชุมโดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหมจะเป็นผู้นำเสนอครม. 2.ศอ.รส.จะพิจารณาตัดสินใจในการประชุมคืนนี้เวลา 20.00 น. ถ้าผลของการเจรจาระหวางรัฐบาลกับแกนนำฯเป็นไปด้วยความเรียบร้อยตกลงกันได้ ทุกคนก็กลับบ้าน คืนสู่สภาพปกติ
“ถ้าผลการประชุมเจรจาไม่เรียบร้อยและผู้ชุมนุมมีทีท่าจะชุมนุมยืดเยื้อพรุ่งนี้ ผมก็จะเสนอครม.เพื่อขยายการประกาศพื้นที่ความมั่นคงในกทม.ต่อไปอีก 7 วัน และจะดูสถานการณ์อีกครั้ง ส่วนจะต้องต่อทุกสัปดาห์หรือไม่ก็ต้องดูตามสถานการณ์ แต่ถ้าคืนนี้สถานการณ์เรียบร้อยก็ไม่ต้องขอต่อ ส่วนที่อ.ชะอำและอ.หัวหินจะประกาศก่อนถึงวันประชุมหรือไม่รมว.กลาโหมจะเป็นผู้นำเสนอ ซึ่งมีการตกลงภายในแล้วว่ารมว.กลาโหมจะเป็นผู้อำนวยการศูนย์รักษาความสงบเรียบร้อยในการประชุม อย่างไรก็ตามผมประเมินสถานการณ์ในแง่ดีคิดว่าจะไม่มีอะไร ส่วนสมเด็จฮุนเซน นายกรัฐมนตรีกัมพูชา เดินทางมาด้วยก็มาในฐานะสมาชิกประเทศลุ่มแม่น้ำโขง ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพก็ต้องให้การต้อนรับ ผมเชื่อว่าคนไทยจะให้การต้อนรับมิตรประเทศเช่นกัน “นาย สุเทพ กล่าว
นายสุเทพกล่าวถึงเหตุระเบิดรายวันตามจุดต่างๆว่า ตนจะเรียกประชุมเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อฟังรายงานการปรับปรุงมาตรการการควบคุมสถานการณ์ เพราะตนสั่งให้ปรับปรุงให้เข้มงวดกวดขันยิ่งขึ้นเพื่อป้องกันเหตุวินาศกรรมและเหตุป่วนเมือง นอกจากนี้ตนจะมอบให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.)รายงานต่อประชาชนเป็นระยะว่าแต่ละเหตุดำเนินคดีไปถึงไหน รู้ตัวคนทำผิดหรือไม่และจับกุมแล้วหรือไม่ และทำสำนวนเสนออัยการเพื่อฟ้องคดีหรือยัง เพื่อให้ประชาชนได้ทราบทุกระยะ ส่วนที่ตำรวจระบุว่าคนก่อเหตุเป็นกลุ่มเดียวกันและเป็นกลุ่มที่รับใช้การเมืองนั้น นายสุเทพ กล่าวว่า ตนพูดแทนตำรวจไม่ได้ เพราะเรื่องสำนวนสอบสวนต้องให้ตำรวจพูด เรารู้มากกว่าตำรวจไม่ได้
ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่มีการมองว่าเป็นการหละหลวมของเจ้าหน้าที่เพราะยังมีเหตุเกิดรายวัน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่มองอย่างนั้น แต่ตนเข้าใจดีกว่าเจ้าหน้าที่ทำงานเต็มที่ เพียงแต่พื้นที่กทม.กว้างขวางแต่จะอ้างยังนั้นไม่ได้ประชาชนก็คงไม่ยอม ดังนั้นต้องหามาตรการที่ปรับปรุงวิธีการให้ดีแต่ใช้จำนวนคนเท่าเดิม เมื่อถามว่าศอ.รส.วิเคราะห์สถานการณ์หรือไม่ว่าทำไมยังเกิดเหตุขึ้นอีกทั้ง ที่มีการตั้งโต๊ะเจรจากันแล้ว นายสุเทพ กล่าวว่า คิดว่ามีกลุ่มคนบางกลุ่มอาจจะมีความสัมพันธ์หรือไม่มีความสัมพันธ์กับกลุ่ม คนเสื้อแดง แต่ว่ากลุ่มคนชุดนั้นมุ่งหวังที่จะให้เกิดความปั่นป่วนในบ้านเมือง ยั่วยุให้สถานการณ์มีความรุนแรงเพิ่มดีกรีมากขึ้น แล้วก็จะได้อาศัยเหตุที่เกิดความรุนแรงนั้นนำไปขยายผล บิดเบือนและปลุกระดมมวลชนให้ลุกขึ้นก่อเหตุวุ่นวายขยายต่อไปอีกเพื่อหวังผล ในทางการมืองในเวลาสั้นๆ
