ข่าว

เสื้อแดงอีสานระดมก๊อก3คาดไม่เกิน1.3หมื่น

เสื้อแดงอีสานระดมก๊อก3คาดไม่เกิน1.3หมื่น

26 มี.ค. 2553

คาดเสื้อแดงอีสานระดมเข้ากทม.ชุมนุมใหญ่รอบ 3 ประมาณ 3 หมื่นคน ส.ส.จี้กำนันร่อนจดหมายถึงผู้ใหญ่บ้านให้ระดมเสบียง และเงินสดสมทบการชุมนุมเสื้อแดง ขณะที่ฝ่ายมั่นคงมองไม่เกิน1.3หมื่น

  ( 26 มี.ค.)  แม้ว่าท่าทีของชมรมกำนันผู้ใหญ่บ้านภาคอีสาน 19 จังหวัด ที่มีนายสมาน ทวีศรี เป็นประธานชมรมฯได้แสดงท่าทีไม่ร่วมเคลื่อนไหวกับ กลุ่มนปช.แดงทั้งแผ่นดิน หรือกลุ่มคนเสื้อแดง ในการประชุมใหญ่คณะกรรมการชมรมฯ กว่า 500 คน ที่โรงแรมสยามริเวอร์รีสอร์ท จ.ชัยภูมิ เมื่อวันที่ 25 มี.ค.ที่ผ่านมาก็ตาม แต่พบว่ามีกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้บริหารอปท.ในพื้นที่ภาคอีสานจำนวนมากได้เข้าร่วม และให้การสนับสนุนการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงทั้งทางตรงและทางอ้อมเป็นจำนวนมาก

           กรณีล่าสุดในช่วงการระดมมวลชนเข้า กทม.เพื่อชุมนุมใหญ่ในวันที่ 27 มี.ค.พบว่ามีเอกสาร ที่อ้างว่าเป็นจดหมายลงนามโดยนายทวี พืชผักหวาน  กำนัน ต.หินตั้ง อ.บ้านไผ่ จ.ขอนแก่น ส่งถึงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ตำบลหินตั้ง 12 หมู่บ้าน โดยระบุว่า ตำบลหินตั้งยังขาดทุนสนับสนุน นตช.(แนวร่วมต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ) ขอให้ผู้ใหญ่บ้านขอการสนับสนุนจากลูกบ้านในพื้นที่ให้ช่วยเสื้อแดงในการกู้ชาติครั้งนี้ โดยขอการสนับสนุนข้าวสาร อาหารแห้ง จตุปัจจัย เพื่อสมทบทุนในการกู้ชาติ

 นายจรรยา สุคนธ์คันธชาติ นายอำเภอบ้านไผ่ เปิดเผยถึงกรณีดังกล่าวว่า เรื่องดังกล่าวยังไม่มีการรายงานว่ากำนัน ต.หินตั้ง มีการส่งจดหมายถึงผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่จริงหรือไม่ จึงขอเวลาในการตรวจสอบคาดว่าในวันจันทร์นี้น่าจะชัดเจนว่าที่มาที่ไปของจดหมายที่อ้างถึงข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร

 ขณะที่แหล่งข่าวด้านความมั่นคง ในพื้นที่ ระบุว่า ในโซน อ.บ้านไผ่ ซึ่งเป็นอำเภอใหญ่และมีส.ส.พรรคเพื่อไทย ทั้งจังหวัดมีการเคลื่อนไหวของคนเสื้อแดงผ่านกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำท้องถิ่นค่อนข้างกว้างขวาง มีการจัดกิจกรรมในรูปการรับบริจาคทั้งสิ่งของ เงิน เพื่อสนับสนุนการชุมนุมที่กทม.อย่างต่อเนื่อง ซึ่งเป็นกิจกรรมที่น่าเป็นห่วง

