
เอกชนภูเก็ตเสนอแก้รธน.ก่อนยุบสภาฯ
ภาคธุรกิจภูเก็ตเห็นควรแก้ รธน.ก่อนการยุบสภาฯ เพราะขณะนี้มีปัญหาที่รัฐบาลต้องเร่งสร้างสรรค์หลายเรื่อง
นพ.ศิริชัย ศิลปอาชา ประธานหอการค้าจังหวัดภูเก็ต เปิดเผย "ผู้สื่อข่าว" จากการที่มีการเปิดโต๊ะเจรจาเพื่อหาข้อยุติปัญหาการชุมนุมและการปะทะกันระหว่างเหน้าที่ของรัฐกับผู้ชุมนุมระหว่างนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กับแกนนำ นปช.ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องที่ดี แม้การเจรจาในรอบแรกจะยังไม่ได้ข้อยุติที่ทั้ง 2 ฝ่ายยอมรับได้ก็ตาม
เพราะเป็นเรื่องยากมากที่ทั้ง 2 ฝ่าย จะได้รับคำตอบที่ตนเองพึงพอใจ และมองว่าขณะนี้สิ่งที่รัฐบาลยังไม่ได้นำมาใช้เจรจาต่อรองกับแกนนำกลุ่ม นปช.มีอีกหนึ่งประเด็น คือ เรื่องระยะเวลาในการยุบสภา เพราะการที่จะประกาศยุบสภาเป็นเรื่องที่ใหญ่มากจำเป็นต้องใช้เวลา ไม่ใช่ว่าจะประกาศได้ภายใน 1 วัน หรือ 15 วัน ตามที่ นปช.ยื่นเงื่อนไข
“ส่วนตัวคิดว่า รัฐบาลควรจะเจรจาต่อรองยืดเวลาการยุบสภาออกไปอีกระยะ อาจจะเป็น 3 เดือนหรือ 6 เดือน เพราะอย่างไรรัฐบาลก็ต้องยุบสภาอยู่ดี เนื่องจากอายุบริหารประเทศเหลืออีกเพียงปีเสษ ก็ต้องเลือกตั้งใหม่ ถือว่าเป็นการคืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจแล้ว แต่ในระยะนี้ ควรจะให้รัฐบาลบริหารประเทศต่อไปจนกว่าจะถึงระยะเวลาดังกล่าว การยืดเวลาการบริหารประเทศ เป็นแนวทางที่นานาประเทศทั่วโลกนำใช้ปฏิบัติกัน ”
นพ.ศิริชัย กล่าวว่า ที่สำคัญมองว่าการเจรจากันของทั้ง 2 ฝ่าย นั้นเป็นเกม เพราะฟากรัฐบาลต้องการลดแรงกดดันที่กลุ่มผู้ชุมนุม นปช.ที่เดินทางไปรวมตัวบริเวณหน้า ราบ 11 ซึ่งอาจจะเกิดการปะทะกันได้ทุกเมื่อ ส่วนกลุ่ม นปช.ก็สามารถยื่นข้อเสนอแก่รัฐบาล โดยเฉพาะต่อตัวนายกรัฐมนตรีได้สำเร็จ การพบกันครึ่งทางเป็นเรื่องที่สมควรกระทำ เพราะหากทุกฝ่ายยอมรับได้ในเงื่อนไขต่างๆ ประเทศชาติก็สามารถเดินหน้าต่อได้ เนื่องจากขณะนี้ปัญหาชาติยังมีอีกหลายด้านที่ต้องได้รับการแก้ไขจากรัฐบาล
ขณะที่นายภูริต มาศวงศ์ศา อุปนายกสมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวจังหวัดภูเก็ต กล่าวเรื่องเดียวกันว่าข้อเสนอของแต่ละฝ่ายยากที่จะปฏิบัติได้ โดยเฉพาะกรณีที่ นปช.เสนอให้รัฐบาลยุบสภาภายใน 15 เพราะเหตุการณ์ฉุกละหุก และต้องถามว่ายุบสภาภายในเวลาดังกล่าวเพื่ออะไร จัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ขณะนี้ยังไม่รู้ว่าเหตุการณ์อนาคตจะเป็นอย่างไร ซึ่งค่อนข้างเลื่อนลอยว่ายุบสภาไปแล้วจะเกิดอะไรซึ่งยังมองไม่เห็น ส่วนที่แกนนำ นปช.บอกว่ายุบสภาแล้ว ไปตายเอาดาบหน้า คิดว่าประชาชนส่วนใหญ่คงไม่เห็นด้วย ดังนั้นการยุบสภาจะต้องมีหลักการและเหตุผลมีกรอบการทำงานที่ชัดเจนก่อนจึงจะยุบสภาได้ ขณะที่ฝั่งรัฐบาลก็เสนอให้มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน ส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีความเป็นไปได้ หากร่วมมือร่วมใจกันจริงจัง ซึ่งอดีตที่ผ่านมาเคยมีการเสนอขอให้แก้ไขรัฐธรรมนูญแต่หลายฝ่ายยังไม่ให้ความร่วมมืออย่างจริงจัง
ประเด็นที่ทั้ง 2 ฝ่ายถกเถียงกันเป็นประเด็นเกี่ยวกับกรอบการทำงาน โดยส่วนตัวคิดว่าน่าจะมีการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อน จากนั้นค่อยกำหนดเวลาในการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชน เพราะไม่เช่นนั้นแล้วหากยุบสภาก่อนแล้วมาจัดการเลือกตั้งรัฐบาลใหม่ที่ได้รับการเลือกตั้งเข้ามาเป็นใครก็ยังไม่ทราบ และรัฐธรรมนูญก็อาจจะไม่ได้รับการแก้ไขเหมือนกัน ฉะนั้นแนวทางที่ดีที่สุดคิดว่าควรแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนเพื่อนำไปสู่ข้อตกลงต่างๆ และกำหนดเวลาในการยุบสภาเพื่อเลือกตั้งใหม่แล้วใช้รัฐธรรมนูญใหม่ที่ได้รับการแก้ไขแล้ว นายภูริตกล่าว



