
ป่วนกรุงรายวันปาบึ้มกรมศุลฯโชคดีไม่มีเจ็บ
บึ้มป่วนกรุงรายวันโผล่อีก ! คนร้ายขว้างระเบิดใส่กรมศุลฯโชคดีไม่ใครบาดเจ็บ รองผบช.น.สั่งตรวจกล้องวงจรปิดล่ามือปา พร้อมสั่งเพิ่มกำลังคุมเข้มกรมศุลฯ
(27มี.ค.) ที่สน.ท่าเรือ เวลา 03.50 น.ร.ต.ท.อำนาจ ศรีสุวรรณโน ร้อยเวรสอบสวน สน.ท่าเรือ รับแจ้งเหตุระเบิดภายในอาคาร 120 ปี กรมศุลกากร ถนนสุนทรโกษา แขวงและเขตคลองเตย กทม.จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบแล้วรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมพล.ต.ต.บุญส่ง พานิชอัตรา รองผบช.น.,พล.ต.ต.อนุชัย เล็กบำรุง ผบก.น.5 ,พ.ต.อ.สมบัติ มิลินทจินดา ผกก.สส.บก.น.5,พ.ต.อ.ธนิต เหรียญเจริญ ผกก.สน.ท่าเรือ หน่วยเก็บกู้วัตถุระเบิด บก.ตปพ.บช.น. และเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน
ที่เกิดเหตุอยู่บริเวณชั้น 1 หน้าอาคารสำนักงาน 120 ปี กรมศุลกากร อยู่ห่างจากถนนใหญ่ประมาณ 30 เมตร เจ้าหน้าที่นำเชือกมากั้นบริเวณโดยรอบไม่ให้ประชาชนภายนอกและสื่อมวลชนเข้าไปใกล้ ทั้งนี้แรงระเบิดส่งผลให้พื้นสวนหย่อมด้านหน้าอาคารเป็นหลุมกว้าง 10 เซ็นติเมตร ลึกประมาณ 5 เซ็นติเมตร ระแนงอะลูมิเนียมบนเพดานหล่นลงมากองกระจัดกระจาย กระจกอาคารเป็นรูพรุน 1 บาน เนื่องจากถูกสะเก็ดระเบิด โคมไฟส่องสว่างบนฟุตบาทแตก 1 ดวง และยังมีรถตู้ยี่ห้อนิสสัน สีบรอนซ์เงิน เลขทะเบียน ฮค 5990 กทม.ของกรมศุลกากร ถูกแรงระเบิดจนกระจกด้านหลังแตกได้รับความเสียหายเล็กน้อย นอกจากนี้ยังตรวจสอบพบกระเดื่องระเบิดซึ่งกระเด็นไปตกที่พื้นถนนหน้าอาคารห่างจากที่เกิดเหตุประมาณ 20 เมตร เจ้าหน้าที่จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน
พล.ต.ต.บุญส่งเปิดเผยว่า จากการตรวจสอบของหน่วยเก็บกู้พบว่าระเบิดที่คนร้ายใช้ก่อเหตุ เป็นระเบิดลูกเกลี้ยงชนิดขว้าง K-75 โดยดูจากกระเดื่องและการตรวจสอบสะเก็ดระเบิด แต่ต้องมีการนำไปตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนสาเหตุอยู่ระหว่างการสืบสวนว่าเกิดจากอะไรและเป็นฝีมือของกลุ่มใด ส่วนจะเกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมืองที่วุ่นวายขณะนี้หรือไม่ตนไม่ขอออกความเห็น
รองผบช.น.กล่าวต่อว่า จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่าช่วงที่เกิดเหตุมี รปภ.ของกรมศุลกากรได้ยินเสียงดังคล้ายระเบิด จากนั้นจึงรีบวิ่งมาดู เมื่อพบว่าเป็นระเบิดก็รีบโทร.แจ้งตำรวจให้มาตรวจสอบ ซึ่งในที่เกิดเหตุพบบริเวณด้านหน้าอาคารดังกล่าวมีการติดตั้งกล้องวงจรปิดเอาไว้ จะมอบให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนนำภาพไปตรวจสอบ เพื่อหาเบาะแสของคนร้าย เบื้องต้นคาดว่าคนร้ายน่าจะขว้างระเบิดมาจากริมรั้วที่ติดกับถนนใหญ่ เพราะเป็นมุมที่โล่งและมีระยะห่างจากตัวอาคารไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่เพิ่มกำลังในการรักษาความปลอดภัยบริเวณโดยรอบกรมศุลกากร พร้อมทั้งเร่งสอบปากคำพยานและรวบรวมหลักฐานทั้งหมด เพื่อติดตามตัวคนร้ายรายนี้มาดำเนินคดีต่อไป



