
อย่าให้จ่าเพียรตายเปล่า
บางความเห็นจาก www.bunchon.net กับเรื่องราวของ จ่าเพียร... ปีศาจกุ้ง 15 มี.ค.53
“พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมบุญ ในวัย 59 ปี เพิ่งเดินทางเข้ากรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 23 ก.พ.ที่ผ่านมา เพื่อร้องขอความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายเนื่องจากเจ้าตัวขอกับทางผู้บังคับบัญชาให้ย้ายออกจากบันนังสตาไปเป็น ผกก.สภ.กันตัง จ.ตรัง เพื่อพักผ่อนในช่วง 18 เดือนสุดท้ายก่อนเกษียณอายุราชการในวันที่ 30 ก.ย.2554 หลังจากตรากตรำทำงานในพื้นที่เสี่ยงอันตรายมานานหลายสิบปี
..."หลังจากผมไปยื่นหนังสือก็มีกระแสการตอบรับที่ดี บอกตรงๆ หลังจากเกษียณราชการแล้ว ผมอยากนั่งกินน้ำชา นั่งนินทาเพื่อน แล้วก็กลับบ้านไปอยู่กับครอบครัวบ้าง เพราะผมไม่ได้อยู่กับครอบครัวมานานถึง 40 ปี เวลาที่อยู่กับครอบครัวมีน้อยมาก ผมโดดเดี่ยว อยู่คนเดียวมาตลอด"...
การเสียชีวิตของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา เมื่อวันที่ 12 มีนาคม 2553 จากการซุ่มโจมตีด้วยการวางระเบิดรถยนต์และยิงถล่มซ้ำด้วยอาวุธสงครามของขบวนการแบ่งแยกดินแดนที่บ้านทับช้าง ต.ตลิ่งชัน ขณะที่นำกำลังออกปฏิบัติการกดดัน แนวร่วมขบวนการ และนั่นคือปฏิบัติการ “สุดท้าย” ของ พ.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา หรือ “จ่าเพียร ขาเหล็ก” ที่เป็นสมญาของ พ.ต.อ.สมเพียร ที่ได้ทำหน้าที่ปกป้องประเทศชาติและประชาชนด้วย “ชีวิต” ปิดฉากชีวิตของนักรบ นักสู้ แห่งเทือกเขาบูโดอันลือลั่นกว่า 40 ปี
ด้วยการที่รู้ตัวดีว่า อายุที่มากขึ้นคือ อุปสรรคในการต่อสู้กับแนวร่วมในพื้นที่ การเดินลาดตระเวนด้วย 2 เท้าที่ไม่แข็งแรงเหมือนเดิม พ.ต.อ.สมเพียรจึงต้องการที่จะย้ายตัวเองออกจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้โดยมีการปรารภกับ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว สบ 10 ซึ่งถือเป็นผู้บังคับบัญชาระดับสูง ซึ่ง พล.ต.อ.อดุลย์ ก็เห็นด้วย และให้การสนับสนุนโดยกล่าวกับ พ.ต.อ.สมเพียรว่า “ผมก็อยากเห็นคุณเกษียณอายุโดยมีสภาพที่สมบูรณ์ ไม่ใช่นั่งรถเข็น ”พร้อมทั้งถามว่า จะย้ายไปลงที่ไหน" ซึ่ง พ.ต.อ.สมเพียร กล่าวว่า ต้องการไปเป็น ผกก.ที่ สภ.กันตัง จ.ตรัง ด้วยเหตุผล 2 ประการคือ 1.เป็นบ้านของภรรยา 2.สภ.กันตัง จ.ตรัง เป็น สภ.ที่ไม่มี ผกก.มานานกว่า 9 เดือนแล้ว
แต่เมื่อมีการประกาศบัญชีแต่งตั้งโยกย้ายอย่างเป็นทางการ กลับไม่ปรากฏชื่อของ พ.ต.อ.สมเพียร แต่อย่างใด พ.ต.อ.สมเพียรเคยบ่นว่า “เขาคงต้องการติดยศ พล.ต.อ.ให้ตอนตาย” และก็เป็นอย่างนั้นจริงๆ
“ลิฟต์จะหนีบเท้าหรือเปล่าเนี่ย เพราะปกติไม่ค่อยเคยขึ้นลิฟต์ แถมขาซ้ายก็ใช้งานได้ไม่ค่อยดีเพราะเคยถูกยิงมา” เป็นมุกตลกที่ พ.ต.อ.สมเพียรทิ้งเอาไว้เป็นความทรงจำในหมู่ผู้สื่อข่าวประจำสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในช่วงที่ พ.ต.อ.สมเพียร ต้องขึ้นลิฟต์ไปหาผู้บังคับบัญชา แต่ไม่มีใครยอมพบกับเขาเลย ไม่ว่าจะเป็น พล.ต.อ.ปทีป ตันประเสริฐ จเรตำรวจแห่งชาติ รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ หรือ พล.ต.ท.พงศพัศ พงษ์เจริญ โฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็ตาม
วันนี้ พ.ต.อ.สมเพียร ได้พลีชีพในสนามรบอย่างสมศักดิ์ศรี ทิ้งไว้เพียงคำถามต่อสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่า...ทำไม พ.ต.อ.สมเพียร จึงโยกย้ายจากพื้นที่สามจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้ ในเมื่อบัญชีการโยกย้ายแต่งตั้งเมื่อวันที่ 25 มกราคม 2553 ที่ผ่านมา ซึ่งลงนามโดย พล.ต.ท.วีระยุทธ สิทธิมาลิก นั้นมีนายตำรวจชั้นสัญญาบัตรจากสามจังหวัดชายแดนภาคใต้ย้ายมาเอาตำแหน่งในภาค 9 และภาค 8 กว่า 20 นาย ทำไมคนอื่นๆ จึงได้รับโอกาสดีๆ ทั้งที่หลายคนไม่มีผลงานที่โดดเด่น
แต่ทำไม พ.ต.อ.สมเพียร จึงไม่ได้รับโอกาสดังกล่าว ตรงนี้ต้องมีคำตอบให้แก่ประชาชนได้รับรู้เพื่อที่วิญญาณของตำรวจผู้กล้าอย่าง “จ่าเพียร ขาเหล็ก” จะได้นอนหลับอย่างไร้กังวล เพราะหากตอบไม่ได้ จะกลายเป็น “ตราบาป” ติดตัวของผู้เป็น “นาย” ไปจนกว่า...
แผ่นดินจะกลบหน้า
...รวบรวมจากสื่อต่างๆ ครับ...”
ดูเหมือนว่ากว่าร้อยปีของสถาบันตำรวจไทย เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความสั่นสะเทือนต่อความเชื่อถือของประชาชนมากที่สุด
ตำรวจไทยตื่นเถิด อย่าให้ความตายของ “จ่าเพียร” สูญเปล่า !!!
บัญชร ชวาลศิลป์



