ข่าว

กรณ์ระบุบีบคั้นให้ยุบสภาเสื้อแดงมีวาระซ่อนเร้น

กรณ์ระบุบีบคั้นให้ยุบสภาเสื้อแดงมีวาระซ่อนเร้น

28 มี.ค. 2553

"กรณ์ จาติกวณิช"เดินสายปฎิบัติราชการที่พิษณุโลก-สุโขทัย ท่ามกลางอารักขาเข้ม ระบุบีบคั้นให้ยุบสภากลุ่มเสื้อแดงมีวาระซ่อนเร้น

 เมื่อวันที่ 28 มีนาคม 2553 นายกรณ์ จาติกวณิช รมว.คลัง เดินทางมาปฏิบัติหน้าที่ที่ จ.พิษณุโลกและสุโขทัย โดยเริ่มต้นจากเวลา 09.00 น.ที่โรงแรมอมรินทร์ ลากูน อ.เมือง จ.พิษณุโลก ได้เป็นประธานเปิดการประธานเปิดการประชุมใหญ่วิสามัญประจำปี 2552 ของสมาคมลูกจ้างส่วนราชการแห่งประเทศไทย จากนั้นเวลา 10.00 น.ที่ศูนย์ประสานแผนอำเภอเมืองพิษณุโลก นายกรณ์ เดินทางมาตรวจเยี่ยมโครงการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบของ จ.พิษณุโลก

 คณะของ รมว.คลัง ได้รับการดูแลอารักขาอย่างเข้มงวด มีตำรวจภูธรอำเภอเมืองพิษณุโลก ร่วม 100 นาย ดูแลความสงบที่โรงแรมอมรินทร์ ลากูน และอำเภอเมืองพิษณุโลก เพื่อป้องกันเหตุไม่ให้กลุ่มเสื้อแดงเข้ามาป่วนได้ และไม่มีเหตุการณ์กลุ่มเสื้อแดงยกพลมาป่วนแต่อย่างใด มีกลุ่มประชาชนพิษณุโลกกลุ่มหนึ่งประมาณ 10 คน ได้นำดอกกุหลาบ มามอบให้กับนายกรณ์ ที่อำเภอเมืองพิษณุโลก พร้อมกล่าวให้กำลังใจนายกรณ์ และรัฐบาล อย่าให้ยุบสภา

 นายกรณ์ได้กล่าวบนเวทีแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบกับชาวพิษณุโลกที่มาร่วมรับฟังกว่า 1,000 คน โดยกล่าวถึงสถานการณ์การเมือง ณ ปัจจุบัน ว่า พวกเราติดตามข่าวสารคงไม่เห็นเรื่องอื่น นอกเหนือจากการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง ที่กำลังเข้มข้นในกรุงเทพฯ ขณะที่ตนมาขับเคลื่อนนโยบายในจังหวัดต่าง ๆ ก็อดเป็นห่วงนายกรัฐมนตรีและคณะไม่ได้ พวกเราทุกคนก็มีใจและส่งกำลังใจไปให้รัฐบาลในการรักษาความสงบเรียบร้อย เพื่อขับเคลื่อนนโยบายต่าง ๆ ที่ไม่แล้วเสร็จ ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่าจะมีผลกระทบกับประชาชนหลายเรื่อง

 ทั้งนี้ ที่ผ่านมารัฐบาลบริหารงานใน เรื่องทุกข์สุขของประชาชน แล้วไม่แตะปัญหาทางการเมืองไม่ได้ โดยทั่วไปเราพยายามแยกแยะระหว่างปัญหาการเมือง กับปัญหาการขับเคลื่อนนโยบายรัฐบาล แต่ต้องยอมรับความเป็นจริงว่า ความแตกแยกทางการเมืองได้ส่งผลกระทบมากขึ้นเรื่อย ๆ กับการปฏิบัติงานของราชการและรัฐบาล พวกเราทุกคนต้องตั้งคำถามตนเองว่า เราคิดอย่างไร เราอยากเห็นประเทศชาติเราไปทางไหน และเราจะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาอย่างไร ตอนนี้มีข้อเสนอในส่วนของฝ่ายต่อต้านรัฐบาล ซึ่งเป็นเรื่องปกติของรัฐบาลทุกสมัย แต่กฎกติกาเราชัดเจน ในกรณีสังคมมีความคิดเห็นแตกต่าง จะแสดงออกความคิดเห็นแตกต่างอย่างไร และที่สำคัญจะหาคำตอบให้สังคมอย่างไร เป็นสาเหตุที่เรามีรัฐธรรมนูญ มีกฎการเลือกตั้งคืนอำนาจให้ประชาชน

 แต่ ณ ปัจจุบัน กลุ่มเสื้อแดงเรียกร้องให้รัฐบาลยุบสภา ก็คงแล้วแต่ประชาชนว่าผู้ใช้สิทธิ์อยากเลือกตั้งเร็วหรือไม่ นายกรัฐมนตรีก็พูดชัดเจนว่า ถึงจังหวะเวลา เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติ ไม่รังเกียจเลยที่จะยุบสภา จึงมีคำถามว่าการเรียกร้องให้ยุบสภา เป็นการเรียกร้องที่บริสุทธิใจ ต้องการคืนอำนาจให้ประชาชนจริง หรือเป็นการเรียกร้องเพื่อสร้างเงื่อนไขให้กับคนใคคนหนึ่ง พวกเราต้องวิเคราะห์และต้องคิดให้ขาดว่าข้อเท็จจริงเป็นเช่นไร

