ข่าว

เสื้อแดงกดดันทหารถอนจากรร.วชิราวุธฯแล้ว

เสื้อแดงกดดันทหารถอนจากรร.วชิราวุธฯแล้ว

27 มี.ค. 2553

กลุ่มเสื้อแดง เคลื่อนพลไปกดดันทหาร จนต้องถอนกำลังออกจาก รร.วชิราวุธฯแล้ว

(27มี.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงาน เวลา 14.50 น. หลังจากขบวนแกนนำได้กดดันทหารออกจากนางเลิ้งแล้ว ได้พามวลชนมากดันทหารต่อที่วชิราวุธวิทยาลัย โดยขณะนี้ขบวนเดินทางมาถึงแล้ว และได้ปักหลักอยู่บนถนนพระราม 5 โดยนายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำเสื้อแดงต้องการให้ทหารถอนออกไป แต่จากการเฝ้าสังเกตของผู้สื่อข่าวยังไม่เห็นกำลังของทหารภายในเลย ขณะที่แกนนำยังไม่ได้ส่งใครเขาไปเจรจาจนถึงขณะนี้

 โดยทหารที่ประจำอยู่โรงเรียนวชิราวุธวิทยาลัย ได้ถอนกำลังออกนอกพื้นที่แล้ว หลังจากเสื้อแดงที่นำโดยนายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสานเข้ากดดัน ซึ่งจุดนี้เป็นจุดที่ 8 หรือจุดสุดท้ายที่กลุ่มเสื้อแดงเข้ากดดันทหารให้ถอนกำลังออกแล้วกลับกรมกอง

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 14.00 น.กลุ่มเสื้อแดงเคลื่อนขบวนปิดล้อมอยู่รอบวัดโสมนัสวรวิหาร โดยมีนายจรัล ดิษฐาอภิชัย เป็นแกนนำมวลชนในจุดนี้ โดยเมื่อกลุ่มผู้ชุมนุมเดินทางมาถึงได้กระจายกำลังปิดล้อมวัดโสมนัสฯทุกด้าน ขณะที่ทางวัดโสมนัสฯได้ปิดประตูทางเข้าออกทุกด้าน พร้อมคล้องกุญแจอย่างแน่นหนา จากนั้นนายจรัล ได้เข้าไปเจรจากับทหารที่รักษาความปลอดภัยที่บริเวณประตูด้านหน้าวัด เพียง 3-4 คน ว่า จะขอเข้าไปตรวจค้นอาวุธภายในวัด เพราะทราบข่าวมาจากพระในวัดว่า มีการเก็บอาวุธจำนวนมากไว้ที่ ศาลา 10 จึงขอส่งตัวแทนเข้าไปตรวจค้น แต่ทหารไม่อนุญาต ซึ่งการเจรจาเป็นไปอย่างยืดเยื้อนานร่วม 2 ชั่วโมง จนกระทั่งนายวรชัย เหมะ แกนนำเสื้อแดง ได้มาแจ้งบนเวทีรถปราศรัยว่า ได้เข้าไปตรวจสอบภายในบริเวณวัดเรียบร้อยแล้ว พบว่า ทหารกำลังเก็บข้าวของเครื่องใช้ออกจากวัด และจะเดินทางออกโดยใช้ประตูด้านหลังวัด

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่กำลังทหารซึ่งรับผิดชอบรักษาความปลอดภัยที่วัดโสมนัสฯ ได้เจรจากับนายจรัลว่า ทหารยินดีถอนกำลังออกจากวัด 3 ใน 4 ของกำลังพลทั้งหมด โดยต้องคงกำลังไว้ 1 ใน 4 เพราะพื้นที่ฌาปนกิจสถานของวัดเป็นของกรมสวัสดิการกองทัพบก จึงต้องคงกำลังไว้เพื่อรักษาพื้นที่ทางราชการ ซึ่งนายจรัลก็ยินยอมตามข้อเสนอ อย่างไรก็ตามเมื่อนายจรัลนำข้อตกลงไปแจ้งให้แกนนำบนรถปราศรัยทราบ แต่แกนนำบนรถปราศรัยไม่ยินยอม

