
กรณ์ชี้ยุบสภาตอนนี้เสียโอกาสขับเคลื่อนศก.
"กรณ์"ชี้ถ้ายุบสภาตอนนี้ ทำไทยเสียโอกาสขับเคลื่อนศก. งบ 4 แสนล้านชะงักกว่าครึ่งปี ภาคเอกชนประสานเสียงหนุน "กรณ์" เฟสต้าเล็งกำหนดจุดยืน31มี.ค.นี้
(29มี.ค.) นายกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า หากนายกรัฐมนตรีตัดสินใจยุบสภาตามข้อเรียกร้องของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) เพื่อจัดการเลือกตั้ง หากพรรคเพื่อไทยได้คะแนนอันดับ 1 และพรรคประชาธิปัตย์อันดับ 2 ถ้าหากพรรคอันดับ 1 ไม่สามารถรวบรวมสมาชิกจัดตั้งรัฐบาลได้และพรรคประชาธิปัตย์หาพรรคร่วมเพื่อจัดตั้งรัฐบาลแล้วกลุ่ม นปช.จะยอมรับกับเหตุการณ์ดังกล่าวหรือไม่ ขณะที่สภาผู้แทนราษฎรชุดนี้จะครบวาระสิ้นปี 2554 ซึ่งก็จะมีการเลือกตั้งใหม่
หากยุบสภาเร็ว ๆ นี้ โครงการเงินลงทุนด้านต่าง ๆ จากงบประมาณ 400,000 ล้านบาท จะหยุดชะงักกว่าจะมีรัฐบาลใหม่เพื่อกำหนดยุทธศาสตร์การลงทุนจะเสียเวลาอีกครึ่งปี ทำให้เสียโอกาสในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ รวมถึงโครงการประกันรายได้เกษตรกร หากมีการเปลี่ยนรัฐบาลก็ไม่รู้ว่าเกษตรกรจะได้รับการชดเชยตามแนวทางประกันราคาหรือไม่ เพราะต้องอยู่ที่การดำเนินนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลใหม่ประเทศไทยมีโอกาสมากในการได้รับประโยชน์จากเศรษฐกิจโลก โดยปัจจัยต่าง ๆ และการดำเนินยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจของรัฐบาลค่อนข้างดี มีแต่เพียงปัญหาการเมืองที่ทำให้สะดุดจนเสียโอกาสในเวทีโลก
ที่ปรึกษานายกฯเผย“ภาคธุรกิจ”ไม่ต้องการให้นายกฯ“ยุบสภา” เหตุเศรษฐกิจเพิ่งฟื้นตัวยันรัฐบาลมีงานที่ต้องทำมาก ขณะที่อีกฝ่ายชี้ยุบสภาสามารถทำได้ แต่ต้องมีเงื่อนไขให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมเพราะไม่ใช่เรื่องของ “รัฐบาล-คนเสื้อแดง”เท่านั้น
คุณหญิงสุพัตรา มาศดิตถ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าก่อนมีการชุมนุมใหญ่ของกลุ่มคนเสื้อแดงเมื่อวันที่ 27 มี.ค.ที่ผ่านมา คณะที่ปรึกษานายกรัฐมนตรีทั้ง 5 คน ได้ขอเข้าพบนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี พร้อมทั้งได้นำความคิดเห็นที่รับฟังจากภาคส่วนต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นภาคประชาสังคมและภาคธุรกิจเอกชนเสนอให้นายอภิสิทธิ์รับทราบ
