ข่าว

 หรือถึงเวลาที่จะต้องยุบ สสปน.อีกหน่วยหนึ่ง !

หรือถึงเวลาที่จะต้องยุบ สสปน.อีกหน่วยหนึ่ง !

29 มี.ค. 2553

ตอนแรกผมว่าจะพูดถึงเรื่อง พลังงานทดแทนปรมาณูที่นายกฯ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ สั่งให้กระทรวงพลังงานไปทบทวนใหม่ว่ามีอะไรบ้าง บังเอิญเห็นว่าโรงแรมในภูมิภาคบางแห่งโอดครวญผ่านหน้าข่าวของหนังสือพิมพ์ "คม ชัด ลึก"

ว่าเคยมีรายได้จากการจัดประชุมสัมมนาของส่วนราชการมาเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้ต่างประสบปัญหาเนื่องจากคุณกรณ์ จาติกวณิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง มีหนังสือเวียนไปยังส่วนราชการต่างๆ ให้งดการจัดสัมมนาตามโรงแรมต่างๆ จึงคิดว่าน่าจะพูดถึงเรื่องนี้ก่อน

 จำได้ว่าผมเคยเรียกร้องเอาไว้ตอนตั้งรัฐบาลใหม่ๆ ให้กำหนดมาตรการประหยัดหลายๆ ทาง โดยเฉพาะส่วนราชการต่างๆ หากขอให้แต่งเครื่องแบบสีกากีที่มีในระเบียบอยู่แล้วก็ควรทำ รวมไปถึงการประชุมสัมมนาต่างๆ นี่ ทุกจังหวัดทุกอำเภอมีหอประชุมของตัวเองทั้งนั้น ปล่อยให้รกร้างว่างเปล่าทำไม จึงควรสั่งงดไปจัดสัมมนาตามโรงแรมต่างๆ เสีย ไหนจะต้องเหมารถบัสขนาดใหญ่ให้เปลืองเงิน แล้วบรรดาข้าราชการต้องหาชุดใหม่ๆ ไปใส่อวดกัน ฯลฯ การที่รัฐมนตรีกรณ์ออกหนังสือเวียนห้ามจัดประชุมสัมมนาในโรงแรมต่างจังหวัดจึงชอบแล้วครับ

 แต่เท่านั้นยังประหยัดเงินของรัฐบาลไม่พอหรอกนะครับ คุณกรณ์ต้องเสนอคณะรัฐมนตรีด้วยนะครับว่า ให้บรรดารัฐมนตรีหรือหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ ยุติการออกไปเดินสายโรดโชว์ตามประเทศต่างๆ ด้วยข้ออ้างว่า ไปหาตลาดการค้าบ้าง ไปชวนชาวต่างชาติมาเที่ยว มาลงทุน หรือไปทำความเข้าใจภาพลักษณ์ประเทศไทยอย่างที่คุณกรณ์เพิ่งไปญี่ปุ่นมา หรือไปชวนต่างชาติมาจัดงานแสดงสินค้าหรือจัดประชุม ที่หน่วยงานที่ชื่อ สสปน. หรือ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ กระเหี้ยนกระหือรืออยากทำนักอยากทำหนานั่นด้วยนะครับ

 การเดินทางไปต่างประเทศของบรรดารัฐมนตรีหรือหัวหน้าส่วนราชการต่างๆ นั้น ต้องใช้เงินจำนวนไม่ใช่น้อยๆ แล้ววัดผลอะไรก็ไม่ค่อยได้เสียด้วย หรือบางคนก็ไม่ควรทำ อย่างรัฐมนตรีพาณิชย์บอกจะออกไปหาตลาดการค้าใหม่ๆ ผมว่าตลกนะครับ ประเทศไทยไม่ใช่บริษัทที่ผลิตสินค้าขาย จะได้สั่งให้รัฐมนตรีพาณิชย์ไปทำหน้าที่เซลส์แมนนะครับ เรื่องแบบนี้พ่อค้าเขาช่วยตัวเองได้

 หรืออย่าง สสปน.ที่มีนายอาคม สรสุชาติ เป็นผู้อำนวยการ นั่นก็ขยันเดินสายไปต่างประเทศเป็นเวลาเล่น อ้างว่าจะไปชวนต่างชาติมาจัดประชุมสัมมนาบ้าบอคอแตกอะไรก็ไม่รู้น่ะ ถามจริงๆ เถอะ สสปน.มีสถานที่จัดงานรองรับเขาแล้วหรือ จึงทะลึ่งบินไปชวนเขา ทุกวันนี้งานแสดงสินค้าต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นมีตติ้งอินเซ็นทีฟ หรือ คอนเวนชั่น และเอ็กซิบิชั่น อย่างที่นายอาคมชอบอ้างถึงนั้น ศูนย์จัดงานและจัดแสดงสินค้าของภาคเอกชนอย่างศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ หรือ ไบเทค บางนา หรือ อิมแพ็ค เมืองทองนั่น เขาก็รับงานไว้ล้นทะลักแล้ว ไม่เห็นต้องพึ่ง สสปน.เลยแม้แต่น้อย

 ภาคเอกชนเขาลงทุนสร้างอาคารไว้จ้างพนักงานไว้ เขาก็ต้องหาลูกค้ามาจัดงานจนได้ แล้วเขาก็ทำกันประสบความสำเร็จอย่างงดงามน่าชื่นชมอีกด้วย อย่างที่อิมแพ็คก็ออกข่าวมาแล้วว่า ปี 2553 นี้ มีผู้จองพื้นที่จัดงานเอาไว้แล้วถึง 800 งาน เป็นงานใหญ่ เช่น งานแสดงสินค้าเพื่อการเจรจาธุรกิจการค้า (Trade Exhibitions) เสียด้วยนะครับ

 แล้วนี่อะไรกัน ปี 2553 เพิ่งผ่านมาไม่กี่เดือน นายอาคม สรสุชาติ เตรียมแบมือถือกะลาของบประมาณปี 2554 ไว้แล้วครับท่าน งวดนี้พ่อจะล่อถึง 1,400 ล้านบาท เฉลี่ยแล้วหน่วยงาน สสปน.จะใช้เงินภาษีของชาวบ้านร้านตลาดเดือนละ 100 กว่าล้านบาท… เวรแท้ๆ นะพระคุณท่าน รัฐมนตรีกรณ์ จาติกวณิช ครับ ในฐานะคนคุมกระเป๋าเงินให้รัฐบาล น่าจะนำวีรกรรมวีรเวรของ สสปน.มาทบทวนอย่างจริงๆ จังๆ สักทีนะครับ

 ตรวจดูรายรับรายจ่ายหน่อยปะไรว่า ตั้งแต่มีหน่วยงานนี้มา รัฐบาลหมดเงินไปกับ สสปน.แล้วกี่หมื่นล้าน แล้วสิ่งที่ได้มาคุ้มไหม หากไม่คุมโน่นเลยครับ เขี่ยไปเข้าคิวรอขายทอดตลาดอย่าง อีลิทการ์ด หรือไม่ก็เสนอให้ยุบทิ้งไปเถิดครับ ถึงไม่มี สสปน.ธุรกิจไมซ์ในไทยคงไม่พังหรอก

ภาณุมาศ ทักษณา