ข่าว

ยุทธวิธี..."จั๊กจี้ม็อบ"กับหลังม่าน..พลร่มหญิงตชด.

ยุทธวิธี..."จั๊กจี้ม็อบ"กับหลังม่าน..พลร่มหญิงตชด.

27 มี.ค. 2553

นับตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคมเป็นต้นมา ทำเนียบรัฐบาลฐานบัญชาการบริหารราชการประเทศ ที่ว่างเว้นรัฐมนตรีเพราะหนีม็อบเสื้อแดง ถูกปรับเปลี่ยนให้เป็นศูนยบัญชาการรักษาความสงบเรียบร้อยของประเทศแทน ?!!

 ระหว่างที่กลุ่มแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ปักหลักตั้งเวทีปราศรัยที่สะพานผ่านฟ้าลีลาศอย่างครึกโครมตลอดถนนราชดำเนินไปจนถึงท้องสนามหลวง ภายในรั้วทำเนียบรัฐบาลที่เคยเงียบเหงาคลาคล่ำไปด้วยกำลังตำรวจ-ทหาร ตบเท้าเรียงแถวกันคึกคักยิ่งกว่า ด้วยเป็นฐานกำลังสำรองของเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานอย่างแข็งขัน กินอยู่หลับนอนกันอยู่ในทำเนียบ

 หนึ่งในกลุ่มทหารหาญและตำรวจกล้ามี "ตำรวจพลร่มหญิง" จาก บก.สอ.บช.ตชด.ค่ายนเรศวร อ.ชะอำ จ.เพชรบุรี ที่มาร่วมปฏิบัติหน้าที่เคียงบ่าเคียงไหล่ชายอกสามศอกด้วย 1 กองร้อย แบ่งออกเป็น 3 หมวด หมุนเวียนสับเปลี่ยนกันปฏิบัติหน้าที่ตามแต่ภารกิจที่ได้รับมอบหมายไม่มีเกี่ยงงอนและแบ่งเพศ !?!

 แม้ว่าตลอด 2 สัปดาห์ของการชุมนุมกลุ่มคนเสื้อแดงจะปราศจากเหตุรุนแรงจนต้องเรียกกำลังเสริมจากตำรวจพลร่มหญิงชุดนี้ แต่พวกเธอก็ยังต้องฝึกทบทวนเตรียมความพร้อมอยู่ตลอดเวลา และฟิตร่างกายด้วยการยึดดาดฟ้าทำเนียบเป็นที่ออกกำลังกายให้แข็งแกร่ง  
 หนึ่งในยุทธวิธีฝึก คือ การจับเวลาในการสวมชุดป้องกัน หลังจากสวมชุดสนามสีเขียวอันเป็นชุดปกติแล้ว พวกเธอที่ภายนอกดูเอวบางร่างน้อยจะใช้เวลาสวมชุดเกราะ สนับแข้ง สนับศอก เบ็ดเสร็จกินเวลาแค่ 1 นาทีกับอีก 20 วินาทีเท่านั้น เร็วกว่าผู้ชายบางคนแต่งตัวทั้งชุดเสียอีก...ทั้งนี้ก็เพื่อให้เกิดความพร้อมตอนถูกเรียกไปปฏิบัติงานจริง จะต้องรวดเร็วและสามารถออกปฏิบัติหน้าที่ได้ทันที

 "ตอนฝึกแรกๆ ก็มีร้องไห้กันบ้างค่ะ เพราะ ตชด.หญิงจะฝึกหนักเหมือน ตชด.ชายทุกอย่าง" ร.ต.ท.หญิง นิออล หงษ์โยธี ครูฝึกดอกไม้เหล็กพลร่มหญิงแห่งค่ายนเรศวร บอกถึงสิ่งที่ทำให้ตำรวจหญิงหน้าตาจิ้มลิ้ม ที่มาปฏิบัติหน้าที่เป็นแนวหน้าปะทะม็อบมีน้ำอดน้ำทนมากกว่าตำรวจหญิงหน่วยอื่นๆ

 "ตอนสวมชุดเกราะปฏิบัติหน้าที่ กลุ่มผู้ชุมนุมไม่รู้ว่าเป็นผู้หญิง มีการใช้มือผลักหน้าอก แม้เสื้อเกราะจะหนา แต่มันก็รู้สึกไม่ดี เลยช่วยกันใช้มือจั๊กจี้ผู้ชุมนุมที่ผลักดันเข้ามา เขาถึงได้รู้ตัว" ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ เจริญเรืองทรัพย์ บอกด้วยรอยยิ้มขันๆ