เมื่อถามว่าถ้าเป็นการหวังผลทางการเมืองทำไมเขาไม่ทำกับผู้ชุมนุมแต่กลับไปทำกับสถานที่อื่นและสถานราชการซึ่งเป็นสัญลักษณ์แทน นายสุเทพ กล่าวว่า ตนสันนิษฐานว่า 1.การที่จะไปกับสถานที่ราชการทั้งหลายเป็นการดิสเครดิตลดความน่าเชื่อถือของรัฐบาลลง เพื่อแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลไม่สามารถดูแลรักษาสถานการณ์ได้ 2.สถานที่หลายแห่งเป็นสถานที่ที่มีความสำคัญต่อทางการทหาร ตนคิดว่าเขาต้องการยั่วยุให้ทหารมีอารมณ์และเผลอตอบโต้ และก็จะเอาเหตุนั้นเป็นเรื่องที่ทหารตั้งใจจะปราบปรามประชาชน และเอาข้ออ้างนี้มาขยายผล ขณะนี้ตนสันนิษฐานได้สองประเด็น
เมื่อถามว่าการระเบิดเป็นการกดดันการเจรจาของรัฐบาลกับแกนนำนปช.หรือหรือไม่เพราะหากตกลงกันไม่ได้จะมีการระเบิดมากกว่านี้ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถวิจาณ์ได้ว่าระเบิดนั้นจะกดดันหวังผลให้การเจรจาให้ไปในทิศทางที่เขาต้องการหรือไม่
ผู้สื่อข่าวถามอีกว่า การระเบิดบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา แกนนำพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นการกดดันให้นายบรรหารถอนตัวออกจากพรรคร่วมรัฐบาลหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้โทรศัพท์คุยกับนายบรรหารแล้ว นายบรรหารเล่าว่าไม่ได้รู้สึกตกอกตกใจอะไร ก่อนหน้านี้มีคนโทรไปขู่แล้ว และกรณีนี้นายบรรหารไม่ได้เสียขวัญเสียกำลังใจทั้งสิ้น และวันนี้ก็ได้ให้คำแนะนำในการปฏิบัติหน้าที่ของตน และได้ให้กำลังใจตนด้วย และฝากถึงนายอภิสิทธิ์ว่าขอให้ได้มีกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
ผู้สื่อข่าวรุกถามต่อว่าคนที่โทรมาขู่คือพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกฯหรือไม่ที่ต้องการให้ถอนตัวจากพรรคร่วมฯ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนไม่สามารถโยงอย่างนั้นได้ เพียงแต่นายบรรหารบอกว่าก่อนหน้านี้มีคนโทรมาขู่แล้ว แต่ตนก็ไม่ได้ซักถามอะไรเพิ่ม