 โดยยืนยันผ่านเครื่องขยายเสียงว่า จะต้องให้ถอนกำลังทหารออกจากวัดทั้งหมด เนื่องจากเกรงว่า จะมีการซุกซ่อนอาวุธไว้ และขอให้นายจรัลทบทวนให้ดีเพราะทหารอาจนำอาวุธที่ซ่อนไว้ในวัดมาใช้สลายการชุมนุมได้ ขณะที่ตัวแทนจากฝ่ายทหารก็ยืนยันว่า ทหาร 1 ใน 4 มีกำลังเพียง 30 คนเท่านั้น ไม่มีการซุกซ่อนอาวุธไว้ และจะไม่ยินยอมให้มีการส่งคนเข้าไปตรวจค้นอาวุธในวัด แต่แกนนำคนอื่นบนเวทีรถปราศรัยก็ยังยืนกรานว่า จะขอเข้าไปตรวจค้นในวัดให้ได้ สถานการณ์ทำท่าว่าจะยืดเยื้อ จนกระทั่งนายจรัลต้องรีบประกาศผ่านเครื่องขยายเสียงว่า กิจกรรมในวันนี้เป็นแค่การเคลื่อนไหวเชิงสัญลักษณ์เท่านั้น ขณะนี้กลุ่มเสื้อแดงที่ไปชุมนุมตามวัดต่างๆก็ได้สลายตัวไปหมดแล้ว ก็คิดว่า เราควรจบภารกิจได้แล้ว ถ้าใครจะอยู่ก็อยู่ไป ตนไม่ขออยู่ด้วย แล้วนายจรัลก็เดินออกไปทันที แกนนำบนรถปราศรัยคนอื่นๆจึงยอมสลายการชุมนุมตามข้อเสนอของนายจรัล ขณะที่ทหารที่อยู่ในวัดโสมนัสฯก็ทยอยถอนกำลังออกไปอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายมนตรี โสตถิรพัฒน์ แกนนำกลุ่มคนเสื้อแดงได้ขอเจรจากับทหารที่ประจำอยู่วัดแคนางเลิ้ง ให้ถอนกำลังออกจากพื้นที่วัดแคนางเลิ้ง ซึ่งจุดนี้มีทหารประจำการอยู่ 150 นาย โดยมีพ.ท.ยอดอาวุธ พึ่งพักตร์ ผบ.กองพันทหารราบที่2 กรมทหารราบที่ 31 รักษาพระองค์ มาเจรจาซึ่งใช้เวลา 15 นาที เจ้าหน้าที่ทหารจึงยอมถอนกำลังเนื่องจากหวั่นเกรงว่ากลุ่มผู้ชุมนุมจะปะทะกับเจ้าหน้าที่จนทำให้เกิดความรุนแรงตามมา หลังจากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ไปเก็บอุปกรณ์ข้าวของทุกอย่างแล้วเคลื่อนย้ายโดยเดินเท้าออกจากด้านหลังวัดแคนางเลิ้ง ใช้ถนนพะเนียง แล้วเลี้ยวขวามาถนนนครสวรรค์ และเลี้ยวซ้ายเข้าถนนลูกหลวง จากนั้นก็เข้าไปในทำเนียบรัฐบาล

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า หลังทหารออกแล้วกลุ่มคนเสื้อแดงได้เข้าตรวจสอบพื้นที่พบข้าวสารอาหารแห้ง และอุปกรณ์ทำครัว ซึ่งคาดว่าจะบริจาคให้ทางวัด หรืออาจจะนำรถมาขนข้าวของดังกล่าวภายหลัง และในระหว่างที่เจ้าหน้าที่ทหารเดินออกมาก็มีการ์ดคนเสื้อแดงยืนเป็นกำแพงสองข้างป้องกันเหตุชุลมุน โดยมีคนเสื้อแดงตะโกนขอบคุณที่คืนวัดให้กับคนในชุมชน และยังขอจับไม้จับมือแสดงรอยยิ้ม

 เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 27 มีนาคม ผู้สื่อข่าวรายงาน บรรยากาศกลุ่มเสื้อแดงได้รวมตัวก่อนจะเคลื่อนขบวนไปล้อมที่ตั้งกำลังทหารทั้ง 8 จุด เพื่อเรียกร้องให้กำลังตำรวจและทหาร เดินทางกลับกรมกองตัวเอง โดยที่บริเวณวัดตรีทศเทพ กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรถจอดเทียบประตูวัดโดยมีแกนนำขึ้นปราศัยโจมตีขับไล่ทหาร ขณะที่เจ้าหน้าที่ทหารก็ขึ้นรถกระจายเสียงเพื่อคอยเจรจากับผู้ชุมนุม ส่งผลกระทบต่อประชาชนที่มาทำบุญเป็นจำนวนมาก

