
ชาวเรือข้ามฟากไทย-ลาวกระอักหันทำไร่แทน
พิษสั่งห้ามชาวลาวข้ามมายังฝั่งไทย ส่งผลสมาชิกชมรมเดินเรือสินค้าข้ามฟากบริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแจมป๋อง เชียงรายกระอัก หลังไม่ได้ออกเรือมานานกว่า 3 สัปดาห์ ต้องหันไปประกอบอาชีพในภาคเกษตรเป็นการชั่วคราว ระหว่างรอสถานการณ์คลี่คลาย
นายบุญรัตน์ ไชยวงค์ สมาชิกชมรมเดินเรือ ณ จุดผ่อนปรนทางการค้าไทย-ลาว บ้านแจมป๋อง อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย เปิดเผยว่า ภายหลังมีการสั่งห้ามประชาชนฝั่ง ส.ป.ป.ลาว เดินทางข้ามมายังฝั่งไทย เนื่องจากไม่มั่นใจในสถานการณ์การเมืองของไทยในขณะนี้ส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ พ่อค้าแม่ค้าและชมรมเดินเรือบ้านแจมป๋องอย่างหนัก เนื่องจากไม่มีลูกค้ามาใช้บริการเดินเรือหรือหาซื้อสินค้าเหมือนช่วงก่อนหน้านี้ ส่งผลต่อรายได้ที่เคยมีวันละหลายพันบาท โดยเฉพาะทุกวันพุธ ซึ่งจะเป็นวันที่มีตลาดนัดการค้าระหว่างสองประเทศไทย-ลาว ซึ่งจะสร้างรายได้ต่อวันไม่ต่ำกว่า 2 หมื่นบาท แต่ขณะนี้ผ่านมากว่า 3 สัปดาห์แล้วที่เรือเดินสินค้ายังไม่ได้ออกจากท่า จะมีบ้างก็เพียงเล็กน้อยที่มีลูกค้าโทรมาสั่งของเพื่อให้ไปส่งยังด่าน ส.ป.ป.ลาว แต่ก็ไม่คึกคักเหมือนที่ผ่านมา
“จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ส่งผลให้ชาวเรือต้องหันไปประกอบอาชีพเกษตรกรรมตามเดิม ไม่ว่าจะเป็นปลูกข้าวโพด ปลูกถั่ว หรือรับจ้างทำสวนทั่วไป เนื่องจากไม่มีคิวเรือให้เดิน อีกทั้งหากต้องมานั่งรอสินค้าไปวันๆ ก็ไม่ได้อะไรขึ้นมา จึงต้องหันไปประกอบอาชีพอื่นทดแทน เพื่อรอให้สถานการณ์ทุกอย่างคลี่คลายลง จึงจะกลับมาเดินเรือเหมือนเดิม จากความกดดันที่มีขณะนี้ทำให้ทุกคนไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ ชาวบ้านที่ค้าขายริมฝั่งโขงหรือแม้กระทั่งชมรมเดินเรือเองต้องปรับตัวอย่างหนักเพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตต่อไปได้ จึงจำเป็นต้องหันกลับไปทำการเกษตรซึ่งเป็นอาชีพหลักของชาวบ้านแถบนี้ แม้ว่าในช่วงนี้จะไม่ใช่ฤดูที่เหมาะสมในการทำการเกษตรก็ตาม แต่ก็ยังดีกว่ามานั่งรอความหวังที่มีอยู่น้อยนิดนี้ ชาวบ้านทุกคนยังหวังว่าเหตุการณ์ในครั้งนี้จะคลี่คลายลงในเร็ววันและประชาชนของทั้งสองประเทศจะกลับมาค้าขายกันได้เหมือนเดิมอีกครั้ง” นายบุญรัตน์ กล่าว



