
นวดโบราณ...ผ่านฟ้าฯบริการ"ม็อบ"ขี้เมื่อย
สภาพอากาศที่ร้อนแสนร้อน บวกกับการนั่งหลังขดหลังแข็ง ฟังการปราศรัยบนเวทีใหญ่ ทำให้บรรดาผู้ชุมนุมกลุ่มเสื้อแดงรู้สึกเมื่อยขบและเหนื่อยล้า ความผ่อนคลายเดียวของที่นี่จึงตกเป็นเรื่อง "บริการนวดแผนไทย" ที่เฟื่องฟูสวนกระแสบริการชนิดอื่นๆ
"สมสมัย กีรติวิทยานุรักษ์" วัย 68 ปี อดีตผู้ช่วยพยาบาลที่ผันตัวมาเปิดบริการนวดแผนโบราณหลักสูตรวัดโพธิ์ได้เกือบ 10 ปี แถมการันตีว่าเป็นบริการโอท็อปสมัยอดีตนายกฯ ทักษิณ ชินวัตร ร่วมกับเพื่อนๆ อีกราว 7-8 คน ตั้งเต็นท์บริการนวดแผนไทยอยู่ริมถนนราชดำเนินระหว่างอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยกับสะพานผ่านฟ้าลีลาศ มาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา ถึงวันนี้มีรายได้แล้วกว่า 3 หมื่นบาท
สมสมัยกับเพื่อนกำหนดราคานวดตัวอยู่ที่ชั่วโมงละ 179 บาท นวดฝ่าเท้าและนวดสัมผัส 159 บาท ส่วนนวดไหล่คลายเครียดราคาเบาหน่อยอยู่ที่ 99 บาท ลูกค้าของเธอมีตั้งแต่ระดับวีไอพีแกนนำเสื้อแดงไปจนถึงชาวบ้านร้านช่อง แต่จะเป็นคนกรุงเทพฯ เสียเป็นส่วนใหญ่ วันไหนมีการเคลื่อนขบวนไปตามที่ต่างๆ เตียงไม้รองเบาะนุ่มสีแดงเฉิดฉายที่ตั้งเรียงรายอยู่เกือบ 10 ตัว ถึงกับมีคนรอต่อคิวกันยาวเหยียดจนให้บริการเกือบไม่ทัน
การชุมนุมนี้ไม่ใช่ครั้งแรกของเธอ สมสมัยเข้ามาให้บริการนวดในที่ชุมนุมประท้วงตั้งแต่กลุ่มเสื้อแดงบุกไปทำเนียบรัฐบาล หรือแม้แต่มุ่งหน้าสู่ต่างจังหวัดเธอก็หอบหิ้วสัมภาระติดไปให้บริการลูกค้าขาประจำด้วยเสมอ
"นวดแผนโบราณของฉันเกิดขึ้นในสมัยนายกฯ ทักษิณ ที่ส่งเสริมโอท็อปจนเรามีโอกาสเข้าไปตั้งบูธนวดในเมืองทองธานี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่บาทเดียว แต่ตอนนี้ถ้าจะเข้าไปเปิดบูธต้องจ่าย 2 หมื่นบาท แต่ละวันมีผู้ชุมนุมมาใช้บริการพอสมควร ส่วนใหญ่เป็นคนกรุงเทพฯ หรือบางทีแกนนำเมื่อยติดต่อมา ฉันก็ส่งคนไปนวดให้ที่หลังเวทีปราศรัย" สมสมัย กล่าวยิ้มๆ
ส่วน "รัตนา มูลเหลา" หญิงสาววัย 42 ปี มีประสบการณ์นวดแผนโบราณเข้าปีที่ 5 เป็นพนักงานร้านนวดหลังวัดชนะสงคราม กล่าวเสริมว่า ออกมานวดนอกสถานที่มีรายได้ดีกว่านวดอยู่ที่ร้าน โดยเฉพาะวันที่มีการเคลื่อนขบวนกลับมา จะมีรายได้มากเป็นพิเศษ
ดูเหมือนว่าผู้ให้บริการนวดแผนโบราณบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศของสมสมัยจะเป็นแห่งเดียวที่เปิดให้บริการเป็นกิจลักษณะ คือตั้งเต็นท์ เตียงนวด เป็นล่ำเป็นสัน ส่วนรายอื่นๆ ที่ตั้งเรียงรายอยู่ริมถนนตั้งแต่เวทีใหญ่ไปจนถึงสนามหลวง มักจะใช้เตียงผ้าใบชายหาด หรือไม่ก็เก้าอี้พลาสติกเพียงไม่กี่ตัว แล้วให้บริการนวดแก่คนทั่วไป หรือบางรายบริการพิเศษถึงที่ในลักษณะ "ดีลิเวอรี่" กระเตงเสื่อผืนหมอนใบไปตามเต็นท์ผู้ชุมนุม สอบถามความต้องการแล้วก็ลงมือนวดกันเดี๋ยวนั้นตรงนั้น ซึ่งแบบหลังนี้ได้รับการตอบรับดีไม่แพ้กัน
