
ลุย"ไร่สมพงษ์"ต้นแบบสวนผสม อานิสงส์จากน้ำ"อ่างห้วยขี้หิน"
ต้องยอมรับว่าพื้นที่เชิงเขาภูพานในอดีตนั้น ต้องประสบกับปัญหาความแห้งแล้งกันดาร ขาดแคลนน้ำอย่างหนัก โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม แต่หลังพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวได้เสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยแข้
กับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยจาน ตามพระราชดำริ เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2524 พร้อมกับได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยขี้หินตามที่ราษฎรได้กราบบังคมทูลพระกรุณาขอพระราชทาน เพื่อจัดหาน้ำให้ราษฎรหมู่บ้านสร้างค้อ และหมู่บ้านใกล้เคียง
ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำแห่งนี้สามารถจัดน้ำส่งให้พื้นที่เพาะปลูกจำนวนประมาณ 3,500 ไร่ และเพื่อการอุปโภค บริโภค สำหรับสัตว์เลี้ยง และราษฎร ครอบคลุมพื้นที่ 2 หมู่บ้าน คือ หมู่บ้านสร้างค้อ บ้านต้อนใหม่ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร
"ท่องโลกเกษตร" ตามคณะติดตามงานในโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ นำโดย ปรีชา ส่งกิตติกุล ผู้อำนวยการกองข่าว สำนักราชเลขาธิการและ ศศิพร ปาณิกบุตร ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์นโยบายและแผน สำนักงาน กปร.ดูความสำเร็จของเกษตรกรที่ได้รับอานิสงส์จากอ่างเก็บน้ำห้วยขี้หิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในท้องที่ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร
เราใช้เส้นทางจาก จ.สกลนคร ตามทางหลวงสายสกลนคร-กาฬสินธุ์ หมายเลข 213 ถึงทางแยกบ้านสร้างค้อบริเวณกิโลเมตรที่ 55 เลี้ยวซ้ายไปตามถนนลูกรังถึงโครงการประมาณ 1 กิโลเมตร หลังฟังบรรยายสรุปความสำเร็จของการรวมกลุ่มผู้ใช้น้ำจากอ่าง โดยประธานกลุ่ม อรุณ ทุมมาพันธ์ ณ ที่ทำการของกลุ่ม จากนั้นจึงเดินทางต่อไปยัง "ไร่สมพงษ์" มีลักษณะเป็นไร่นาสวนผสมของ สมพงษ์ ร่องวารี อายุ 47 ปี หนึ่งในเกษตรกรที่ประสบความสำเร็จ ซึ่งได้รับอานิสงส์จากน้ำในอ่าง
บนเนื้อที่กว่า 15 ไร่ ถูกจัดแบ่งออกเป็นสัดส่วนตามแบบฉบับทฤษฎีใหม่ ในลักษณะไร่นาสวนผสมตามแนวพระราชดำริ ตามคอนเซ็บต์ "ปลูกทุกอย่างที่กิน กินทุกอย่างที่ปลูก" ซึ่งเจ้าของไร่บอกว่าได้นำแบบอย่างมาจากศูนย์การศึกษาพัฒนาภูพาน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ หลังจากที่ตนได้มีโอกาสไปศึกษาเรียนรู้ดูงานการเกษตรที่นั่นหลายครั้งแล้วนำกลับมาประยุกต์ให้เข้ากับสภาพพื้นที่ของตัวเอง
