ข่าว

เกณฑ์ทหาร-ตร.เหนือดูม็อบกรุงเปิดช่องยาเสพติดทะลักเข้าไทย

เกณฑ์ทหาร-ตร.เหนือดูม็อบกรุงเปิดช่องยาเสพติดทะลักเข้าไทย

29 มี.ค. 2553

นับตั้งแต่ต้นปี 2553 เป็นต้นมา หน่วยงานด้านการปราบปราบยาเสพติด ทั้งตำรวจ ทหาร หรือแม้กระทั่งฝ่ายปกครองในภาคเหนือ โดยเฉพาะ จ.เชียงใหม่และ จ.เชียงราย ต่างพร้อมใจกันจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดได้อย่างต่อเนื่อง ที่สำคัญยังตรวจยึดยาเสพติดได้ชนิด "ลอตใหญ่" ครั้งล

 การจับกุมในช่วงที่ผ่านมาสอดคล้องกับงานด้านการข่าวของฝ่ายทหาร และสำนักงานป้องกันและปราบปรามยาเสพติดภาค 5 (ป.ป.ส.ภาค 5) ที่ระบุไปในทางเดียวกันว่า "ปัจจัยภายนอก" โดยเฉพาะการเมืองที่เกี่ยวพันกับชนกลุ่มน้อยในประเทศเพื่อนบ้าน ได้นำไปสู่การเพิ่มกำลังการผลิตยาเสพติดทั้งยาบ้าและเฮโรอีน โดยพบว่าช่วงปลายปี 2552 มียาบ้าพักคอยรอการนำเข้าตามช่องทางชายแดนด้าน จ.เชียงใหม่และเชียงรายกว่า 100 ล้านเม็ด ไม่รวมเฮโรอีนและยาไอซ์ที่เพิ่มปริมาณขึ้นในสัดส่วนที่เท่ากัน

 อย่างไรก็ดี การจับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ได้อย่างต่อเนื่องในระยะหลัง กลับสวนทางกับกลยุทธ์ของเครือข่ายยาเสพติด ที่หันมาใช้วิธีการขนลำเลียงแบบกองทัพมด คือ ขนทีละน้อย แต่บ่อยครั้ง อันเป็นผลโดยตรงจากการคุมเข้มพื้นที่ชายแดนของฝ่ายทหารในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

 จึงน่าสนใจว่า เพราะเหตุใดเครือข่ายยาเสพติดถึงกล้าลักลอบขนยาเสพติดจำนวนมากเข้าทางภาคเหนือ ทั้งที่ก็รู้ดีกว่าเป็นเส้นทางที่ถูกจับตาเป็นพิเศษ และยังเต็มไปด้วยด่านตรวจตราสกัดการขนลำเลียงที่เรียกว่าเข้มงวดที่สุดในประเทศ    

 เจ้าหน้าที่ปราบปรามยาเสพติดให้คำตอบว่า เป็นเพราะช่วงนี้เหตุการณ์บ้านเมืองในไทยกำลังวุ่นวาย ทำให้ทหารซึ่งเป็นรั้วหลักในการสกัดกั้นยาเสพติดตามแนวชายแดน ต้องปรับการทำงานบางส่วน มีการเตรียมกำลังเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ จนเกิดช่องว่างและทำให้เครือข่ายยาเสพติด ซึ่งติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด ฉวยโอกาสใช้จุดอ่อนนี้ "วัดดวง" ขนยาเสพติดเข้าประเทศ  

 นอกจากนี้ ผู้ผลิตในฝั่งประเทศเพื่อนบ้านยังปรับกลยุทธ์ทางการค้า โดยเปิดการขายแบบเงินเชื่อหรือให้ "เครดิต" กับกลุ่มเอเย่นต์ผู้ซื้อจากฝั่งไทย จากเดิมที่ต้องใช้เงินสดเท่านั้น ทำให้กลุ่มผู้ซื้อสามารถสั่งซื้อยาเสพติดครั้งละมากๆ ได้โดยไม่ต้องจ่ายเงินก่อน

 กลุ่มนี้ยังมีกลุ่มที่เคยถูกจับและถูกยึดยาบ้า ต้องการคืนเงินทุนจากยาบ้าที่ถูกยึดไป เช่น ถูกยึดยาบ้า 5 หมื่นเม็ด จึงต้องใช้เครดิตซื้อยาบ้าเพิ่มเป็น 1 แสนเม็ด เพื่อจะได้คืนทุนยาบ้าที่ถูกยึดไปและได้กำไรอีกเท่าตัวด้วย

