
เทศกาลอาวุธสงคราม
ช่วงนี้จรวดอาร์พีจี เอ็ม 79 กับระเบิดขว้างเอ็ม 67 ออกมาแผลงฤทธิ์เป็นระลอก ท่ามกลางความวุ่นวายทางการเมืองที่ระอุขึ้นทุกวัน
เสื้อแดงกำลังเดินหน้าล้มรัฐบาล มีคนเป็นห่วงมือที่สามจะเข้ามาสวมรอยสร้างสถานการณ์จนบ้านเมืองลุกเป็นไฟ แต่กว่า 10 วันที่ผ่านมาภาพรวมถือว่าดี พื้นที่กรุงเทพฯ ยังปลอดภัยแม้จะมีการยิงอาร์พีจีหรือเอ็ม 79 บ้างแต่ยังไม่รุนแรงมากนัก ดูจากเป้าหมายเข้าข่ายข่มขู่สถานที่ที่เป็นสัญลักษณ์มากกว่ามุ่งทำร้ายคน
เหตุการณ์เลยยังไม่บานปลาย รัฐบาลควบคุมได้
อาวุธสงครามมีที่มาอย่างไร ยังเป็นความลับ แม้แต่กรณีที่ตำรวจภูธรภาค 1 จับโรงงานผลิตอาวุธสงครามขนาดใหญ่ทั้ง จ.พระนครศรีอยุธยาและสมุทรปราการ ก็ยังบอกชัดไม่ได้ แม้ทหารออกมาชี้แจงว่าทำไปใช้ในการฝึกแต่ลักษณะของชิ้นส่วนสามารถประกอบใช้ได้จริง แต่ภารกิจนอกเหนือจากนั้นมีหรือเปล่าไม่รู้
มีคนวงในบอกว่า ชิ้นส่วนอาวุธที่พบมีความเป็นมาสลับซับซ้อน ชิ้นส่วนนับพันประกอบเอ็ม 79 ได้เป็นร้อยกระบอก ต้องไม่ใช่โจรข้างถนนจ้างผลิตแน่นอน
คดีเอ็ม 79 ถล่มเมืองที่ผ่านมาจะโยงกับโรงงานผลิตเหล่านี้หรือไม่ มีข้อน่าสังเกตเมื่อเกิดความขัดแย้งทางการเมือง อาวุธพวกนี้จะปรากฏตัวทันที มาพร้อมกับกระแสความขัดแย้งรุนแรง
มาโดยไม่หวั่นเกรงกฎหมายใดๆ ไม่ว่า พ.ร.บ.ความมั่นคง หรือแม้แต่ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ไม่มีด่านตรวจไหนสามารถสกัดจับได้
มีคำถามว่า ใครที่มีศักยภาพแบบนี้
กรณีสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำเสื้อเหลืองถูกลอบยิงทั้งๆ ที่มีตำรวจ-ทหารประจำตามแยกกลางเมืองหลวงช่วงกลิ่นอายรัฐประหารคนร้ายยังหายไปแบบไร้ร่องรอย นั่นคือข่าวที่ปรากฏ แต่ข่าวอีกด้านก็ว่ากันว่า ใครลงมือรู้หมดแล้ว เพราะตำรวจหิ้วตัวมือปืนมาสอบชนิดละเอียดยิบ สุดท้ายต้องปล่อยตัวไปเพราะมีที่มาที่ไปชนิดที่กฎหมายทำอะไรไม่ได้
คดีคนร้ายยิงอาร์พีจี เข้าใส่กระทรวงกลาโหมก็เช่นกัน มีข้อมูลเล็ดลอดออกมาว่า ตำรวจบางชุดได้ตัวไว้แล้ว สอบไปสอบมาจะเจอตอหรือไม่ ไม่กี่วันคงรู้ถ้าเงียบหายแสดงว่าเกี่ยวข้องกับศูนย์อำนาจ
อาวุธสงครามไม่ได้ใช้กันง่ายๆ ไม่ใช่จะลากมายิงกันเล่นๆ ของพวกนี้เป็นของแรงย่อมมีที่มาแรง ลำพังตำรวจจะไปจับสุ่มสี่สุ่มห้ามาแถลง อาจเกิดปัญหาในวงกว้าง
เส้นทางพวกนี้จึงแข็งแกร่งชาวบ้านธรรมดาเข้าไม่ถึง จะชมได้เฉพาะเทศกาลชุมนุมทางการเมืองเท่านั้น เพราะคนที่ใช้ก็อยู่ในประเภทมีฤทธิ์ มีเดชทั้งนั้น!!



