ข่าว

อภิสิทธิ์ตรวจความพร้อมประชุมลุ่มน้ำโขงหัวหิน

อภิสิทธิ์ตรวจความพร้อมประชุมลุ่มน้ำโขงหัวหิน

26 มี.ค. 2553

"อภิสิทธิ์" นำทีมตรวจโรงแรมไฮแอทหัวหินสถานที่จัดประชุมลุ่มน้ำโขงครั้งสำคัญ นายกเผยตรวจความเรียบร้อยทุกด้าน พร้อมยืนยันเข้าร่วมประชุม ส่วนจะประกาศพื้นที่ใดของหัวหินเป็นพื้นที่ควบคุมตาม พรบ.ความมั่นคง นั้น ยังไม่ชัดเจน ผู้ว่าฯโคราชเตือนปชช.รับมือแล้งหลังน้

 เมื่อเวลา 15.30 น. วันที่ 26 มีนาคม 2553 นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี เดินทางพร้อมด้วย นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายความมั่นคง ,และรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ด้วยเฮลิคอปเตอร์ จากกรุงเทพฯ ยังท่าอากาศยานหัวหิน

 จากนั้นเดินทางยังโรงแรมไฮแอท รี่เจนซี่ หัวหิน อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ เพื่อตรวจห้องประชุม ห้องพัก และห้องจัดเลี้ยงต่างๆ ตลอดจนมาตราการรักษาความปลอดภัย เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับจัดประชุมสุดยอดผู้นำลุ่มน้ำโขงตอนล่าง ซึ่งเป็นการจัดการประชุมครั้งสำคัญของประเทศในเครือข่ายลุ่มน้ำโขง เพื่อร่วมมือกันแก้ไขปัญหาน้ำโขงที่กำหนดวิกฤตอย่างบูรณาการณ์ร่วมกันทุกประเทศ

 นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ต้องการตรวจความพร้อมทุกด้าน เพราะเป็นการประชุมครั้งสำคัญ ซึ่งตนจะมาร่วมประชุมด้วยอย่างแน่นอน ในระหว่างวันที่ 4-5 เม.ย.นี้ โดยเตรียมเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ( ครม.) ประกาศใช้ พ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร ในพื้นที่ อ.หัวหิน เพื่อเพิ่มมาตรการดูแลความปลอดภัยให้กับผู้นำประเทศที่เข้าร่วม ส่วนจะครอบคลุมพื้นที่ใดของหัวหินบ้างนั้น ยังไม่แน่ชัด

ผู้ว่าฯโคราชเตือนปชช.รับมือแล้งหลังน้ำลำตะคองเข้าขั้นวิกฤติ

 เมื่อเวลา เวลา 10.30 น. ที่ห้องประชุมโรงแรมวีวัน อ.เมือง จ.นครราชสีมา  นายประจักษ์ สุวรรณภักดี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา เดินทางเป็นประธานในงานเปิดตัว โครงการ “คืนน้ำใส ให้ลำตะคอง” จังหวัดนครราชสีมา ที่ทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา และหน่วยงานต่างๆทั้งภาครัฐและเอกชน ร่วมกันจัดขึ้นเพื่อสร้างเครือข่ายแนวร่วมประชาชนที่อยู่ริมลำน้ำลำตะคองในการช่วยกันเป็นส่วนหนึ่งในการดูแลและแก้ไขวิกฤติคุณภาพน้ำลำตะคอง

 เนื่องจากที่ผ่านมามีการสำรวจพบว่าคุณภาพของน้ำในลำน้ำลำตะคองลดต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานจนเข้าขั้นวิกฤติ  พร้อมร่วมลงนามเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือ MOU การป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง ระหว่างทางสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัดนครราชสีมา ,องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ติดกับลำน้ำลำตะคอง 5 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสีคิ้ว , อำเภอสูงเนิน , อ.ขามทะเลสอ , อ.เมือง และ อ.เฉลิมพระเกียรติ  และสถาบันการศึกษาต่างๆในจังหวัดนครราชสีมา รวม 9 แห่ง  เพื่อให้หน่วยงานต่างได้ทำงานร่วมกันในการป้องกันและแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำในพื้นที่ลุ่มน้ำลำตะคอง ได้ดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด 

  นายประจักษ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์ภัยแล้งที่เกิดขึ้นอยู่ในขณะนี้ ส่งผลให้จังหวัดนคราชสีมา ต้องประกาศพื้นที่ประสบภัยแล้งจำนวน 8 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอสีคิ้ว ประทาย ขามทะเลสอ เทพารักษ์ ลำทะเมนชัย แก้งสนามนาง พระทองคำ และห้วยแถลง  ยอดความเสียหายขณะนี้กำลังอยู่ในระหว่างการสำรวจ ส่วนสถานการณ์ระดับน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ทั้ง 4 แห่งของจังหวัดนคราชสีมา ระดับน้ำส่วนใหญ่อยู่ในระดับต่ำกว่า 50 %

 โดยอ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว   มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 121.110 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 314.49 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 37.29 % , อ่างเก็บน้ำลำมูลบน  อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำอยู่ที่ 65.589 จากความจุทั้งหมด 141 ล้าน ลบ.ม. คิดเป็น 46.52 % , อ่างเก็บน้ำลำแชะ ประมาณน้ำอยู่ที่ 147.275 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด 275 ล้าน ลบ.ม. และอ่างเก็บน้ำลำพระเพลิงระดับน้ำอยู่ที่  51.570 ล้าน ลบ.ม. จากความจุทั้งหมด  109 ล้าน ลบ.ม. 
  ส่วนกรณีที่ปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำลำตะคองที่ถือเป็นแหล่งน้ำสำคัญของ จ.นคราชสีมา ขณะนี้กำลังลดลงอย่างต่อเนื่อง หากน้ำไม่วิกฤติไปกว่านี้ก็ยังคงบริหารจัดการน้ำที่ได้ อีกทั้งยังมั่นใจว่าน้ำน่าจะเพียงพอต่อการอุปโภคและบริโภคของประชาชนได้
นายประจักษ์ กล่าวอีกว่า กรณีเมื่อหนึ่งถึงสองวันมานี้ในเขตพื้นที่ จ.นครราชสีมา มีฝนตกกระจายไปทั่วนั้น ก็เนื่องมาจากอิทธิพลของพายุฤดูร้อน และถึงแม้ว่าปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ก็คงไม่เพียงพอให้กักเก็บไว้ใช้แก้ไขปัญหาภัยแล้งได้ แต่ก็ถือเป็นเรื่องดีที่ยังพอมีฝนตกลงมาสร้างความชุมชื้นให้แก่พืชผลทางการเกษตรที่กำลังขาดแคลนน้ำอย่างหนักในช่วงนี้ได้ส่วนหนึ่ง  

 อย่างไรก็ตามหลังจากนี้ไปคาดการณ์ว่าฤดูกาลแห่งความแห้งแล้งจะยาวนานไปจนถึงเดือนกันยายน 2553 ซึ่งถือว่ายาวนานกว่าปกติ และมีแนวโน้มว่าจะต้องมีพื้นที่ประสบกับปัญหาภัยแล้งเพิ่มมากขึ้นและรุนแรงมากขึ้นอีก ดังนั้นประชาชนควรที่จะต้องมีสติรู้จักบริหารจัดการทรัพยากรน้ำที่เหลืออยู่ให้มีพอใช้ไปจนกว่าจะสิ้นสุดฤดูกาลแห้งแล้งนี้ให้ได้