
ดร.ซุปโต้การบริโภคของคนเอเชียไม่ใช่ต้นตอวิกฤต
ดร.ซุปโต้การบริโภคของคนเอเชียไม่ใช่ต้นตอวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ อัดอย่าโยนความผิด ชี้เหตุปล่อยปละกำกับกลไกลตลาด จี้โลกจัดการระบการเงิน-สถาบันการเงินเข้มงวด
(28มี.ค.) ที่โรงแรมเซนทาราแกรนด์ การอภิปรายเต็มคณะในเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ และสังคมสถานการณ์ในโลก นายศุภชัย พานิชภักดิ์ เลขาธิการอังถัด ในฐานะตัวแทนเลขาธิการสหประชาชาติ ได้กล่าวว่า มีกล่าวหาว่าต้นตอของวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์มาจากเอเชียที่มีการออมและบริโภคน้อยทำให้เงินทุนไหลทะลักในตลาดโลก แต่ความจริงวิกฤตที่เกิดขึ้นเป็นเพราะระบบกลไกตลาดที่มีการปล่อยปละละเลย ปล่อยให้กลไกตลาดทำงานโดยไม่ได้กำกับดูแลอย่างใกล้ชิด รวมทั้งกลไกตลาดที่ไม่ได้ยกสวัสดิภาพของประชาชน กล่าวโดยสรุปคือ ระบบการเงินได้กำไรมาก แต่เราไม่ได้พัฒนาด้านต่างต่างๆ เช่น การขจัดความยากจน อังถัดก็เคยเตือนไปว่าไม่ควรปล่อยปละให้กลไกตลาดทำงานเองโดยไม่มีการดูแล จนขณะนี้มีการออกตราสารหนี้มากกว่าทุน อย่างไรก็ตามหากดูตัวเลขการบริโภคของคนเอเชียพบว่ามีการบริโภคสูงเป็นปกติประมาณ 50% ของจีดีพี ขณะที่สหรัฐฯบริโภคถึง 70% ของจีดีพี ดังนั้นเป็นไปไม่ได้ที่กล่าวหาวิกฤตแฮมเบอร์เกิดจากการที่คนเอเชียบริโภคต่ำ การออมทรัพย์สูง
นายศุภชัย กล่าวว่า การที่คนเอชียไม่ไค่อยได้รับผลกระทบต่อวิกฤตแฮมเบอร์เกอร์ เพราะเราได้รับบทเรียนจากวิกฤตต้มยำกุ้งทำให้คนเอเชียไม่กล้ากูเงินโดยเฉพาะไอเอ็มเอฟ รวมถึงไม่ยอมให้ผู้เก็งกำไรมาป่วนในตลาดเอชีย และขณะนี้ประเทศจีนและเอเชียมีเงินทุนสำรองถึงล้านล้านเหรียญสหรัฐฯ เพราะมุ่งมั่นที่จะไม่กลับไปสู่ภาวะวิกฤตอีก ดังนั้นอยากให้โลกเข้าใจและอย่าโยนความผิดให้กับบางประเทศ อย่างไรก็ตามขณะนี้เรายังไม่ปลอดภัยจากภาวะวิกฤตเศรษฐกิจ แม้ว่าการทรุดทางเศรษฐกิจลดลง แต่เศรษฐกิจจริงก็ยังไม่ฟื้น อังถัดและจี-20 มีความกังวลโดยให้มีการจัดระบบการเงินให้เข้มงวดและตรวจตรโดยพิเศษ แต่ดูเหมือนว่าเมื่อสถานการณ์เศรษฐกิจกลับสู่ภาวะปกติจึงทำให้บางประเทศต่อต้านที่จะมีการวางกฎเระเบียบทางการเงิอน ทั้งที่ความเป็นจริงวิกฤตการณ์เกิดจากหหุภาคีจึงแก้ไขแบบพหุภาคี นอกจากนี้กลุ่ม จี-20 ได้มีมาตรการจำกัดการค้าระหว่างประเทศ 120 รายการ ซึ่งถือว่าผิดกฎดับเบิลยูทีโอ ซึ่งต้องมีการพูดคุยกันเพราะเป็นการจัดกัดการเติบโตการค้าระหว่างประเทศ
“ สำหรับการจะแก้ไขปัญหาเหล่านี้อย่างไรนั้น ผมคิดว่าจะต้องมีการบริหารจัดการที่ดีระดับโลก เพื่อเข้าไปดูแลเรื่องความโปร่งใสทางการเงิน และปฏิรูปสถาบันการเงินต่างๆทั่วโลก รวมทั้งจะต้องมีความเติบโตแบบสมดุลไม่พึ่งพาต่างประเทศมาก เพราะหากต่างประเทศเป็นอะไรภายในประเทศจะแย่ ดังนั้นจะต้องส่งเสริมการลงทุนที่เป็นมิตรกับสิ่งแสดล้อม และประชาสังคม ซึ่งเราควรจะหาเวทีระดับโลกอื่นอย่าหวังเวทีดับเบิลยูโดยเฉพาะรอบโดฮาที่ยังไม่ไปถึงไหน เพื่อกำหนดวาระในการประชุมเรื่องนี้เพื่อพัฒนาโลกทั้งหมดให้เติบโตอย่างมีระเบียบ” นายศุภชัย กล่าว