 นายกรณ์ ได้ตั้งคำถามกับชาวพิษณุโลกที่มาร่วมรับฟังว่า ลองถามพรรคพวกที่กำลังแสดงความเห็นให้ยุบสภาว่า ถ้ายุบสภา ก็ต้องมีการเลือกตั้ง และมีความเป็นไปได้ว่าพรรคใดพรรคหนึ่ง ระหว่างพรรคเพื่อไทยกับพรรคประชาธิปัตย์จะมีจำนวนส.ส.มากที่สุด สมมติว่า ยุบสภา แล้วมีการเลือกตั้ง พรรคเพื่อไทย ที่ปัจจุบันเป็นพรรคฝ่ายค้าน มีจำนวนเข้าสภาได้มากที่สุด ขณะที่พรรคประชาธิปัตย์ได้ส.ส.น้อยกว่า

 แต่ปรากฏว่า พรรคอื่นๆ เลือกที่จะตั้งรัฐบาลกับพรรคประชาธิปัตย์ มากกว่าเลือกร่วมกับพรรคเพื่อไทย พวกเรามีสิทธิตั้งคำถามกับผู้เรียกร้องกับเสื้อแดงว่าเป็นกรณีนี้ รับได้หรือไม่ ถ้าบอกว่ารับไม่ได้ ความหมายคือไม่พร้อมรับกติกาตามรัฐธรรมนูญประเทศไทย ไม่ว่าฉบับไหนก็ตาม หรือถ้าตอบว่า รับได้ มีคำถามต่อไปว่า แล้วต่างอะไรกับรัฐบาลในปัจจุบัน ทีส.ส.ทุกคนที่มาจากการเลือกตั้ง ส.ส.ส่วนใหญ่ เลือกให้พรรคประชาธิปัตย์เป็นแกนจัดตั้งรัฐบาล ก็เป็นไปตามกฎกติการะบอบรัฐสภา

 ดังนั้น ทางใด ทางหนึ่ง ไม่มีความจำเป็นที่ต้องเร่งรีบ บีบคั้นให้รัฐบาลยุบสภา ตนเชื่อว่า ยิ่งมีการขอให้รัฐบาลยุบสภา ไม่ได้เป็นไปตามขั้นตอนของรัฐสภาตามที่เขาแอบอ้าง แต่เป็นเหตุผลที่มีวาระซ่อนเร้น ที่หลาย ๆ คนไม่กล้าพูดว่าวาระซ่อนเร้นคืออะไร ในฐานะที่ตนเป็นตัวแทนรัฐบาล มีความตั้งใจว่า จะใช้เวลาที่เหลืออยู่ ขับเคลื่อนและแก้ไขปัญหาประชาชน

 สำหรับการมาปฏิบัติหน้าที่ของรมว.คลังในพื้นที่พิษณุโลกและสุโขทัยนั้น นายกรณ์ ได้ติดตามการแก้ไขปัญหาหนี้นอกระบบ แก้ไขปัญหาเพลี้ยกระโดด ที่รัฐบาลกำลังเร่งรีบอนุมัติเงินช่วยเหลือพื้นที่นาข้าวที่เสียหาย นโยบายการตัดวงจรเพลี้ยกระโดด ที่มอบเงินสนับสนุนให้ชาวนาในการไถกลบตอซังข้าวและหยุดการทำนาและนโยบายการพักหนี้สินเกษตรกร ที่เกิดจากปัญหาเพลี้ยกระโดด โดย รมว.การคลัง ได้เป็นตัวแทนธนาคารออมสิน ธนาคารกรุงไทย ธนาคาร ธ.ก.ส. และธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดย่อมแห่งประเทศไทย ในการมอบเช็ค และใบชำระหนี้ ที่ทางธนาคาร ทั้ง 4 แห่งให้การช่วยเหลือ ตามนโยบายของรัฐบาล ที่ได้จัดให้จังหวัดพิษณุโลกเป็น 1 ใน 10 จังหวัด นำร่อง

 โดยที่ จ.พิษณุโลก มีจำนวนลุกหนี้นอกระบบทั้งหมดที่มาขึ้นทะเบียนไว้ 21,321 ราย มูลค่าหนี้จำนวน 2,300,105  415.45 บาท โดยแบ่งเป็นลูกหนี้ที่มูลค่าต่ำกว่า 50,000 บาท มี จำนวน 5,465 ราย และดำเนินการเจราแล้ว จำนวน 3,677 ราย เหลือที่รอเจรจา จำนวน 1,788 ราย ส่วนลูกหนี้ที่มูลค่าจำนวน 50,001-200,000 บาท มีจำนวนทั้งสิ้น 15,230 ราย ดำเนินการเจราจาแล้ว จำนวน 7,247 ราย และรอการเจรจาอีกจำนวน 7,983 ราย