ข่าว

นักธุรกิจปชต.ออกแถลงการณ์ค้านยุบสภา

นักธุรกิจปชต.ออกแถลงการณ์ค้านยุบสภา

26 มี.ค. 2553

ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ออกแถลงการณ์คัดค้านการยุบสภา พร้อมเชิญชวนคนไทยทั้งประเทศร่วมติดธงชาติที่บ้านหรือรถยนต์ เพื่อแสดงจุดในการส่งเสริมความรักความสามัคคีไม่มีการแบ่งสี หรือแบ่งชนชั้น

(26มี.ค.) เวลา 11.30 น. ที่หน้าอาคารสีลมคอมเพ็กซ์ ถนนสีลม เขตบางรัก มีสมาชิกชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิไตยกว่า 10 คน  นำโดยนายสมเกียรติ  อโนทัยสินทวี  อายุ 53 ปี ได้มายื่นถือป้ายคัดค้านการยุบสภา พร้อมกันนี้นายสมเกียรติ ได้อ่านแถลงการณ์ของชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 1 / 2553 ระบุว่า ข้อ 1 เรารักประชาธิปไตย เราไม่ต้องการให้ยุบสภาเพราะสภาชุดนี้ได้รับการเลือกตั้งมาอย่างถูกต้องและรัฐบาลชุดนี้ก็แต่งตั้งมาถูกต้องรัฐธรรมนูญฉบับเดียวกัน จึงไม่มีเหตุผลใดที่จะยุบสภาในขณะนี้ รัฐสภานี้มีอายุจำกัดตามประชาธิปไตย อย่างช้าปลายปี 2554 ก็จะมีการเลือกตั้งใหม่คืนอำนาจให้ประชาชนตามวาระอยู่แล้ว

 ข้อ 2 ชมรมขอสนับสนุนการชุมนุมแสดงความคิดเห็นตามแนวทางประชาธิปไตย เฉพาะในกรอบของกฏหมายและรัฐธรรมนูญ ทั้งนี้ไม่ควรละเมิดสิทธิ์ของพี่น้องชาวไทยร่วมชาติ เช่นการกีดขวางการจราจร

 ข้อ3 ชมรมขอประกาศจุดยืนต่อต้านและประณามการใช้ความรุนแรง หรือสัญญลักษณ์ใดๆที่สะท้อนถึงความรุนแรงชมรมเห็นว่าคนไทยพึงรักสามัคคีไม่เป็นศัตรูกัน การใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะเป็นการทำร้ายกัน การวางระเบิดหรือ การยิงระเบิด เลือดเนื้อของคนไทยไม่ว่าฐานะอย่างใด สวมเสื้อสีใด ก็เป็นคนไทนยทั้งสิ้น พึงรู้รักสามัคคี ไม่ควรมีใครยุยงแยกให้เกลียดชัง หรือทำร้ายกัน

 4 ชมรมไม่สนับสุนนและขอประณามการใช้ความเหลื่อมล้ำของฐานะของประชาชนสร้างเงื่อนไข สงครามชนชั้น

 5 ชมรมรณรงค์เชิญชวนให้ชาวไทยทุกฐานะทุกจังหวัดร่วมแสดงจุดยืน ต้องการความสงบสุขและความรักสามัคคีในแผ่นดินด้วยการร่วมกันประดับธงชาติที่บ้านหรือรถยนต์เพื่อส่งเสริมความรัก การให้อภัยกันและการมองกันในแง่ดีด้วยหัวใจเป็นไทยทุกคน

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในการอ่านแถลงการณ์ของชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตยนั้นได้มีการเขียนป้ายข้อความคัดค้านการยุบสภามาถือโชว์จำนวนหลายป้าย ท่ามกลางประชาชนที่สนใจมายืนดูจำนวนหลายสิบคน และระหว่างนั้นได้มีผู้ชายวัยกลางคนได้เดินมาชนผู้หญิงคนหนึ่งถือป้ายอยู่ทำให้ป้ายหลุดมือ จนมีการปะทะคารมกันขึ้นชายดังกล่าวจึงรีบเดินหนี แต่ยังหันมาชี้หน้าผู้หญิงคนดังกล่าวด้วยความไม่พอใจ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรงอย่างใด