ข่าว

"สาทิตย์"ยัน"มาร์ค"เจรจา"รบ.-นปช."เย็นนี้

"สาทิตย์"ยัน"มาร์ค"เจรจา"รบ.-นปช."เย็นนี้

29 มี.ค. 2553

"สาทิตย์"ยันนายกฯพร้อมเข้าเจรจา"รบ.- นปช."เย็นนี้ ระบุยังมองแง่ดีชี้การเจรจาน่าจะจบด้วยดี เชื่อชุมนุมจะไม่เคลื่อนกดดันจนกว่าการเจรจาจะได้ข้อยุติ พร้อมยันวันพรุ่งนี้มีประชุมครม.แน่นอน อ้างเหตุมีเรื่องประกาศพื้นที่ความมั่นคงที่หัวหินรอครม.อนุมัติ

(29มี.ค.) นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลประชุมศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) ที่กรมทหารราบที่ 11 รักษาพระองค์ว่าการเจรจาระหว่างรัฐบาลกับแกนนำคนเสื้อแดงในช่วง 18.00 น.นั้น ทางฝ่ายรัฐบาลยังมีตัวแทน 3 คนเดิม คือ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี นายกอร์ปศักดิ์ สภาวสุ เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และนายชำนิ ศักดิเศรษฐ์ รองเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งการเจรจาที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ตลอด 3 ชั่วโมงนั้นรัฐบาลมองว่า มีคืบหน้า 3 ประการ คือ 1 .ทั้งสองฝ่ายยอมรับกรอบการเจรจาร่วมกัน ซึ่งเป็นความคืบหน้าในการแก้ปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง 2 .ทั้งสองฝ่ายไม่ปฏิเสธข้อเสนอการยุบสภา เพียงแต่ต้องเจรจาว่าการยุบสภาควรจะเกิดขึ้นเมื่อไร และควรจะดำเนินการใดๆ ก่อนยุบสภาหรือไม่ ซึ่งมีรายละเอียดการพูดคุยอีกหลายเรื่องทั้งการมีส่วนร่วมของฝ่ายอื่น โดยฝ่ายรัฐบาลจะมีการเตรียมการเจรจาในวันที่ 29 มีนาคมและจะเดินทางไปพบนายกรัฐมนตรีที่สนามบินก่อนจะเดินทางไปยังที่เจรจา

 และ 3 .การเข้าสู่โต๊ะเจรจา เป็นเงื่อนไขไม่มีการเคลื่อนการชุมนุมในลักษณะดาวฤกษ์หรือดาวกระจายไปที่ใด จึงเชื่อว่าการชุมนุมในวันนี้นั้นจะไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆ ที่จะมีการกดดัน จนกว่าจะมีการเจรจาเสร็จสิ้นก่อนที่จะตัดสินใจใดๆ เพราะหลายฝ่ายเป็นห่วงว่าหากมีการเคลื่อนผู้ชุมนุมไปในพื้นที่ที่มีการเจรจาแล้วอาจทำให้บรรยากาศการเจรจามีแรงกดดันเกิดขึ้น จึงขอให้ผู้ประสานงานไปพูดคุยกับผู้ชุมนุมด้วย และรัฐบาลยังยืนยันในการถ่ายทอดสดผ่านสถานีวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย

 นายสาทิตย์ กล่าวอีกว่า ขณะนี้สื่อต่างประเทศและหลายฝ่ายคาดการณ์ว่าการเจรจาไม่น่าจะมีข้อยุติ แต่รัฐบาลก็ยังมองในแง่ดีว่าการทอดเวลาออกไปเนื่องจากนายกรัฐมนตรีเดินทางไปประเทศบูรไน จะทำให้ฝ่ายรัฐบาลและผู้ชุมนุมจะได้ฟังความคิดเห็นของสังคม เพราะอย่างน้อยนักวิชาการ 155 คนที่ออกมาเคลื่อนไหวก็ชี้ให้เห็นชัดเจนว่าการยุบสภายังคงเกิดขึ้นในทันทีไม่ได้ ส่วนประเด็นที่มีการพูดคุยกันในกลุ่มผู้ชุมนุมว่าจะมีการยกระดับการชุมนุมหากเงื่อนไขยุบสภาใน 2 สัปดาห์ไม่ได้รับการตอบสนองนั้น รัฐบาลเห็นว่าขณะนี้กระแสสังคมตอบรับเรื่องการเจรจาเพื่อหาทางออก หากผู้ชุมนุมจะเคลื่อนไหวอะไรสังคมก็ต้องขอรับฟังเหตุผล จึงไม่น่าจะเป็นผลดี จึงเชื่อว่าการเจรจาในช่วงเย็นวันที่ 29 มีนาคมจะเป็นการเจรจาเพื่อหาทางออก ซึ่งรัฐบาลยังมองในแง่ดีที่จะหาลู่ทางในการแก้ปัญหาและรัฐบาลจะยึดแนวทางเจรจาต่อไปในการหาทางออกจากวิกฤติ