 แม้ภายนอกจะดูแข็งแกร่งเทียบเท่าผู้ชายอกสามศอก แถมงานในหน้าที่ก็แทบไม่ต่างกัน ทว่าหลังเลิกงานหรือนอกเหนือการปฏิบัติหน้าที่แล้ว ตชด.พลร่มหญิงก็เป็นผู้หญิงธรรมดาๆ คนหนึ่ง ที่รักสวยรักงาม ชอบอ่านหนังสือฆ่าเวลา บ้างก็อ่านหนังสือเตรียมสอบระดับปริญญาตรี ปริญาโทบางคนก็เล่นอินเทอร์เน็ต แต่ส่วนใหญ่ชอบดูละครหลังข่าว ส่วนคนไหนที่รักสวยรักงามมากหน่อยอาจจะหยิบเครื่องสำอางมาบรรจงแต่งหน้า เขียนอายไลเนอร์ขับดวงตาคู่กลมให้งามโดดเด่น

 "การแต่งหน้ามันเป็นความสุขอย่างหนึ่งของผู้หญิงนะ" ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ ตอบเมื่อถามถึง ตชด.หญิงรุ่นน้องที่ร่วมวงสนทนาแต่งหน้าสวยใสเหมือนสาวเกาหลี

 "ตอนฝึกแรกๆ ขี้เหร่เหมือนกันหมดแหละ" ร.ต.ท.หญิง นิออล แซว

 "ตอนนี้เลิกฝึกแล้วหน้าก็ขาวขึ้นค่ะ" ส.ต.ต.หญิง มัทนียา เสมคำ บอกด้วยรอยยิ้มสวยใส ก่อนจะสำทับว่าเวลาออกปฏิบัติหน้าที่ก็ต้องทาครีมกันแดดป้องกันเอาไว้ด้วย

 "ตอนฝึกก็ฝึกจริงๆ เท่ากับผู้ชาย" ส.ต.ต.หญิง สุพรรษา นบน้อย กล่าวเสริม ก่อนจะขอตัวไปรวมกลุ่มกับเพื่อนๆ ร่วมทำกิจกรรมยามว่างที่อาคารทำเนียบรัฐบาล  

 เมื่อถามถึงการมาปฏิบัติหน้าที่ครั้งนี้ พวกเธอล้วนให้คำตอบไปในทางเดียวกันว่า เป็นการทำงานอีกรูปแบบหนึ่ง ประสบการณ์ที่ได้ก็เป็นคนละแบบกับงานที่เคยปฏิบัติมา

 ด้าน พล.ต.ต.ภัคพงศ์ พงศ์เภตรา ผบก.อคฝ. ผู้บัญชาการเหตุการณ์ประจำทำเนียบรัฐบาล กล่าวยกย่อง ตชด.พลร่มหญิงว่า เป็นชุดปฏิบัติหญิงที่เข้มแข็งที่สุดของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) เนื่องจาก ตชด.หญิงที่มาร่วมรักษาความปลอดภัยในครั้งนี้ สามารถนอนบนพื้นดินได้ รู้หน้าที่ มีวินัย เพราะถูกฝึกมาอย่างหนักทัดเทียมผู้ชาย

 "การดูแลก็ง่าย ถามว่าอยากกินอะไร จะขอแค่ไก่ย่าง ส้มตำ ผลไม้" พล.ต.ต.ภัคพงษ์ กล่าวยิ้มๆ

 "ทำงานร่วมกับ ตชด.หญิงแล้วสบายใจ พวกเธอมีขีดความสามารถสูง มีความพร้อมสูง และวันนี้ก็ถูกส่งไปปฏิบัติหน้าที่ที่รัฐสภา" พล.ต.ต.ภัคพงศ์ บอก ขณะที่ทีม ตชด.หญิง 1 หมวดเตรียมไปปฏิบัติหน้าที่ด้วยความมีระเบียบวินัยเฉกเช่นทหารเลยทีเดียว

 อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.บ.ความมั่นคง มาตั้งแต่วันที่ 12 มีนาคม เป็นต้นมา และขยายเวลาออกไปอีกจนถึงวันที่ 30 มีนาคมนี้ หากผู้ใดก็ตามที่บุกรุกเข้าไปในสถานที่หวงห้าม จะถูกดำเนินคดีจำคุก 2 ปี ปรับ 4 หมื่นบาท แต่กระนั้นเจ้าหน้าที่ที่ประจำอยู่ที่นี่ก็ไม่ประมาท เฝ้าระวังสถานที่ราชการสัญลักษณ์ของการบริหารประเทศนี้อย่างเต็มที่ เพียงแค่ 2 สัปดาห์พวกเธอซักซ้อมแผนเผชิญเหตุร่วมกับทหารและตำรวจ 3 ครั้งแล้ว