
กมธ.ลงพื้นที่หาข้อมูลย้ายไม่เป็นธรรม"จ่าเพียร"
คณะทำงานตรวจสอบโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและซื้อขายตำแหน่ง กมธ.ตำรวจ ลงพื้นที่ตำรวจภูธร 9 ตรวจสอบย้ายไม่เป็นธรรมกรณี "พล.ต.อ.สมเพียร" ประธานคณะทำงานฯระบุ ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่รับ พล.ต.อ.สมเพียร มาอยู่ใน ตร.ภาค 9 ขณะที่ ผกก.ศรีสาคร ยังย้ายมาเป็น ผกก.สภ.หาด
(26มี.ค.) ที่ห้องประชุมกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จังหวัดสงขลา คณะทำงานตรวจสอบเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่ง คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร นำโดยนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานคณะทำงานและคณะ รวม 18 คน เดินทางเข้าตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีการร้องเรียนความไม่เป็นธรรมในการโยกย้าย โดยเฉพาะกรณี พล.ต.อ.สมเพียร เอกสมญา อดีต ผกก.สภ.บันนังสตา จ.ยะลา รวมถึงคดีสำคัญ 2 คดี คือคดีคนร้ายลอบยิงนายมนตรี สังข์มุสิกานนท์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณและคดีพบกระสุนปืนหลังเผาศพนางนงเยาว์ เรือนเพ็ชร ใน จ.พัทลุง โดยมีพล.ต.ต.สุดใจ ญาณรัตน์ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รักษาราชการแทนผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ที่เดินทางไปราชการนอกพื้นที่และพล.ต.ต.ชินทัต มีสุข รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 รวมทั้ง พ.ต.อ.สาคร ทองมุณี รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสงขลาพ .ต.อ.ดำรัส วิริยะกุล รอง ผู้บังคับการอำนวยการตำรวจภูธรภาค 9 เข้าร่วมรายงานถึงขั้นตอนการโยกย้ายและชี้แจงคดีคนร้ายลอบยิงนายมนตรี สังข์มุสิกานนท์ รองอธิการบดีมหาวิทยาลัยทักษิณและคดีพบกระสุนปืนหลังเผาศพนางนงเยาว์ เรือนเพ็ชร ใน จ.พัทลุง โดยในระหว่างการประชุมไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าไปในห้องประชุม
หลังจากใช้เวลาในการประชุมกว่า 1 ชั่วโมง นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ ประธานคณะทำงานตรวจสอบเรื่องการโยกย้ายที่ไม่เป็นธรรมและการซื้อขายตำแหน่ง คณะกรรมาธิการตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยว่า จากการประชุมได้ข้อเท็จจริงที่เราไม่เคยราบมาหลายประเด็นด้วยกัน และสังคมไม่เคยรับรู้ในบางประเด็น ประเด็นแรกก็คือ กรณีที่มีการชี้แจงว่า ในกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ไม่มีอัตราตำแหน่งว่าง ที่จะรับโอน พ.ต.อ.หรือ พล.ต.อ.สมเพียรฯ มานั้น อันนี้สรุปแล้วไม่ได้เป็นความเป็นจริง เพราะ ผกก.จาก สภ.ศรีสาคร จ.นราธิวาส ก็ได้ย้ายมาเป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ โดยการย้ายลักษณะนี้ทำให้กองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 เสียตำแหน่งไป 1 ตำแหน่ง โดยที่ทาง ตร.ภาค 9 ไม่ได้ส่งนายตำรวจ ไม่มีนายตำรวจสมัครใจไปเป็น ผกก. ใน สตช.ใน ตร.ภาค 10 เลย เพราะฉะนั้นที่ข่าวบอกว่า ไม่มีตำแหน่งว่างที่จะรองรับนั้น คงไม่เป็นความจริง ทั้งหมดนี้เป็นเรื่องของความเป้นธรรม หรือความเหมาะสมในการโยกย้ายว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีความเหมาะสมหรือไม่
ในส่วนการตรวจสอบด้านตำรวจแล้วจะมีการเชื่อมโยงกับการเมืองหรือไม่นั้น ตรงนี้คิดว่า ถ้า พล.ต.อ.สมเพียร ฯไม่ได้ย้ายโดยเป็นฝีมือหรือการสั่งการของนักการเมือง วันนี้การเมืองอยู่ไม่ได้แล้ว ข้อเท็จจริงวันนี้ก็คงยุติได้ การไม่รับ พล.ต.อ.สมเพียรฯ มาอยู่ใน ตร.ภาค 9 นั้นไม่ได้เป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองแต่เป็นเรื่องของสำนักงานตำรวจภูธรภาค 9 ดำเนินการ โดยเป็นผู้บริหารของตำรวจภูธรภาค 9 ไม่ได้เกี่ยวกับการเมืองเลย อันนี้ผมยืนยันและทุกคนยืนยัน
สรุปว่าในเรื่องของประเด็นทั้งหมด ก็เป็นเรื่องการบริหารของตำรวจภูธรภาค 9 มีความเป็นธรรมหรือไม่เท่านั้นเอง โดยเราคิดว่า ไม่มีเหตุผลเพียงพอที่จะไม่รับ พล.ต.อ.สมเพียรฯมาอยู่ใน ตร.ภาค 9 ในขณะที่ ผกก.ศรีสาคร ยังย้ายมาเป็น ผกก.สภ.หาดใหญ่ได้ อันนี้ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 จะต้องเป็นผู้ตอบกับสังคม ยืนยันส่วนการเมือง ไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง และเชื่อว่าการเสียชีวิตของพล.ต.อ.สมเพียร น่าจะนำไปสู่การปรับเปลี่ยนกฎเกณฑ์บางเรื่อง ในสำนักงานตำรวจแห่งชาติ