 พล.ต.ท.สมคิด บุญถนอม ผบช.ภ.5 ให้ข้อมูลสอดคล้องต้องกันว่า ช่วงนี้มียาบ้าหลายล้านเม็ดเตรียมลักลอบเข้าสู่ประเทศไทย พร้อมกับยอมรับว่าช่วงที่มีการชุมนุมทางการเมือง เปิดโอกาสให้ขบวนการค้ายาเสพติดลักลอบนำของเข้ามา ในช่วงที่ตำรวจต้องไปสับเปลี่ยนกำลังในกรุงเทพฯ

 นอกจาก "ช่องว่าง" ที่เจ้าหน้าที่เปิดให้โดยไม่รู้ตัวแล้ว อีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้ปริมาณยาบ้าถูกขนเข้ามาทางภาคเหนือมากขึ้น อาจเกิดจากปัจจัยทางการเมืองของประเทศเพื่อนบ้าน เป็นไปได้ว่าชนกลุ่มน้อยบางกลุ่มมีความต้องการทุนก้อนใหญ่ เพื่อเสริมศักยภาพของกองทัพและกองกำลังของตัวเอง จำเป็นต้องใช้ช่วงก่อนหรือหลังการเลือกตั้งใหญ่ในพม่า ที่จะมีขึ้นในวันที่ 10 ตุลาคม 2553 จึงเพิ่มกำลังผลิตอีกหลายเท่าตัว ซึ่งก็สอดคล้องกับความต้องการในตลาดยาเสพติดในไทย

 อีกประเด็นที่ถูกตั้งข้อสังเกต คือ มีวีธีการพิเศษเพื่อนำไปสู่การจับกุมยาเสพติดลอตใหญ่ให้สอดคล้องกับงบประมาณของหน่วยงานในด้านการปราบปรามยาเสพติดที่เพิ่มขึ้น ภายใต้โครงการ "ไทยเข้มแข็ง ชนะยาเสพติดยั่งยืน" โดยศูนย์อำนวยการประสานงานสกัดกั้นและแก้ไขปัญหายาเสพติดชายแดนภาคเหนือ (ศอ.ปชน.) ซึ่งได้รับงบประมาณจากโครงการไทยเข้มแข็งผ่าน กอ.รมน.ภาค 3 ในการสกัดกั้นยาเสพติด 14 อำเภอชายแดนใน จ.เชียงใหม่ จ.เชียงราย และ จ.แม่ฮ่องสอน

 เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงบอกว่า ศอ.ปชน.มีเป้าหมายลดการนำเข้ายาเสพติดให้เหลือร้อยละ 50 ภายใน 5 ปี และทำลายเครือข่ายนายทุนตามแนวชายแดนทั้งหมด โดยจัดชุดปฏิบัติการ 15 ชุด กระจายเสริมกำลังให้แก่หน่วยป้องกันชายแดนในพื้นที่ ทั้งยังเป็นหน่วยประสานด้านการข่าวระหว่างหน่วยงานปราบปรามยาเสพติด ทั้งตำรวจ ทหาร และ ป.ป.ส.จากยุทธศาสตร์ที่กำหนดขึ้นและลักษณะของภารกิจ จึงฟันธงว่าการ "จับ โชว์" ให้คุ้มกับงบไม่ใช่ประเด็น

 ไม่ว่าการเพิ่มปริมาณของยาเสพติดที่ถูกลำเลียงเข้าประเทศจะมาจากสาเหตุใดก็ตาม แต่สถานการณ์ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ จึงน่าเห็นใจเจ้าหน้าที่ไม่น้อย เพราะต้องรับศึกสองด้าน ทั้งปัญหาความมั่นคงภายในและการสกัดกั้นยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญระดับชาติ ทหารและตำรวจต้องดูแลทั้งสองเรื่องไปพร้อมกัน ขณะที่กำลังปฏิบัติมีอยู่เท่าเดิม จึงถือเป็นสถานการณ์ที่ไม่ปกติและน่าเป็นห่วงอย่างยิ่ง  

 เอกพงศ์ ประดิษฐ์พงษ์