
เอ็ม79อาวุธยอดฮิตแก๊งป่วนกรุงยิงง่าย-ซื้อขายคล่อง-ป้องกันยาก!!
ลูกระเบิดชนิด "เอ็ม 79" ยังคงปลิวว่อนทั่วฟ้ากรุงเทพมหานคร โดยเมื่อเร็วๆ นี้ก็เพิ่งลอยละลิ่วไปตกที่กระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นสถานที่ประชุม ครม. เมื่อวันที่ 23 มีนาคม ที่ผ่านมา
ขณะที่ก่อนหน้านั้นมือมืดก็ยิงระเบิดเอ็ม 79 ถล่มสถานที่สำคัญเชิงสัญลักษณ์เป็นว่าเล่น
ยกตัวอย่างเช่นกองบัญชาการกองทัพบก ตรงหน้าห้อง พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการทหารบก วิทยาลัยพณิชยการพระนคร ใกล้ทำเนียบรัฐบาล หรือไปหล่นใส่บ้านเพื่อนบ้านของ นายอักขราทร จุฬารัตน ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นต้น
ปรากฏการณ์เอ็ม 79 บินไปถล่มจุดนั้นจุดนี้ โดยที่ตำรวจทหารตั้งด่านสกัด และจัดชุดลาดตระเวนรวมแล้วหลายหมื่นนาย สะท้อนให้เห็นถึงความล้มเหลวในการป้องกันเหตุร้าย และอีกนัยหนึ่งยังทำให้รัฐถูกครหาว่า "สร้างสถานการณ์" อีกด้วย !!
อย่างไรก็ตาม แม้จะยังไม่มีคำตอบชัดเจนว่า มือยิงเอ็ม 79 เป็นมือที่หนึ่ง-สอง-สาม หรือคนมีสีสร้างสถานการณ์เอง แต่ที่ชัดเจน คือ คนร้ายมีอิสรเสรีในการลงมือสูงมาก สร้างความหวาดผวาให้ชาวบ้านตาดำๆ ทั้งยังนำมาสู่คำถามว่าเอ็ม 79 มันหาง่ายอย่างนั้นเชียวหรือ
ผู้เชี่ยวชาญด้านอาวุธในกองทัพ ระบุถึงแหล่งที่มาของเอ็ม 79 ว่า มาจากตลาดมืดในขบวนการค้าอาวุธสงครามตามแนวชายแดน
แหล่งใหญ่ที่สุด คือ แนวชายแดนด้านตะวันออก ซึ่งผู้ที่นำเข้ามาส่วนใหญ่ล้วนเป็น "คนมีสี" ของทั้งสองประเทศทั้งสิ้น
สนนราคาของระเบิดเอ็ม 79 ตามแนวชายแดนจะอยู่ที่ลูกละ 200-300 บาทเท่านั้น แต่เครื่องยิงจะมีราคาสูงพอสมควร แต่จะไม่เกิน 1 หมื่นบาท โดยอาวุธเหล่านี้จะหมุนเวียนอยู่ในตลาดมืด และจะซื้อขายเปลี่ยนมือไปเรื่อยๆ โดยเฉพาะหลังก่อเหตุเสร็จเพื่อทิ้งหลักฐาน
เมื่อถามถึงการจับกุมโรงงานประกอบเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 เช่นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา และ จ.สมุทรปราการ เขาก็เชื่อว่า มีคนกลุ่มหนึ่งว่าจ้างผลิตเพื่อเตรียมที่จะก่อเหตุจริง แต่ประสิทธิภาพของเครื่องยิงจะไม่เทียบเท่าเครื่องยิงมาตรฐานที่ผลิตจากสหรัฐอเมริกา