 ต่อมานายนิสิต สินธุไพร แกนนำ ได้เข้าเจรจากับ พ.ต.อ.ขิง แขวงวิเศษชัยชาญ ผกก.สน.ชนะสงครม โดยยื่นข้อเสนอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและทหาร ถอนกำลังออกจากบริเวณวัดให้หมด ภายใน 10 นาที ด้าน พ.ต.อ.ขิง ยืนยันว่าไม่สามารถปฏิบัติตามที่กลุ่มเสื้อแดงขอได้ ทำให้กลุ่มคนเสื้อแดงไม่พอใจพ้อมกับเคลื่อนพลปิดล้อมประชิดขึ้น ซึ่งทางฝ่ายทหารจึงส่งตัวแทนเข้าเจรจาเพื่อขอเพิ่มเวลา ฝ่ายกลุ่มเสื้อแดงจึงยอมเพิ่มเวลาในการตัดสินใจให้เจ้าหน้าที่อีก 30 นาที

 ล่าสุด มีรายงานว่า กองกำลังเจ้าหน้าที่ทหารของศอ.รส. ทุกจุดได้ทยอยเคลื่อนกำลังออกจากพื้นที่ที่ตั้งแล้วทั้ง 8 จุด ซึ่งกลุ่มคนเสื้อแดงได้ปรบมือขอบคุณ พร้อมแสดงอาการดีใจอย่างที่สุด และต่างคอยจับมือกับทหารอยู่ตลอดระยะทาง

 ก่อนหน้านั้นเวลา 10.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดงนำโดย นายอริสมัน พงษ์เรืองรอง แกนนำ นปช. นายสุพร อัตถาวงศ์ หรือแรมโบ้อีสาน และนาย พายัพ ปั้นเกตุ อดีต ส.ส.ไทยรักไทย จ.สิงห์บุรี นำกลุ่มผู้ชุมนุมจากลานพระรูปทรงม้าประมาณ 2,000 คน เข้าปิดล้อมอาคารรัฐสภา โดยมี พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 นำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจ เข้าเจรจาต่อรอง แต่มีเหตุกระทบกระทั่งกับเจ้าหน้าที่เล็กน้อย

 ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า บริเวณแยกพิชัย โดย เจ๋ง ดอกจิก นำผู้ชุมนุมคนเสื้อแดงกว่า 500 คน เข้ามาสมทบกับกลุ่มผู้ชุมนุมที่อาคารรัฐสภา โดยมี พ.ต.อ.สุทิน ทรัพย์พ่วง รอง ผบก.น.8 นำกำลังเจ้าหน้าที่เจรจา ซึ่งเจ้าหน้าที่สามารถยื้อกลุ่มผู้ชุมนุมได้ประมาณครึ่งชั่วโมง จนต้องปล่อยให้เข้าไป จากนั้นผู้ชุมนุมทั้งสองกลุ่มเดินทางมาถึงอาคารรัฐสภาพร้อมทั้งปิดล้อมไว้ จากนั้น แกนนำแจ้งให้ประชาชนประกบตำรวจและทหารเพื่อส่งเข้ากลับกรมกอง พร้อมทั้งขอเข้าตรวจสอบว่ามีเจ้าหน้าที่ทหารยังรักษาการ์อยู่หรือไม่ ซึ่งทาง พล.ต.ต.วิชัย ได้เจรจาให้ส่งตัวแทน 20 รายเข้าไปดูในอาคารรัฐสภา แต่นายอริสมันไม่ยอม และยืนยันว่าจะนำผู้ชุมนุมเข้าไปทั้งหมด

 ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ในส่วนของแกนนำคนอื่นๆเกรงว่าหากปล่อยให้ผู้ชุมนุมเข้าไปตามที่นายอริสมัน ประกาศจะควบคุมไม่อยู่ จึงให้นายอริสมัน พร้อมตัวแทนเข้าไปตรวจว่ายังมีทหารตั้งกำลังหรือไม่ ซึ่งพบว่ามีเพียงเจ้าหน้าที่ทหาร4-5 นาย ควบคุมรถฉีดน้ำเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีตัวแทนบางส่วนเข้าตรวจสอบที่สวนสัตว์เขาดินแต่กำลังทหานถอนกำลังออกไปก่อนหน้านี้แล้ว เมื่อทำการตรวจค้นแล้ว กลุ่มผู้ชุมนุมได้นำรัฐธรรมนูญปี 2550 มาเผาหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระปกเกล้า เจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7 ท่ามกลางเสียงโห่ร้องของผู้ชุมนุมตลอดเวลา