โดยพบว่าทุกภาคส่วนมีความเห็นแตกต่างกัน 2 แนวทาง คือฝ่ายที่หนึ่งไม่ต้องการให้นายกรัฐมนตรียุบสภา โดยเฉพาะธุรกิจใหญ่ เช่น กลุ่มซีพี เพราะมองว่าขณะนี้บ้านเมืองเพิ่งฟื้นตัวจากภาวะวิกฤติเศรษฐกิจ จึงต้องการให้รัฐบาลทำงานเพื่อบริหารประเทศต่อไป ขณะนี้รัฐบาลมีงานที่ต้องทำอีกหลายเรื่อง ทุกเรื่องเป็นประโยชน์กับทุกคน แม้แต่กลุ่มคนเสื้อแดงที่มาชุมนุมให้ยุบสภาด้วย
ขณะที่อีกฝ่ายระบุว่าถ้ามีการยุบสภาต้องทำกระบวนการต่างๆให้ชัดเจนว่า หลังยุบสภาแล้วจะไม่มีปัญหาอะไรตามมาอีกหรือไม่ การดำเนินการขั้นตอนกระบวนการก่อนที่จะมีการยุบสภา ต้องมีคนกลางทำหน้ากำหนดขั้นตอน ต้องให้ทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วม เพราะการยุบสภาไม่ได้หมายความว่าเป็นเรื่องของรัฐบาลและแกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงจะเจรจากันเองเท่านั้น แต่เรื่องนี้มีผลกระทบต่อทุกฝ่ายในสังคมทั้งฝ่ายนิติบัญญัติ ฝ่ายบริหาร ฝ่ายตุลาการ ภาคประชาสังคมและภาคเอกชนด้วย
“คณะที่ปรึกษาเราเปิดใจเป็นกลาง เพื่อจะได้รับฟังความเห็นของทุกฝ่าย เท่าที่เรารับฟังมาไม่ใครเลยที่บอกว่า ให้นายกฯต้องยุบสภาทันที ขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่ต้องการให้มีการยุบสภาด้วยซ้ำ โดยเฉพาะภาคธุรกิจใหญ่ เพราะประเทศกำลังฟื้นตัวจากวิกฤติเศรษฐกิจ ส่วนอีกฝ่ายหนึ่งมีความเห็นว่าหากยุบสภาเป็นทางออกต้องให้ทุกภาคส่วนในสังคมเข้ามามีส่วนร่วม ต้องมีคนกลางเข้ามากำหนดขั้นตอนและระยะเวลาก่อนมีการยุบสภา เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาลและกลุ่มคนเสื้อแดงที่มาประท้วงเท่านั้น เป็นเรื่องคนทั้งประเทศ คณะที่ปรึกษานายกฯ ก็ได้นำเรื่องนี้เรียนให้นายกฯรับทราบ ส่วนนายกฯจะตัดสินใจอย่างไรเป็นหน้าที่นายกฯ เรามีหน้าที่ให้คำปรึกษา”คุณหญิงสุพัตรา กล่าว
นายกงกฤช หิรัญกิจ ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย หรือ สทท. กล่าวว่า แม้ขณะนี้การชุมนุมด้านการเมืองยังคงเป็นปัญหาต่อเนื่อง มีระเบิดป่วนเมืองหลายจุด แต่แนวทางการเจรจาระหว่างนายกรัฐมนตรีพร้อมตัวแทนรัฐบาล กับตัวแทนนปช. ทำให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยต่อสถานการณ์ด้านการเมืองดีขึ้น เพราะสะท้อนถึงการนำสู่การจัดการปัญหาความขัดแย้ง
โดยเชื่อว่า หากสถานการณ์อยู่ในทิศทางที่มีการเจรจาลักษณะดังกล่าวต่อเนื่อง ก็จะทำให้ความมั่นใจของนักท่องเที่ยวต่างชาติมีมากขึ้น และเมื่อเหตุการณ์การชุมนุมยุติ ก็จะทำให้การท่องเที่ยวกลับคืนสู่สถานการณ์ปกติโดยเร็ว
เฟสต้าเล็งกำหนดจุดยืน31มี.ค.นี้