"พื้นที่ตรงนี้ แต่ก่อนเป็นไร่มันสำปะหลังและไร่ข้าวโพด เพราะแห้งแล้งมาก น้ำไม่มี พึ่งฟ้าฝนอย่างเดียว ปลูกพืชอย่างอื่นไม่ได้เลย แต่หลังจากมีอ่างห้วยขี้หิน ผมก็เลิกปลูกอ้อยปลูกมันแล้วหันมาทำไร่นาสวนผสม เพราะมีน้ำใช้ตลอดทั้งปี" สมพงษ์เผยความแร้นแค้นในอดีตที่ไม่มีทางเลือก จำต้องยึดอาชีพทำไร่มัน ไร่ข้าวโพด ซึ่งเป็นอาชีพดั้งเดิมที่ตกทอดมาตั้งแต่บรรพบุรุษ
แต่หลังมีน้ำใช้อย่างเพียงพอ สมพงษ์ก็ได้ปรับพื้นที่ใหม่ จากเดิมเป็นไร่มันสำปะหลังและไร่ข้าวโพดก็ปรับเปลี่ยนเป็นบ่อเลี้ยงปลา 1 บ่อ ริมคันบ่อก็ปลูกไม้ผล อาทิ เงาะโรงเรียน มะม่วงหลากหลายสายพันธุ์ เช่น เขียวเสวย น้ำดอกไม้ นอกจากนี้ ยังมีกล้วยน้ำว้า มะขามป้อม แล้วยังเจียดพื้นที่ส่วนหนึ่งไว้สำหรับทำนา ปลูกผักพื้นบ้านไว้กินเองในครอบครัว
"ทุกวันนี้ผมเกือบจะไม่ต้องใช้จ่ายอะไรเลย เพราะมีทุกอย่างแล้ว จะกินปลาก็จับในบ่อ มีข้าวกิน มีผลไม้ให้กินตลอดปี ส่วนผักก็ปลูกไว้หลายชนิด พืชส่วนใหญ่ที่ปลูกไม่ได้ขายหรอก แต่เอาไว้กินเองมากกว่า สำหรับรายได้มีทุกวันจากการเก็บผลผลิตขาย แต่ที่ทำรายได้หลักก็จะเป็นมะม่วงกับปลา เฉลี่ยประมาณ 1.2-1.5 หมื่นบาทต่อปี ตอนนี้สามารถปลดหนี้ได้เกือบหมดแล้ว" สมพงษ์แจงรายละเอียด
ส่วนปลาที่เลี้ยงส่วนใหญ่จะเป็นปลานิลและปลากินพืชหลายชนิด ส่วนอาหารปลานั้น สมพงษ์บอกว่าผลิตเอง โดยใช้ฟางแห้งมากองสุมไว้ในบ่อแล้วนำปุ๋ยคอกมาหมักไว้เพื่อให้เกิดจุลินทรีย์ย่อยสลายกลายเป็นอาหารปลาต่อไป ซึ่งในส่วนนี้จะทำให้ช่วยลดต้นทุนลงไปได้มากทีเดียว
สมพงษ์ย้ำว่า แม้จะมีน้ำใช้อย่างสมบูรณ์ แต่ก็ใช้อย่างประหยัดและให้เกิดประโยชน์สูงสุด เนื่องจากผู้ใช้น้ำจากอ่างทุกรายจะต้องเสียค่าน้ำด้วย โดยมีคณะกรรมการกลุ่มผู้ใช้น้ำจากอ่างห้วยขี้หิน เป็นผู้จัดเก็บ แม้จะไม่แพงเพียง 20 บาทต่อไร่ แต่ก็มากพอสำหรับเกษตรกร ซึ่งส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ปัจจุบันอ่างเก็บน้ำแห่งนี้มีเกษตรกรที่ได้รับประโยชน์จำนวนทั้งสิ้น 123 ราย จากจำนวน 6 หมู่บ้าน โดยมีพื้นที่การเกษตรได้รับประโยชน์กว่า 3,500 ไร่
"ไร่สมพงษ์" ของสมพงษ์ ร่องวารี นับเป็นความสำเร็จอีกก้าวของเกษตรกรแห่งบ้านสร้างค้อ ต.สร้างค้อ อ.ภูพาน จ.สกลนคร ที่ได้รับอานิสงส์จากอ่างห้วยขี้หิน อันเนื่องมาจากพระราชดำริที่สามารถพลิกชีวิตจากความยากจนข้นแค้นจนลืมตาอ้าปากได้ในวันนี้
สุรัตน์ อัตตะ