 เมื่อถามว่า หากกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะขอเข้ามามีส่วนร่วมในการเจรจาด้วยจะทำอย่างไร นายสาทิตย์ กล่าวว่า การเจรจาที่เกิดขึ้นนั้นก็ได้พูดถึงการมีส่วนร่วมของฝ่ายอื่น เพียงแต่ยังอยู่ในกรอบของกลุ่มผู้ชุมนุมกับทางรัฐบาลอยู่โดยไม่มีส่วนอื่น แต่ก็ต้องคุยกันว่าจะให้ภาคส่วนอื่นๆเข้ามามีส่วนร่วมได้อย่างไรเพราะจะเป็นการพูดคุยกันลึกลงในรายละเอียด แต่เวทีนี้กลุ่มพันธมิตรฯจะเข้ามาร่วมเจรจาด้วยในฐานะอะไร และการจะนำใครมาเจรจาเพิ่มเติมก็ต้องเป็นความเห็นของทั้งสองฝ่าย แต่ขณะนี้กลุ่มพันธมิตรฯก็ยังไม่ได้แสดงจุดยืนอะไรเป็นทางการ

 “ จากการเจรจาเมื่อวันที่ 28 มีนาคมนายกรัฐมนตรีได้ไปฟังข้อเสนอของผู้ชุมนุมและตอบด้วยเหตุผล การเจรจาในวันที่ 29 มีนาคมจึงจะมีข้อเสนอจากฝ่ายรัฐบาลไปเสนอว่าการยุบสภานั้นจะมีข้อเสนอย่างไร มีกรอบเวลาและเรื่องที่จะต้องทำก่อนยุบสภาอย่างไร ซึ่งภายหลังการเจรจาเมื่อวันที่ 28 มีนาคมนายอภิสิทธิ์ ก็ยังคงอารมณ์ดี ทานอาหารได้และยังนอนหลับได้ ” นายสาทิตย์ กล่าว

 เมื่อถามว่านายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนาเสนอว่ารัฐบาลควรจะระบุให้ชัดเจนว่าจะยุบสภาภายในสิ้นปี 2553 นายสาทิตย์ กล่าวว่า สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลนั้นได้พูดคุยกันตลอด แม้กระทั่งก่อนจะไปเจรจาก็มีการประสานไปยังพรรคร่วมรัฐบาลแล้ว และจุดร่วมของรัฐบาลยังเป็นจุดเดียวกัน เพราะการไปเจรจาของนายกรัฐมนตรีนั้นไปในฐานะของนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคร่วมรัฐบาล ส่วนเรื่องกรอบเวลาการยุบสภานั้นก็ต้องขึ้นอยู่กับการเจรจา และหลายข้อเสนอจากพรรคร่วมรัฐบาลนายกรัฐมนตรีจะนำไปเสนอในช่วงเย็นวันที่ 29 มีนาคมแต่จะกำหนดเงื่อนเวลาใดนั้นคณะเจรจากำลังเตรียมการกันอยู่ สำหรับพรรคร่วมรัฐบาลที่ได้มีการประสานกันมาตลอดก็ยังไม่ได้ยินว่าพรรคการเมืองไหนไม่อยากยุบสภา เพราะเราได้สอบถามครบทุกพรรคแล้ว

 นายสาทิตย์ กล่าวถึงการประชุม ครม. วันที่ 30 มีนาคมว่าต้องมีการประชุม ครม.แน่นอน เพราะมีหลายเรื่องที่จะต้องหารือ โดยเฉพาะการประกาศ พรบ.ความมั่นคงพื้นที่อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ และอ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่จะมีการจัดประชุมสุดยอดผู้นำประเทศลุ่มน้ำโขง 2 - 5 เมษายน ส่วนเรื่องการต่ออายุ พรบงความมั่นคงในพื้นที่กรุงเทพฯ นนทบุรีและสมุทรปราการ ที่จะหมดอายุ 30 มีนาคมนั้นยังไม่ได้พูดคุยกันว่าจะต่ออายุหรือไม่ เพราะต้องประเมินสถานการณ์กันก่อน