
ปาบึ้ม!!โรงรถศาลปกครองเชียงใหม่
ขว้างM 26 บึ้มโรงรถในศาลปกครองเชียงใหม่ ป่วนเป็นครั้งที่สอง หลังนายกฯเปิดเจรจาแดงรอบแรก และครั้งที่ 6 หลังนปช.ออกมาชุมนุม
(29มี.ค.) พ.ต.ท.พุฒิ มนเทียน สารวัตรเวร สภ.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ รับแจ้งจากผู้บริหารระดับสูงศาลปกครองว่า มีคนร้ายปาระเบิดใส่สนามหญ้าข้างโรงจอดรถภายในบริเวณศาลปกครอง ถ.ซุปเปอร์ไฮเวย์เชียงใหม่-ลำปาง ต.ช้างเผือก อ.เมือง จ.เชียงใหม่ จึงรายงานผู้บังคับบัญชา คือพ.ต.อ.สมบัติ สุภาภา รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.ท.วชิระ กาญจนวิภาดา รอง ผกก.สส.สภ.ช้างเผือก พร้อมประสานเจ้าหน้าที่ทหารจากมทบ.33 นำโดย ร.ท.ไล กันธวงค์ รองผบ.กองร้อยสารวัตรทหาร มทบ.33 และ พ.ต.ท.ฐานันดร วิทยาวุฑฒิกุล รองผกก.หน่วยพิสูจน์หลักฐานเชียงใหม่พร้อมพวกร่วมตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุบริเวณพื้นสนามของโรงรถตั้งอยู่หลังตึกศาลปกครองจังหวัด เจ้าหน้าที่พบร่องรอยการปาระเบิดเป็นหลุมลึก 20 เซนติเมตร กว้าง 7 เซนติเมตร รอบบริเวณพบสะเก็ดระเบิดกระจัดกระจายอยู่ไม่ต่ำกว่า 10 จุดทั้งบนพื้น เสา และหลังคาโรงรถ แต่ไม่มีทรัพย์สินอื่นเสียหายและไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่คาดว่าเป็นลูกระเบิดแบบเกลี้ยงชนิดเอ็ม26
จากการสอบสวนทราบว่า เหตุระเบิดดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่เวลา 22.10 น.วันที่ 28 มีนาคมที่ผ่านมา ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ รปภ. 3 นาย ประกอบด้วย อส.อัษฎายุธ ภูคณะ อส.วิสุทธิ อยู่ดี และอส.เสถียร อภัย ทั้งหมดเป็นรปภ.จากองค์การทหารผ่านศึกซึ่งกำลังเข้าเวรยามรักษาความปลอดภัยอยู่ที่บริเวณตู้ยามทางเข้าด้านหน้า จากนั้นได้เกิดเสียงระเบิดดังสนั่นขึ้น 1 ครั้ง สร้างความตกใจให้กับ รปภ.และนักท่องเที่ยวซึ่งพักอยู่ที่โรงแรมแกรนด์วิวเชียงใหม่ซึ่งอยู่ถัดจากจุดปาระเบิดประมาณ 20 เมตรและพากันวิ่งลงมาดู
แต่ผู้บริหารศาลปกครองไม่ได้เข้าแจ้งความกับตำรวจทันทีภายหลังเกิดเหตุ แต่ให้ทีม รปภ.ภายในนำโดยพลทหารสุชาติ ทองคำ หัวหน้ารปภ.เข้าทำการตรวจสอบและเก็บกระเดื่องระเบิดเป็นการภายใน จากนั้นจึงได้โทรศัพท์ไปแจ้งให้ตำรวจมาตรวจสอบที่เกิดเหตุในตอนเช้าเวลา 08.30 น.วันที่ 28 มีนาคม ซึ่งถือเป็นเหตุระเบิดครั้งที่สองใน จ.เชียงใหม่หลังนายอภิสิทธิ เวชชาชีวะนายกรัฐมนตรีเปิดเจรจากับสามแกนนำแดงนปช.ที่สถาบันพระปกเกล้าเมื่อวานที่ผ่านมา และถือเป็นเหตุวางและขว้างระเบิดเพื่อสร้างสถานการณ์เป็นครั้งที่ 6 นับตั้งแต่นปช.แดงออกมาเคลื่อนไหวชุมนุมได้ 18 วัน
พ.ต.อ.สมบัติ สุภาภา รองผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ กล่าวว่า การก่อเหตุของคนร้ายดูแล้วไม่ได้มุ่งต่อทรัพย์หรือชีวิตคน แต่ต้องการสร้างข่าวให้กระทบต่อความรู้สึกของประชาชน สร้างสถานการณ์ให้ดูเหมือนว่ารัฐไม่สามารถทำให้บ้านเมืองสงบสุขเรียบร้อยได้ ซึ่งช่วงที่บ้านเมืองมีการต่อสู้เรื่องการเมืองในอดีตที่ผ่านมาก็มีเหตุลักษณะนี้มาตลอด แต่การจับกุมและป้องกันทำได้ยากเช่นเดีวกับที่กรุงเทพฯขณะนี้ขนาดมีการขอกำลังทหารมาช่วยแต่ก็ยังไม่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้



