
หนี้นอกระบบส่อแก้ได้ไม่ถึงครึ่งธ.ก.ส.เผยเข้าใจผิดเพียบ-ยอดขอเลิกกว่าหมื่นราย
แบงก์รัฐเร่งเครื่องแก้หนี้นอกระบบ "ออมสิน" เผยเจรจาแล้ว 90% ได้ผลแค่ 30% ด้าน ธ.ก.ส.ประเมินผ่านเข้าโครงการได้ 2 แสนราย จากขึ้นทะเบียน 6 แสนราย เผยคนเข้าใจผิดเกินครึ่ง ขอยกเลิกกว่าหมื่นราย
นายเลอศักดิ์ จุลเทศ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ออมสินกำลังจัดทำคู่มือแก้ไขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ฉบับใหม่ พร้อมเร่งมอบนโยบายให้ทุกสาขาเร่งรัดการแก้ปัญหาหนี้เสีย โดยมีเป้าหมายที่จะลดให้เหลือต่ำกว่า 2% ภายในสิ้นปีนี้ ในเบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับหนี้เสียเก่าๆ ที่ผ่านการบังคับคดีแล้ว ซึ่งจะเร่งรัดการบังคับคดีเพื่อยึดทรัพย์เข้ามาเป็นสินทรัพย์ของธนาคารให้เร็วที่สุด ขณะเดียวกันได้ปรับเปลี่ยนราคาการขายทอดตลาดใหม่ จากเดิมที่กำหนดขั้นต่ำที่ 70% จะเป็น 80%
ความคืบหน้าการแก้ไขหนี้นอกระบบที่อยู่ในความดูแล 5.27 แสนราย มูลหนี้ 4.6 หมื่นล้านบาท เป็นหนี้ที่ต่ำกว่า 5 หมื่นบาท ถึง 2.65 แสนราย รวมมูลหนี้ 3.8 หมื่นล้านบาท ได้เจรจาเพื่อแก้หนี้ไปแล้ว 7.7 หมื่นราย รวมยอดหนี้ 3,800 ล้านบาท กำลังพิจารณาอีก 5.8 หมื่นราย และอนุมัติเงินแล้ว 1.6 หมื่นราย มูลหนี้ 600 ล้านบาท โดยสิ้นเดือนมีนาคมนี้จะปล่อยกู้ได้หมดสำหรับลูกหนี้ที่เจรจาตกลงกันได้แล้ว
“ออมสินได้เชิญลูกหนี้และเจ้าหนี้มาเจรจาเพื่อปรับโครงสร้างหนี้กว่า 90% แล้ว แต่ได้ผลเพียง 30% โดยผู้ที่ยังไม่ผ่านการพิจารณาส่วนหนึ่ง เพราะไม่ผ่านเกณฑ์มีรายได้ไม่แน่นอน หรือผู้ค้ำประกันไม่มีคุณสมบัติครบถ้วน และเจ้าหนี้ไม่ยอมมาเจรจาด้วย ซึ่งกลุ่มที่มีรายได้ไม่แน่นอน ออมสินจะต้องฝึกอบรมอาชีพให้ก่อน สำหรับมูลหนี้ตั้งแต่ 50,000-200,000 บาทนั้น คณะกรรมการระดับภูมิภาคจะมาร่วมเจรจาด้วย” นายเลอศักดิ์ กล่าว
รายงานข่าวจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า จากจำนวนหนี้เกษตรกรที่อยู่ในความดูแลของ ธ.ก.ส.จำนวน 6 แสนกว่าราย มูลหนี้ 6.4 หมื่นล้านบาท มีการประชุมร่วมกับลูกหนี้แล้ว 3.32 แสนราย มูลหนี้ที่ต้องการเจรจาประนอมหนี้ 2.4 แสนราย และขอยุติเรื่องแล้ว 1.1 หมื่นราย หรือประมาณ 10% เนื่องจากการชำระหนี้เสร็จสิ้นและมีเกินครึ่งที่เข้าใจผิดคิดว่ารัฐจะชำระหนี้ให้ และอีกจำนวนไม่น้อยที่เป็นหนี้กับญาติจึงรับได้กับภาระดอกเบี้ยที่ไม่สูงเกินไป
ส่วนลูกหนี้ที่มีมูลหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาทนั้น ธ.ก.ส.อนุมัติเงินกู้แล้ว 588 ล้านบาท จำนวน 1.3 หมื่นราย ไม่สามารถอนุมัติได้ 256 ราย เนื่องจากมีรายได้ไม่เพียงพอหรือมีรายได้ไม่แน่นอน อย่างไรก็ตาม ในส่วนอีก 3 แสนรายจะเร่งให้สาขา ธ.ก.ส.ทั่วประเทศจัดประชุมชี้แจงลูกหนี้ให้แล้วเสร็จภายในเดือนมีนาคมนี้ และมองว่าน่าจะมีไม่ต่ำกว่า 30% ที่ขอถอนตัวจากโครงการเนื่องจากชำระหนี้ได้เอง โดยจาก 6 แสนราย น่าจะเข้าโครงการประมาณ 2 แสนราย



