ข่าว

“มาร์ค”มั่นใจยุบสภาไม่ใช่เป้าของเสื้อแดง

“มาร์ค”มั่นใจยุบสภาไม่ใช่เป้าของเสื้อแดง

27 มี.ค. 2553

“มาร์ค” ตีปี๊บเรียกทุกฝ่ายเจรจา สร้างกติกาหลังเลือกตั้งต้องไม่ชุมนุมอีก มั่นใจ “ยุบสภา” ไม่ใช่เป้าสุดท้ายของเสื้อแดง โว 1 ปีทำเศรษฐกิจรุ่ง ยันปชป.ไม่สร้างหนี้ให้ประชาชน

(27มี.ค.) เวลา 10.00 น. การประชุมใหญ่สามัญพรรคประชาธิปัตย์ ประจำปี 2552 ที่โรงแรมดุสิตธานี หัวหิน อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ได้เริ่มขึ้น โดยปรากฏว่ามีบรรดารัฐมนตรีมาร่วมประชุมอย่างพร้อมหน้า อาทิ นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในฐานะหัวหน้าพรรค นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกฯ ในฐานะเลขาธิการพรรค นายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย รมต.สำนักนายกฯ นายบัญญัติ บรรทัดฐาน กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรค เป็นต้น โดยมีบรรดาส.ส.และสาขาเข้าร่วมประชุมกันอย่างคึกคัก

 ทั้งนี้เมื่อเริ่มการประชุม นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า การทำงานของพรรคประชาธิปัตย์ในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา และสถานการ์ทางการเมืองที่ยังมีความแตกแยกอยู่และหลายคนห่วงใย เพราะเป็นปัญหาเฉพาะหน้าทางการเมืองที่ยังมีความเคลื่อนไหว และเราไม่ควรลืมว่าการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นองค์พระประมุข เป็นเรื่องการแก้ปัญหาให้กับคนท้งประเทศ ซึ่ง 1 ปีเศษที่ผ่านมาที่เราได้รับความไว้วางใจให้เข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน เป็น 1 ปีที่เราพาประเทศให้พ้นวิกฤตเศรษฐกิจ แม้ว่าปัญหาทางการเมืองจะยังมีความแตกแยก แต่รัฐบาลยังยึดมั่นในระบอบประชาธิปไตย

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ปัญหาเศรษฐกิจ ที่ตนได้ประชุมร่วมกับทีมงานด้านเศรษฐกิจเมื่อวันที่ 26 มี.ค.ที่ผ่านมา ไม่ใช่เพราะเรามีปัญหา แต่เป็นเพราะจะทำอย่างไรในการดูแลเงินทุนที่ไหลมาในประเทศไทยไม่ให้กระทบต่อปัญหาเสถียรภาพทางเศรษฐกิจ ทั้งนี้จากการประเมินรายได้พบว่ารัฐจะมีรายได้ในปีนี้เพิ่มกว่าเกือบ 2 แสนล้านบาท ดังนั้นการลงทุนภายใต้โครงการไทยเข้มแข็ง เราไม่จำเป็นต้องกู้เงินเพิ่มอีกแล้ว ดังนั้นยืนยันว่าแนวทางการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลมีความมั่นคง และไม่ได้เป็นการก่อปัญหาหนี้สินให้กับคนรุ่นหลังอย่างแน่นอน แต่น่าเสียดายที่เศรษฐกิจกำลังฟื้นตัว แต่การชุมนุมกลับก่อให้เกิดความเสี่ยงกับภาวะการณ์ชะงักงัน ซึ่งขณะนี้ได้รับเสียงสะท้อนจากธุรกิจโรงแรม และประชาชนว่ากำลังได้รับผลกระทบ นอกจากนี้รัฐบาลยังมุ่งแก้ปัญหาสังคม และปัญหา 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีความคืบหน้าในการแก้ปัญหาไปมากด้วย

 นายกรัฐมนตรี กล่าวต่อว่า แต่สิ่งที่คนไทยกำลังกังวลใจมากที่สุดในขณะนี้คือปัญหาความขัดแย้งทางการเมือง ที่ขณะนี้ได้ส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจอย่างชัดเจน โดยเฉพาะคนกทม.ได้พูดถึงความเดือดร้อนที่กำลังได้รับ ตนขอย้ำกับประชาชนว่าตนและรัฐบาลต้องการทำให้บ้านเมืองสงบ โดยได้ทำทุกวิถีทางในการพยายามไม่สร้างเงื่อนไขให้เกิดความวุ่นวายในบ้านเมือง 1 ปีเศษที่ผ่านมารัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์ ได้พิสูจน์ว่าเรายึดมั่นในหลักกฎหมาย และไม่เคยใช้อำนาจรัฐในการคุกคาม ทำร้ายประชาชนที่ใช้สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ ไม่ว่าผู้ชุมนุมจะต่อต้านคัดค้าน และไม่เห็นด้วยกับรัฐบาลพรรคประชาธิปัตย์