“แต่ผมเรียนได้ว่าพรรคร่วมรัฐบาลทุกพรรคยังมั่นคงแข็งแรง ยังยืนหยัดที่จะร่วมกับพรรคประชาธิปัตย์ในการทำงานแก้ไขวิกฤติการของประเทศ ท่านผู้นำพรรคการเมืองเหล่านั้นได้แนะนำผมว่าควรจะเสนอท่านนายกฯเมื่อกลับมาวันนี้ให้ได้ ใช้แนวทางอย่างไรในการเจรจา ควรจะมีข้อเสนออย่างไร ผมก็ได้สรุปเตรียมเสนอนายกฯเมื่อเดินทางมาถึงและนายกฯจะได้สามารถเดินทางไปที่นัดเจรจาได้ทันที”นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่านายบรรหารเสนอให้นายกฯยุบสภาปลายปีนี้เป็นข้อเสนอที่จะบอกนายกฯด้วยหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า นายบรรหารและหัวหน้าพรรคการเมืองเสนอแนวทางคล้ายๆกัน คือว่าให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จากนั้นก็แก้ไขกฎหมายลูกให้สอดคล้องกัน แล้วจากนั้นให้ยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ ทั้งหมดคือกระบวนการที่ต้องใช้เวลา เพราะในการแก้ไขรธน.มีเรื่องที่จะต้องทำประชามติ ต้องรับฟังความคิดเห็นและมีช่วงเวลาว่าเมื่อผ่านวาระสองแล้วถึงจะลงประชามติ เพราะฉะนั้นจะมีขั้นตอน
“ตารางเวลาคิดว่าทุกอย่างเสร็จสมบูรณ์ทั้งรธน.และกฎหมายลูกในช่วงปลายปี แล้วรัฐบาลก็ยุบสภาเลือกตั้งใหม่ แต่ข้อเสนอนี้มีเงื่อนไขว่าเป็นข้อเสนอที่ฝ่ายผู้ชุมนุมเขายอมรับถึงจะได้เดินหน้าได้ แต่อย่างไรก็ตามผมยกตัวอย่างว่านี่คือข้อเสนอแนะของหัวหน้าพรรคการเมือง ยังมีประเด็นอื่นๆอีกที่จะต้องนำให้นายกฯพิจารณาตัดสินใจ แต่ทั้งนี้ทุกพรรคการเมืองเสนอว่าการแก้ไขรธน.ให้เอา 6 ประเด็นที่คณะกรรมการสมานฉันท์ฯที่ได้ให้ความเห็นชอบเอาไว้แล้วให้แก้ไขรธน. 6 ประเด็นนั้น ที่ทำไว้ชัดเจนอยู่แล้ว”นายสุเทพ กล่าว
เมื่อถามว่าแก้ไข 6 ประเด็นโดยไม่คำนึงถึงเสียงของพรรคเพื่อไทยใช่หรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า ถ้าฝ่ายผู้ชุมนุมเห็นว่าเราจะนำ 6 ประเด็นไปขอประชามติจากประชาชน ถ้าผู้ชุมนุมเห็นชอบ นายกฯอาจจะมอบหมายให้ตนนำเรื่องนี้ขออนุมัติครม.พรุ่งนี้ แล้วประกาศวันทำประชามติทันทีกระบวนการจะเริ่มได้ทันที ส่วนที่จะมองว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้นนายสุเทพ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ว่าง่ายหรือยาก แต่ว่าข้อเสนอนี้น่าจะมีเหตุมีผลและดีที่สุด และในส่วนของพรรคประชาธิปัตย์ ก็ไม่ได้ติดขัดในประเด็นของคณะกรรมการสมานฉันท์ ได้ทำเอาไว้แล้ว อย่างไรก็ตามนี่ตนพูดถึงการยกร่างของคณะทำงานของตนเท่านั้น แต่ว่าถ้านายกฯมาถึงท่านก็ต้องพิจารณาซักไซ้ไล่เรียงดูว่าจะเป็นอย่างไร