"ผมเชื่อว่ามันยิงได้จริง แต่ยิงแล้วคงหวังผลไม่ได้มาก และโอกาสที่จะยิงแล้วด้านมีสูง เพราะภายในเครื่องยิงเอ็ม 79 จะมีวงแหวนถึง 3 ชั้นเพื่อปลดชนวนระเบิด แม้แต่เครื่องยิงที่กองทัพใช้กันอยู่ก็มีโอกาสด้านสูง ปัจจุบันจึงไม่นิยมใช้กันแล้ว"
เขายังวิเคราะห์ถึงสาเหตุที่คนร้ายนิยมใช้ระเบิดชนิดเอ็ม 79 ก่อเหตุป่วนเมืองเป็นว่าเล่นด้วยว่า เครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 สามารถยิงได้จากมุมอับทุกทิศที่ห่างจากเป้าหมายราว 300-400 เมตร อีกทั้งในขณะยิงจะไม่มีเสียงดังทำให้สามารถที่จะหลบหนีได้ง่าย
ประสิทธิภาพที่ควรรู้เกี่ยวกับเอ็ม 79 คือ เอ็ม 79 เป็นอาวุธประจำหน่วยทหารราบ ใช้เพิ่มระยะในการยิงลูกระเบิดสังหารบุคคล โดยมีระยะหวังผล 150-350 เมตร โดยต้องยิงในวิถีโค้งในมุมประมาณ 45 องศา
ปัจจุบันเมื่อมีเทคโนโลยีใหม่ๆ เช่น "จีพีเอส" หรือ "กูเกิลเอิร์ธ" เข้ามาช่วยจึงทำให้การยิงเอ็ม 79 มีความแม่นยำยิ่งขึ้น
เอ็ม 79 มีน้ำหนักเบา ประมาณ 2.7-3 กก. จึงพกพาติดตัวไปได้ง่าย เป็นอาวุธที่นิยมใช้ในสมัยสงครามเวียดนาม แต่ปัจจุบันไม่ค่อยนิยมใช้กันในกองทัพ เพราะมีอาวุธนำวิถีใหม่ๆ ที่แม่นยำมากขึ้น เอ็ม 79 จึงถูกโละ และทหารบางประเทศก็ลักลอบนำออกมาขาย
โดยเฉพาะหลังจากสงครามเขมร 3 ฝ่ายยุติลงในประเทศกัมพูชา อาวุธสงครามชนิดต่างๆ โดยเฉพาะปืนเอ็ม 16 อาก้า ระเบิดมือชนิดต่างๆ รวมทั้งเอ็ม 79 ก็หลุดรอดเข้ามาในตลาดมืดมากขึ้น
ส่วนหัวกระสุนเอ็ม 79 ก็มีให้เลือกใช้หลากหลาย เช่น กระสุนลูกระเบิดเอ็ม 79 ซึ่งมีรัศมีทำลายล้าง 5 เมตร กระสุนพลุไฟส่องสว่าง กระสุนระเบิดเพลิง (นาปาล์ม) กระสุนบรรจุอาวุธเคมี หรือชีวภาพ กระสุนลูกปราย กระสุนควัน กระสุนแก๊สน้ำตา เป็นต้น
ขณะที่การป้องกันการยิงเอ็ม 79 ในทางปฏิบัติสามารถทำได้ทั้งการตั้งด่านตรวจ และลาดตระเวน แต่ต้องยอมรับว่า ป้องกันได้ยาก เพราะคนร้ายอาจเลือกจุดอับจุดใดจุดหนึ่ง หรือเวลาที่เจ้าหน้าที่เผลอ หาจังหวะลงมือได้ทุกเมื่อ
ส่วนเครื่องยิงระเบิดเอ็ม 79 รุ่นที่กองทัพใช้กันอยู่ คือ เครื่องยิงลูกระเบิดรุ่นเอ็ม 203 ซึ่งสามารถใช้ยิงกระสุนปืนเอ็ม 16 ได้ด้วย ส่วนเครื่องยิงเอ็ม 79 แทบไม่ค่อยได้ใช้กันแล้ว แม้แต่การฝึกก็แทบจะไม่ได้ฝึกกัน
ดังนั้น โอกาสการซื้อหาเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 หรือลูกระเบิดเอ็ม 79 คือ ซื้อหาในตลาดมืดได้ไม่ยาก และปกติก็มีหมุนเวียนเปลี่ยนมือกันตลอดอยู่แล้ว
ทีมข่าวความมั่นคง



