ข่าว

"พระองค์ภา"ทรงขอบใจทุกคนร่วมยุติรุนแรง

"พระองค์ภา"ทรงขอบใจทุกคนร่วมยุติรุนแรง

29 มี.ค. 2553

เพราะปัญหาความรุนแรงต่อสตรีและเด็ก ต้องได้รับความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ดังนั้น ในฐานะทรงเป็นทูตสันถวไมตรีของกองทุนการพัฒนาเพื่อสตรีแห่งสหประชาชาติ หรือ ยูนิเฟม (UNIFEM) ประจำปี 2551

 พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา ทรงพระกรุณาเสด็จเข้าร่วมการประชุมสรุปแผนงานยุติความรุนแรง เพื่อหาแนวทางการดำเนินการรณรงค์ในปี 2553 พร้อมกับทรงรับฟังการนำเสนอผลงานรณรงค์โครงการยุติความรุนแรงของนักเรียนจากโรงเรียนนำร่อง กระทรวงศึกษาธิการ  โดยมี พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม พร้อมคณะเฝ้ารับเสด็จ ณ หอประชุมกองทัพเรือ

 ซึ่งการประชุมสรุปแผนงานดังกล่าว คณะผู้เข้าร่วมประชุมได้มีแนวคิดและนิยามที่สำคัญคือ "Men's Network หรือ ผู้ชายต้องปกป้อง ไม่ใช่ทำร้ายความรุนแรง" โดยแผนดังกล่าวยังมีความสอดคล้องและเชื่อมโยงกับกิจกรรมโครงการ "UniTe (ยูไนต) to End Violence against Women" ของ บันคี มูน เลขาธิการสหประชาชาติ ที่ได้ประกาศขึ้นเมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2552 ที่ผ่านมา เนื่องในโอกาสครบรอบ 10 ปี วันสากลแห่งการยุติความรุนแรงต่อผู้หญิง

 จากนั้นประทานวโรกาสให้ตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนนำร่องทั้ง 6 แห่งทั่วประเทศ ของกระทรวงศึกษาธิการ  ซึ่งน้อมรับแนวพระดำริ การจัดกิจกรรมต่อต้านความรุนแรงของเด็กในโรงเรียน ภายใต้โครงการ "ยุติความรุนแรงต่อสตรีและเด็กของนักเรียนโรงเรียน" นำไปทดลองปฏิบัติและประเมินผลจนได้ข้อสรุปที่มีความเป็นรูปธรรม

 โดยเริ่มต้นจาก โรงเรียนปัญญาวรคุณ กรุงเทพฯ กับโครงการ "ต่อต้านไวรัส Vam ที่ระบาดในสังคมไทย"  โดยเน้นยุติความรุนแรงที่ตัวเองก่อน ไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายกันทางร่างกาย วาจา และใจ ขณะที่ โรงเรียนสตรีราชินูทิศ จังหวัดอุดรธานี เน้นเรื่อง "เราปลอดภัยเมื่อไปโรงเรียน" โดยปรับปรุงระบบการเข้า-ออกโรงเรียน ปรับปรุงกล้องวงจรปิดเพื่อความปลอดภัย หรือ โรงเรียนเสอเพลอพิทยาคม อุดรธานี เลือกลดปัญหาระหว่างรุ่นพี่กับรุ่นน้องภายในโรงเรียน ด้วยโครงการ "สุภาพบุรุษแห่งเสอเพลอ" เพื่อสร้างไอดอลจากรุ่นที่เป็นสุภาพบุรุษให้แก่รุ่นน้อง

 ส่วน โรงเรียนท่าทองพิทยาคม แห่งเมืองสองแคว บอกว่าในเมื่อ "บ้าน หรือครอบครัว" คือ แหล่งปลูกฝังทัศนคติของเด็กๆ ที่จะเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคต  พวกเขาก็เชื่อเช่นกันว่า "เด็ก" จะสามารถช่วยลดหรือยุติความรุนแรงในครอบครัวได้เช่นกัน โดยผ่านทางข้อมูล สื่อวีดิทัศน์จากโรงเรียน ต่างจาก โรงเรียนเมืองชุมพรวิทยา ตัวแทนจากภาคใต้เพียงหนึ่งเดียวของโครงการนี้  ก็ได้นำเอาประเด็นเรื่อง "ความเสมอภาค"  ซึ่งมักจะเป็นจุดเริ่มต้นของปัญหาความขัดแย้งระหว่างผู้ชายกับผู้หญิงภายในโรงเรียน มาเป็นตัวช่วยลดปัญหาดังกล่าว ด้วยการจัดกิจกรรมเรียนศิลปะมวยไทยเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้หญิงเรียนได้เท่าเทียมผู้ชาย  และสุดท้าย โรงเรียนศรีสะเกษวิทยาลัย จังหวัดศรีสะเกษ ที่มองว่าวาจาคือต้นเหตุแห่งความรุนแรง จึงจัดโครงการ "วาจาสร้างสรรค์ยุติความรุนแรง" ผ่านนักจิตวิทยามืออาชีพ  รวมถึงสื่อต่างๆ ให้นักเรียนเห็นถึงผลเสียของการใช้วาจาแบบไม่สร้างสรรค์

 ทั้งนี้ หลังจากทรงรับฟังการบรรยายสรุปแล้ว ก่อนเสด็จกลับได้ทอดพระเนตรนิทรรศการต่างๆ พร้อมกับตรัสถามถึงโครงการต่อยอดของแต่ละโรงเรียน เช่น วีดิทัศน์ไปฉายที่ไหนบ้าง จะมีภาคต่อไปหรือไม่ ในขณะเดียวกันทรงขอบใจเด็กๆ ที่ช่วยกันสานงานโครงการดังกล่าวนี้ นำมาซึ่งความปลื้มปีติแก่คณะนักเรียน อาจารย์ และเจ้าหน้าที่ทุกคน

 อย่างไรก็ตาม นอกจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา จะทรงพระกรุณาเข้าร่วมประชุมฯ และติดตามผลงานของนักเรียนแล้ว ในวันเดียวกันนี้ ยังเสด็จเป็นประธาน "การลงนามข้อตกลงความร่วมมือการดำเนินการยุติความรุนแรงในครอบครัว ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ถูกกระทำด้วยความรุนแรงในครอบครัว พ.ศ. 2550" ของหน่วยงานต่างๆ  โดยมี อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี และคณะเฝ้ารับเสด็จอีกด้วย