
สั่งคุมเข้มประชุมสภาโลก-เพิ่มรปภ.ศิริราช
ศอ.รส.สั่งคุมเข้มประชุมสภาโลก เพิ่มรปภ.ศิริราช หวั่นมือที่ 3 ป่วน ลั่นฟ้องแดง หากไม่หยุดใส่ร้ายกองทัพ เชื่อแดงใช้ เด็ก-สตรี-คนแก่ นำทัพด่าทหาร ปรับแผนสลับตร.ขึ้นมาข้างหน้า ลดแรงกดดัน
(27มี.ค.) เวลา 10.00น. ที่กรมทหารราบทื่ 11 รักษาพระองค์ 11 รักษาพระองค์ (ร.11รอ.) พ.อ.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกกองทัพบก ในฐานะโฆษกศูนย์อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อย (ศอ.รส.) แถลงผลการประชุมศอ.รส.ที่มีพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะรองผอ.รส.เป็นประธานในการประชุมว่า ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ของส่วนต่างๆที่จะรองรับสถานการณ์ในสองเรื่องคือ การประชุมรัฐสภาโลก และการเคลื่อนขบวนของกลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ซึ่งที่ประชุมได้เน้นย้ำความพร้อม โดยประธานที่ประชุมสั่งการให้ผู้รับผิดชอบที่ดูแลรักษาความความปลอดภัยบริเวณโรงพยาบาลศิริราช และพื้นที่ใกล้เคียงได้มีมาตรการเข้มข้นในการรักษาความปลอดภัยพื้นที่ เพราะมีการประเมินว่า อาจจะมีผู้ไม่หวังดีเข้ามาสร้างสถานการณ์ในช่วงที่มีการชุมนุมได้ และให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับประชาชน โดยเฉพาะชุมชนที่อยู่บริเวณภายใกล้เคียง เพื่อป้องกันไม่ให้บิดเบือนข้อมูลข่าวสาร ป้องกันการแพร่ระบาดของข่าวลือที่เกิดขึ้นในพื้นที่ ส่วนการเพิ่มกำลังในวันนี้เราได้เพิ่มกำลังในส่วนที่จำเป็นเพื่อปฏิบัติร่วมกับตำรวจเพื่อลดแรงกดดัน ทั้งนี้พล.อ.ประวิตร ได้มอบหมายให้ผู้บัญชาการเหล่าทัพลงตรวจพื้นที่และให้กำลังแก่หน่วยทหารแต่ละจุด
“ส่วนข่าวร่วมของศอ.รส.ประเมินว่า วันนี้(27 มี.ค.) หลังเวลา 10.00 น.คงจะมีการนเคลื่อนขบวนของกลุ่มผู้ชุมนุม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะไปในบริเวณที่มีเจ้าหน้าที่ทหาร ปฏิบัติงาน หรือยืนดูแลรักษาความปลอดภัยออยู่ และคงมีการใช้คำพูดหรือวาจาที่ปลุกปั่นยั่วยุ ปลุกระดมให้ข้อมูลอันเป็นเท็จและบิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อจะโจมตีกองทัพ และโจมตีผู้บังคับบัญชา ในลักษณะรูปแบบต่างๆจึงได้เน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทหาร และตำรวจ ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ต่างๆว่า ให้ชี้แจงทำความเข้าใจกับกำลังพลที่ปฏิบัติงานมีความอดทนอดกลั้น และมีกิริยาวาจาที่สุภาพเรียบร้อย ต่อกลุ่มผู้ชุมนุมรวมถึงให้ความเชื่อมั่นว่า กองทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ จะปฏิบัติงานและภารกิจทุกกรณี เพื่อความสงบสุขเรียบร้อยของประชาชน ทั้งนี้อยากเชิญชวนสื่อมวลลงไปดูในพื้นที่ต่างๆที่เกิดเหตุที่มีเจ้าหน้าที่ทหารปฏิบัติหน้าที่อยู่ เพื่อป้องกันไม่ให้บิดเบือนข้อมูลข่าวสารไปในลักษณะต่างๆ เพราะมีแนวโน้มจากข้อมูลข่าวสารว่า มีความพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงให้เกิดขึ้น เพื่อให้สื่อมวลชนได้นำเสนอข้อมูลที่ถูกต้องให้กับสังคม และไม่ตกเป็นเครื่องมือของการบิดเบือนข้อมูลข่าวสาร” โฆษกศอ.รส. กล่าว
พ.อ.สรรเสริญ กล่าวว่า ส่วนข่าวร่วมศอ.รส.ยังได้วิเคราะห์ว่า เท่าที่มีการวิเคราะห์ประเมินสถานการณ์ อาจเป็นไปได้ว่า กลุ่มผู้ชุมอาจใช้กลุ่มสตรี ผู้สูงอายุ และเด็กพูดจากับทหารในลักษณะยั่วยุ ปลุกระดม ให้ข้อความอันเป็นเท็จ ใช้วาจาไม่สุภาพ ดังนั้นจึงได้มีการประสานกับตำรวจว่า ต้องทำงานอย่างใกล้ชิด และอาจสลับตำรวจมาข้างหน้าเพื่อลดแรงกดดัน เพราะตำรวจกับประชาชนมีความใกล้ชิด และคุ้นเคยมากกว่า ทหาร และอาจใช้รั้วเหล็กเพื่อแสดงขอบเขตที่ชัดเจน ดังนั้นอยากฝากถึงผู้ชุมนุมว่า ท่านทั้งหลายที่ปฏิบัติลักษณะเช่นนี้ เรามีสื่อมวลชน เจ้าหน้าที่รัฐ ที่บันทึกภาพและข้อความไว้ หากข้อความที่กล่าวเป็นเท็จส่งผลเสียหายต่อกองทัพจะมีการดำเนินการตามกฎหมายอย่างเฉียบขาด