"ปกติผมไม่ชอบนวด แต่ครั้งนี้ทดลองแล้วผ่อนคลายดี หายเมื่อยเลย อีกอย่างไม่แพงเหมือนไปใช้บริการตามร้านนวด ถูกกว่าตั้ง 100 บาทแน่ะ" เกรียงไกร แก้วสด หนุ่มโคราช วัย 42 ปี บอกยิ้มๆ เขามาอยู่กรุงเทพฯ ได้ 5 วันแล้ว ครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ที่ใช้บริการนวดตัว สาเหตุหลักเพราะอากาศร้อนจัด ประกอบกับนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์ไปตามที่ต่างๆ จนร่างกายอ่อนเพลียและปวดเมื่อย เลยตัดสินใจใช้บริการนวด
ห่างออกไปเล็กน้อย "อัมพร" จากลพบุรี วัย 50 ปี กำลังเพลิดเพลินกับการนั่งนวดฝ่าเท้า เล่าว่า มีปัญหาเรื่องปวดขาและเท้ามาก่อน หากวันไหนต้องนั่งนานๆ หรือเดินมากๆ จะรู้สึกปวดเมื่อยขาและเท้า ดังนั้นตลอดหลายวันที่ผ่านมาจึงใช้บริการนวดแผนโบราณหลายครั้ง โดยเลือกหมอนวดที่ค่อนข้างมีอายุ ไม่วัยรุ่นจนเกินไป เพราะพวกนี้เพิ่งเรียนมาได้ไม่นาน ประสบการณ์จับเส้นอาจสู้หมอนวดแก่ๆ ไม่ได้
นอกจากหมอนวดวัยกลางคนจนถึงสูงวัยการันตีว่าเป็นนวดแผนไทยโบราณจริงๆ แล้ว บรรดาหมอนวดสาวหน้าแฉล้มแก้มแดงระเรื่อด้วยเฉดสีเครื่องสำอาง มากกว่าจะสวยใสด้วยธรรมชาติอีกจำนวนไม่น้อย ก็เลือกมาจับจองพื้นที่ท้องสนามหลวงให้บริการผู้ชุมนุมชนิดถึงตัวด้วยเช่นเดียวกัน
ตั้งแต่ 6 โมงเย็นเป็นต้นไป สาวหน้าตาค่อนข้างสะสวยน่ามองในเสื้อรัดรูป กางเกงขาสั้นฟิตเปรี๊ยะเกือบ 50 ราย จะหอบเสื่อและหมอนมาปูตามช่องว่างระหว่างรถที่จอดอยู่ที่สนามหลวง รับบริการนวดตัวให้ผู้ชุมนุมขี้เมื่อยในราคาย่อมเยากว่าของสมสมัยมาก คือชั่วโมงละ 100 บาท หรือ 2 ชั่วโมง 150 บาท แม้คุณภาพจะต่างออกไปบ้าง แต่ลูกค้า (ชาย) หลายคนก็เลือกใช้บริการของพวกเธอ
เป็นที่รู้กันในหมู่พวกเธอว่ายามใดที่มีการชุมนุมประท้วงทางการเมืองบนถนนราชดำเนินและสนามหลวง เมื่อนั้นก็ถึงเวลามาหาลำไพ่พิเศษ รับบริการนวดนอกสถานที่ ซึ่งมีรายได้ดีกว่าการเป็นลูกจ้างประจำร้านนวดเป็นไหนๆ
"สมจิตร แก้วไม้" วัย 27 ปี หมอนวดแผนโบราณร้านนวดบนห้างสรรพสินค้าแห่งหนึ่งเลือกใช้เวลาหลังเลิกงานมาจับจองพื้นที่สนามหลวงหารายได้พิเศษ ภาวนาขอให้ได้ลูกค้าแค่ 2-3 เจ้า เธอก็จะกลับไปพักผ่อนแล้ว
"เทียบกับงานประจำแล้วเงินดีกว่าเยอะค่ะ อยู่ที่ร้านได้แต่เงินเดือนกับเปอร์เซ็นต์ แต่อยู่ที่นี่ทำเท่าไรก็เข้ากระเป๋าตัวเองหมด ตอนนี้โชคดีหน่อยมีลูกค้าประจำมาร่วมชุมนุมด้วย เขาก็มาใช้บริการกันบ่อย ถ้าเป็นแบบนี้ไปเรื่อยๆ ก็ดีนะ" เธอกล่าวยิ้มๆ ก่อนจะผัดหน้าทาแป้งเตรียมตัวสำหรับเย็นนี้
ด้าน "นงนุช ศิริชัย" วัย 32 ปี ต้องเดินทางมาไกลถึงหนองแขม เพื่อมาเปิดบริการนวดแผนโบราณที่ท้องสนามหลวงพร้อมกับเพื่อนอีก 2 คน นงนุชบอกว่าการชุมนุมครั้งก่อนๆ หารายได้จากการนวดให้ผู้ชุมนุมได้เงินไปกว่า 5 หมื่นบาทในช่วง 2 เดือน เมื่อการชุมนุมมาถึงอีกครั้ง พวกเธอจึงตั้งใจมาโดยเฉพาะ พร้อมกับความหวังว่าจะหาเงินได้มากพอๆ กับครั้งก่อน
ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ใช้บริการหลายคนยอมรับว่า พอได้นวดแล้วรู้สึกผ่อนคลาย จะได้รวบรวมพละกำลังไว้ร่วมชุมนุมในวันต่อไป ดังนั้นตั้งแต่ 6 โมงเย็นไปจนเกือบเที่ยงคืนจะเห็นผู้ชุมนุมเสื้อแดงเลือกมาหย่อนอารมณ์บนเตียงและเก้าอี้นวดแทนการนั่งนอนอยู่กับที่เฉยๆ