 “คนที่ไม่ไปชุมนุมที่กทม.จะมีการบริจาคทั้งสิ่งของ เช่น หมอน เสื่อ ข้าวสาร อาหารแห้ง และเงิน เพื่อส่งไปช่วยเหลือผู้ที่เข้าร่วมชุมนุมที่ กทม. บางหมู่บ้านรวบรวมกันคนละ ตั้งแต่สิบบาท ได้เงินถึง 2 พันบาท เพื่อสมทบทุนในการชุมนุม เป็นกิจกรรมที่น่ากลัว เพราะชาวบ้านได้ที่แม้ไม่ได้ร่วมชุมนุมที่กรุงเทพฯ แต่เขามีส่วนร่วมการชุมนุมไปโดยปริยาย เหมือนเป็นหุ้นส่วนและมีความผูกพัน โดยเขาได้รับการรับปากจากหัวคะแนน และนักการเมืองในพื้นที่ว่า ถ้าใครมีส่วนร่วมในการเคลื่อนไหวหากทักษิณกลับมาจะได้รับการปลดหนี้ หากมีหนี้ไม่เกิน 5 หมื่นบาท” แหล่งข่าวกล่าว

 แหล่งข่าวระบุด้วยว่า กิจกรรมในการรับบริจาคสิ่งของ และเงิน มีการดำเนินการทุกจังหวัดในภาคอีสาน โดยการตั้งเวทีปาศรัย และบางจังหวัดก็ไม่การถ่ายทอดเสียงทางวิทยุ ชุมชน เมื่อมีการบริจาคก็จะมีการประกาศรายชื่อผู้บริจาคผ่านวิทยุ และมีการรับสมัครอาสาสมัครที่จะเข้าชุมนุมที่ กทม.โดยใช้ระบบการหมุนเวียนกันไป ซึ่งการระดมคนในภาคอีสานเข้ากทม.เพื่อร่วมชุมนุมในวันที่ 27 มี.ค.นี้คาดว่าจะมากกว่า การระดมคนเข้าชุมนุมวันที่ 12 มี.ค.ในรอบแรก ที่ภาคอีสาน ระดมเข้า กทม.ได้ประมาณ 25,000 คน ในระดับประมาณ ไม่เกิน 3 หมื่นคนจาก 19 จังหวัดภาคอีสาน

           “จำนวนคนที่เพิ่มขึ้นเพราะเกมนี้บรรดาส.ส.ในพื้นที่ และว่าที่ผู้สมัครพรรคเพื่อไทย ต่างก็ดิ้นเต็มที่เพื่อให้ชนะ เพราะสถานการณ์บีบบังคับให้ส.ส.และผู้สมัครแต่ละคนต้องเปิดตัวเองออกมา เมื่อส.ส.และว่าที่ผู้สมัครออกเคลื่อนไหวเต็มที่ทำให้ฐานการเข้ามีส่วนร่วมของมวลชนกระจายขึ้น และแม้ว่ามวลชนส่วนหนึ่งที่เดินทางไปรอบแรกและมีปัญหาเรื่องค่าใช้จ่าย ก็ตามแต่การสร้างรูปแบบให้คนจำนวนมากร่วมบริจาคทั้งสิ่งของ ทั้งเงินจากแต่ละพื้นที่ทำให้เกิดการทยอย หมุนเวียนคนเข้า กทม.มีมากขึ้น และการเดินทางเข้ากทม.รอบนี้ส่วนใหญ่จะเป็นรถบัส และรถตู้ ที่บริหาร จัดการง่ายกว่ารถกระบะ และรถส่วนตัว”

เสื้อแดงอีสานระดมก๊อก 3 คาดไม่เกิน1.3หมื่น

 แหล่งข่าวฝ่ายความมั่นคงที่ตรวจสอบการเดินทางเข้ากทม.ของกลุ่มคนเสื้อแดงจากภาคอีสานเพื่อร่วมชุมนุมใหญ่ที่ กทม.รอบที่ 3 วันที่ 27 มี.ค.พบว่า มีแนวโน้มการเดินทางเข้ากทม.น้อยลงกว่า 2 ครั้งที่ผ่านมา

 โดยภาพรวมคาดว่าจะมีคนเสื้อแดงจากภาคอีสานเดินทางเข้าสมทบประมาณ ไม่เกิน 1.3 หมื่นคน ทั้งนี้เป็นที่น่าสังเกตว่า ในโซนอีสานตอนบนที่เป็นกำลังหลัก พบว่า หลังจากส.ส.ขึ้นเวทีเสื้อแดงส่วนกลางช่วงการประชุมสภาที่ผ่านมา และลงพื้นที่มากขึ้น แต่กลับมีผลทำให้คนเสื้อแดงชอบที่จะอยู่ในพื้นที่มากกว่าจะเข้าไปกทม.เพราะห่วงเรื่องการอยู่ การกิน และเป็นช่วงที่มีฝนตก

 แต่เป็นที่น่าสังเกตว่าในการเปิดรับบริจาคผ่านเครือข่ายหัวคะแนนของส.ส.พรรคเพื่อไทยนั้น มีการกระจายในพื้นที่อย่างกว้างขวาง สามารถรวบรวมทั้งข้าวสาร อาหารแห้ง เสื่อ หมอน รวมทั้งเงินสดได้ในแต่ละพื้นที่เป็นจำนวนมากเพื่อสนับสนุนการชุมนุมที่กทม.