เมื่อถามว่าได้เตรียมแผนสองแผนสามรองรับหรือยังเพราะข้อเสนอให้ยุบสภาปลายปีกลุ่มคนเสื้อแดงคงไม่เห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวว่า ยังไม่ได้เตรียมแผน แต่ถ้ากลุ่มผู้ชุมยุมเขายอมรับเรื่องนี้ก็โชคดีไป ก็จะได้เดินหน้าเริ่มกระบวนการ แต่ถ้าเขาไม่เอาด้วยก็เป็นว่าไม่มีข้อเสนอ เมื่อถามว่ารัฐบาลมีแนวคิดที่จะเจรจากับพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตรหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่มีครับ ที่ไม่มีเพราะมันทำยาก เพราะอยู่คนละประเทศ”
เมื่อ ถามว่าทางกลุ่มพันธมิตรฯก็ออกมาแถลงว่าไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายสุเทพ กล่าวว่า ตนได้ติดตามฟังการแถลงของพันธมิตรฯ ซึ่งเขาแถลงได้ความว่าเขาไม่เห็นด้วยกับการแก้ไขรธน.เพื่อกลุ่มคนใดหรือ บุคคลใดแต่เขาไม่ขัดขวางการแก้ไขเพื่อผลประโยชน์ของประเทศชาติหรือส่วนรวม เพราะฉะนั้นไม่มีอะไรที่ขัดแย้งกัน
เมื่อถามว่าได้สอบถามความเห็นหรือดูแววตาจากฝ่ายผู้นำทหารหรือไม่ว่าจะยุบสภาดีหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า “ไม่ได้ถาม และแววตาก็ยังไม่ได้ดูเพราะยังไม่ได้เจอกันเลย” แต่ที่ตนเตรียมไว้คือตนได้ตรวจสอบกับพรรคการเมืองต่างๆที่เป็นพรรคร่วมถ้าตนจะยกร่างแบบนี้เพื่อเสนอนายกฯวันนี้ แต่ละหัวหน้าพรรคจะมีความเห็นและข้อเสนอแนะอย่างไร ซึ่งตนต้องสรุปและแนบไปให้นายก โดยส่วนใหญ่มีไปในทางคล้ายๆกันแต่รายละเอียดอาจต่างกันบ้าง
เมื่อถามว่ากองทัพบอกหรือไม่ว่า ไม่ว่าแนวทางจะเป็นอย่างไรก็พร้อมจะสนับสนุนรัฐบาลต่อไป นายสุเทพ กล่าวว่า ในส่วนของตนคือ 1.ต้องให้พรรคร่วมเห็นพ้องต้องกันก่อน ส่วนทหารตำรวจและพลเรือนทั้งหลายก็เป็นข้าราชการเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ก็ต้องทำงานตามที่รัฐบาลสั่งการ เมื่อถามว่าได้เตรียมแก้สถานการณ์ไว้หรือไม่หากการเจรจาวันนี้ล่ม นายสุเทพ กล่าวว่า ส่วนใหญ่ตนไม่คิดในทางร้าย แต่ถ้ามันเกิดในทางร้ายก็ต้องแก้ไข
เมื่อถามว่าแต่คนเสื้อแดงบอกว่าต้องใช้รธน.2540 เท่านั้น จะสวนทางกันหรือไม่ นายสุเทพ กล่าวว่า อันนั้นยิ่งยากเข้าไปใหญ่ กระบวนการจะยาวมากในการที่จะแก้รธน.ทั้งหมด เพราะการแก้รธน.มีหลายขั้นตอน
ผู้สื่อข่าวถามต่อว่า ทำไมคิดว่าแนวทางในการหยิบ 6 ประเด็น มาแก้ไขนี้จะผ่านความเห็นของคนเสื้อแดง เพราะก่อนหน้านี้พ.ต.ท.ทักษิณก็บอกว่าไม่เห็นด้วย นายสุเทพ กล่าวถามว่า “แล้วเขาจะให้ทำอย่างไร ผมไม่ทราบ” แต่ถ้ายกร่างใหม่หมดก้ใช้เวลามากกว่านั้น สิ่งที่เราคิดเป็นเรื่องที่มีเหตุผลและใกล้เคียงกับผู้ชุมนุมเรียกร้องมาก ที่สุดโดยไม่เสียหลักการ ก็ให้แก้ไขของปี 2550 ในส่วนที่บกพร่องเพราะในคณะกรรมการสมานฉันท์มีผู้แทนพรรคเพื่อไทยและหลายฝ่ายอยู่ในนั้นด้วย