 “เราไม่เคยใช้ความรุนแรง ไม่เคยใช้อำนาจในทางไม่ชอบในการที่จะไปดำเนินการกับผู้ชุมนุม แม้กระทั่งการกระทำหลายอย่าง ถือเป็นการละเมิดสิทธิของเรา สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์และประชาชนทั่วไปสะเทือนใจกับเหตุการณ์ที่กลุ่มผู้ชุมนุมมาเทเลือดที่พรรคประชาธิปัตย์ แต่เราอดทน อดกลั้น เพราะถือว่าความสงบสุขของบ้านเมืองต้องมาก่อนความพึงพอใจ และความสุขของเรา แต่น่าเสียดายว่าความอดทนอดกลั้นการปฏิบัติตามกฎหมายของเราถูกบิดเบือน โดยมีคนไปทำหลักฐานเท็จ เรื่องคลิปเสียงว่าพรรคประชาธิปัตย์หรือรัฐบาลสั่งการให้ใช้ความรุนแรง แต่ทุกอย่างก็พิสูจน์ด้วยการกระทำ ในช่วง 1 ปีเศษที่ผ่านมา และเราจะยังยึดมั่นตามแนวทางนี้ต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ข้อกล่าวหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่น ตนขอบอกสั้นๆ ว่า รัฐบาลนี้ไม่เคยซุกปัญหาคอร์รัปชั่น มีข้อกล่าวหาเมื่อใดก็ดำเนินการสอบสวนอย่างโปร่งใส โดยผู้ที่เกี่ยวข้องพร้อมที่จะรับผิดชอบ เปิดทางให้มีการสอบสวนอย่างจริงจัง ข้อกล่าวหาอื่นๆ ที่ถูกหยิบยกมาเป็นเงื่อนไข ไม่ว่าจะเป็นเรื่องสองมาตรฐานก็มีคำชี้แจงทั้งสิ้น เพราะรัฐบาลนี้บอกมาตลอดว่าสิ่งสำคัญที่สุดคือการดำรงความเป็นนิติรัฐ และใช้หลักนิติธรรม เรื่องสองมาตรฐานเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อเราไม่ดำเนินการอย่างตรงไปตรงมา ตนยืนยันเช่นเดียวกันว่า ทุกคดีที่เกิดขึ้นไม่ว่าใครจะเป็นผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าฝ่ายใดจะเป็นผู้กล่าวหา มีการดำเนินการและมีความคืบหน้าทั้งสิ้น เพียงแต่ข้อเท็จจริงถูกบิดเบือน มาถึงวันนี้เราก็เห็นว่ามีประชาชนส่วนหนึ่งออกมาชุมนุมเรียกร้องอยู่ เราก็ยืนยันว่าสามารถทำได้ ตราบใดที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญ และถ้าข้อเรียกร้องเป็นเพียงความต้องการให้พรรคประชาธิปัตย์ตัดสินใจคืนอำนาจให้ประชาชนแล้วจะทำให้บ้านเมืองสงบ ตนบอกได้เลยว่าถ้าพรรคประชาธิปัตย์ยุบสภาแล้วบ้านเมืองสงบเราก็ไม่มีปัญหา เราพร้อมทำเพื่อประเทศ

 “แต่ข้อเท็จจริงคือจากการเคลื่อนไหว ข้อเรียกร้องที่มีความสับสนอยู่ตลอดบ่งบอกว่าการยุบสภานั้นไม่ใช่เป้าหมายสุดท้ายของกลุ่มผู้ชุมนุม การยุบสภาที่จะนำไปสู่การเลือกตั้งที่มีความสงบ นานาชาติยอมรับในความเป็นประชาธิปไตย ไม่ใช่ทางออกที่จะแก้ปัญหาให้กับสังคมไทยในขณะนี้ ผมไม่สามารถตัดสินใจเพื่อสนองตอบคนกลุ่มหนึ่งที่มาเรียกร้องโดยไม่มีหลักประกันว่าการตัดสินใจนั้นคือสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับประเทศ ผมจึงพูดเสมอว่าเรื่องการยุบสภาไม่ใช่สิ่งที่เราจะปฏิเสธ แต่การยุบสภาเพื่อให้เกิดความสงบเป็นประโยชน์ต่อประเทศและประชาชนและให้เดินหน้าต่อไปได้ จะต้องมีการมาพูดคุยกัน และต้องทำกติกาให้ชัดว่าทุกฝ่ายยอมรับว่าจะไม่มีการออกมาชุมนุมประท้วงอีกหลังเลือกตั้งเสร็จ” นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวอีกว่า ขอยืนยันว่าการเปิดเวทีเพื่อพูดคุยกันยังมีทางเป็นไปได้ แต่รัฐบาลจะพูดคุยบนพื้นฐานของผลประโยชน์ของประเทศ และรัฐบาลจะตัดสินใจบนพื้นฐานที่เป็นผลประโยชน์สูงสุดของประเทศและประชาชน