นายชูชาติ ทองคำ นายกสมาคมผู้ประกอบการรถขนส่งทั่วไทย กล่าวว่า ในวันที่ 31 มีนาคมนี้ สมาพันธ์สมาคมท่องเที่ยวไทย(เฟสต้า)ได้เรียกประชุมสมาชิกที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยวรวม 17 สมาคม เพื่อกำหนดท่าทีและแสดงจุดยืนในเรื่องของการเมืองดังกล่าวให้กับสังคมได้รับรู้ ทั้งนี้ในส่วนของการเจรจาระหว่างรัฐบาลและนปช.เกี่ยวกับประเด็นข้อเรียกร้องให้ยุบสภานั้น เชื่อว่า ประเด็นดังกล่าวไม่ใช่ประเด็นหลักที่ช่วยในการแก้ปัญหา ทั้งนี้ ควรพิจารณาปัญหาอื่นที่อยู่รอบด้านให้ชัดเจน รวมถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับธุรกิจ และประชาชนด้วย โดยในส่วนของภาคเอกชนต้องการให้ปัญหายุติโดยเร็ว เพราะที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อธุรกิจเป็นอย่างมาก
ภาคเอกชนจังหวัดระนองประสานเสียงค้านยุบสภา
นายนิตย์ อุ่ยเต็กเค่ง ประธานหอการค้าจังหวัดระนอง และประธานสภาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวจังหวัดระนอง กล่าวว่า จากการหารือระหว่างรัฐบาล กับแกนนำกลุ่มเสื้อแดง เกี่ยวกับเรื่องการยุบสภานั้น ทางภาคเอกชนในเขตพื้นที่จังหวัดระนองไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะยุบสภาในช่วงนี้ โดยมองว่า ไม่ได้เป็นการแก้ปัญหา หรือทางออกที่ถูกต้อง เพราะการเรียกร้องของคนกลุ่มคนเสื้อแดง เพียงแค่ไม่ถึง 10% ของประชากรทั้งประเทศทางรัฐบาลไม่ควรที่จะกระทำตามข้อเรียกร้อง
หากปฏิบัติเท่ากับว่าแพ้กฏหมู่ต่อไปใครต้องการเรียกร้องอะไรก็นำประชาชนมาขอเจรจากับรัฐบาล ซึ่งตนมองว่าไม่ถูกต้อง ทางออกที่ดีที่สุดคือการเปิดสภาอภิปรายเพื่อหาข้อยุติ ฟังข้อมูลจากหลายๆ ฝ่ายแล้วนำมาใตร่ตรอง แต่มีข้อแม้ว่าต้องไม่ตั้งอยู่บนพื้นฐานของผลประโยชน์ของใคหรือกลุ่มใดจึงจะสามารถแก้ไขปัญหาวิกฤติของประเทศชาติได้ ไม่เช่นนั้นประเทศไทยก็คงจะย่ำแย่ลงไปเรื่อยๆ ยากที่จะพัฒนาเพราะผู้คนในประเทศมีความแตกแยก แบงฝักแบ่งฝ่าย
ในส่วนของเศรษฐกิจปัจจุบัน ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ดี โดยเฉพาะภาคการท่องเที่ยว ที่มีทีท่าว่าจะดี แต่ตอนนี้กลับทรุดลงอีกครั้งหลังจากการเดินขบวนออกมาประท้วงของกลุ่ม นปช.ส่งผลให้กรุ๊ปทัวร์ที่เคยจองเข้ามายังไทยได้สั่งยกเลิกเปลี่ยนทริปท่องเที่ยวไปยังประเทศที่ปลอดภัยกว่าหรือไม่มีปัญหาทางการเมืองวุ่นวายแทน ส่งผลให้ประเทศไทยเสียโอกาสไปมากในช่วงไฮซีซั่นปีนี้
นายกฤษณะ เอี่ยมวงศ์นที ประธานสภาอุตสาหกรรมจังหวัดระนอง กล่าวว่า ไม่เห็นด้วย หากรัฐบาลจะกระทำตามข้อเยกร้องของกลุ่มคนเสื้อแดง แม้ว่าจะมีการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่ทุกอย่างก็จะยังวุ่นวายเช่นนี้ต่อไปอีก ดังนั้น ทางออกที่ดีที่สุดคือ ต้องนำปัญหาไปถกกันในสภา