  "ที่ลดลง เช่นที่ ขอนแก่น ตัวเลขน่าจะไม่เกิน 500 คน จากรอบที่2 ประมาณ 1,200 คน ชัยภูมิ จากเดิม ประมาณ 1,000 คน รอบนี้ไม่เกิน 700 คน สาเหตุน่าจะมาจากเมื่อส.ส.ลงมาจัดการทั้งการระดมคนและเสบียงมากขึ้น ทำให้ส.ส.ชอบที่จะอยู่กับมวลชนในพื้นที่มากกว่าจะระดมเข้ากทม.ที่เสี่ยงต่อการเกิดเหตุการณ์และต้องรับผิดชอบกับชาวบ้าน รวมทั้งการจัดการในการชุมนุมที่โดยทั่วไปก็อยู่กินย่างลำบาก ประกอบกับช่วงนี้มีฝนตกในบางวัน ทำให้แรงจูงใจในการนำชาวบ้านเข้ากทม.ของส.ส.น้อยลง แต่จะเน้นการสร้างเครือข่ายคนเสื้อแดง และความนิยมทักษิณ ผ่านการระดมปัจจัยสนับสนุนมากกว่า และสื่อวิทยุคนเสื้อแดงมีบทบาทสูงในการระดมคน และระดมการบริจาค"แหล่งข่าวกล่าว

ส.ส.เพื่อไทยชัยภูมิลุยเองระดมเต็มที่ได้700คน

  ขณะที่ความเคลื่อนไหวการนัดชุมนุมใหญ่อีกครั้งของกลุ่ม นปช. คนเสื้อแดงภาคอีสานและชัยภูมิ ในวันที่ 27 มี.ค. ที่กรุงเทพฯ นายแพทย์ประสิทธิ์  ชัยวิรัตนะ ส.สพรรคเพื่อไทย เขต 2 จ.ชัยภูมิ เร่งลงพื้นที่ด้วยตัวเอง จัดรถตระเวนประกาศเปิดเวทีปราศรัยปลุกระดมมวลชนคนเสื้อแดงในพื้นที่ ให้เดินทางมารวมตัวกันก่อนออกเดินทาง ณ บริเวณรอบวงเวียนอนุสาวรีย์เจ้าพ่อพญาแล เยื้องหน้าศาลากลางจ.ชัยภูมิ ตั้งแต่ช่วงเช้าถึง 19.00 น. จะสิ้นสุดเวลานัดหมายและเคลื่อนขบวนในวันที่ 26 มี.ค. เพื่อเข้าร่วมชุมนุมใหญ่อีกครั้งใน 27 มี.ค.

  โดยมีการประสานให้ส.ส.เพื่อไทย อีก 5 คน ของจ.ชัยภูมิ เร่งจัดส่งรวมมวลชนคนเสื้อแดงที่ประสงค์จะเดินทางเข้ากรุงเทพฯ จาก 16 อำเภอ ไม่น้อยกว่าอำเภอละ 150 คน มารวมตัวกันก่อนพาเข้ากรุงฯโดยจะมีการจัดรถบัสไว้รอรับ ส่วนใครที่นำรถยนต์ปิกอัพมาเอง ให้ไปแวะเติมน้ำมันก่อนออกเดินทาง ณ ปั้มเอสโซ่(ของเครือญาติส.ส.เพื่อไทยชัยภูมิ) บริเวณถนนสายชัยภูมิ-สีคิ้ว ต.หนองนาแซง อ.เมือง จ.ชัยภูมิ ซึ่งล่าสุดขบวนรถขนมวลชนทั้งหมดแยกเป็นรถยนต์ปิกอัพกว่า 50 คัน เฉลี่ย 10 คัน ขนคนได้ 150 คน และรถบัสขนาด 65 ที่นั่ง 3 คัน เริ่มเคลื่อนออกจากจ.ชัยภูมิ เพื่อมุ่งเข้ากรุงเทพฯแล้ว