ข่าว

พฤติกรรมไม่สร้างสรรค์

พฤติกรรมไม่สร้างสรรค์

26 มี.ค. 2553

พฤติกรรมของ ส.ส.พรรคเพื่อไทยในช่วงของการประชุมสภาผู้แทนฯ ในสัปดาห์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นความพยายามเล่นเกม ช่วงชิงจังหวะในการโจมตีรัฐบาล และประสานเป็นกลุ่มเดียวกันกับมวลชนเสื้อแดงซึ่งจัดชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าฯ

และตลอดแนวถนนราชดำเนิน สร้างปัญหาจราจรให้ประชาชนนานกว่า 2 สัปดาห์ การร้องเอะอะโวยวาย ขัดขวางการประชุม โดยนำรถยนต์ไปขวางถนน และอ้างอย่างไร้เหตุผลกรณีที่รัฐบาลจัดหน่วยกำลังรักษาความปลอดภัย จนหาเรื่องไม่ยอมเข้าประชุม เท่ากับว่า ส.ส.พวกนั้นเห็นประโยชน์ส่วนตนและรับใช้ผู้ต้องโทษจำคุก ทั้งๆ ที่ตนเองเป็นผู้พิจารณาอนุมัติร่าง ยกเลิก กฎหมายต่างๆ สำหรับใช้บังคับ

 การพยายามช่วยเหลือ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร จึงเท่ากับว่า ส.ส.ฝ่ายค้านไม่แยแสต่อกฎหมายบ้านเมือง สนับสนุนกฎหมู่ ดังจะเห็นได้จากการสลับกันขึ้นเวทีเพื่อโจมตีรัฐบาล และใช้บริเวณชุมนุมมวลชนเป็นสถานที่เล่นเกมการเมือง สร้างความเสื่อมเสียต่อสถาบันนิติบัญญัติมาโดยตลอด อันที่จริงประชาชนผู้เคารพกฎ เกณฑ์ กลไกกฎหมายบ้านเมือง ต้องการให้การบังคับใช้กฎหมายทัดเทียมกัน แต่ ส.ส.พรรคเพื่อไทยหาได้แสดงออกเช่นนั้นไม่ โดยไม่คำนึงถึงความถูกต้องดีงาม และไม่ยอมรับว่าสังคมโลกรวมทั้งหลายประเทศซึ่งพัฒนาแล้วไม่ยอมรับอดีตหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ด้วยพฤติการณ์ไม่ซื่อและทรยศต่อความไว้เนื้อเชื่อใจของประชาชน

 ถ้ารัฐบาลต่างชาติไม่ยอมรับการตัดสินของกระบวนการยุติธรรมและศาลไทยแล้ว คงยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ลี้ภัย อาศัย หรือเดินทางเข้าออกได้ตามปกติ เพราะไม่มีเงื่อนไขความยากจนเป็นปัญหาในการขอวีซ่าเข้าเมือง แต่การเป็นบุคคลต้องห้ามเกือบทั่วโลกเป็นเพราะพฤติการณ์ด้านการใช้อำนาจแสวงหาผลประโยชน์ ทุจริต คอรัปชั่น เป็นขบวนการและเครือข่ายญาติมิตร พวกพ้อง สร้างความมั่งคั่งอย่างมหาศาลจากทรัพย์สินสาธารณะ การเข้าร่วมกับพวกชุมนุม ซึ่งมีพฤติกรรมหยาบคาย โจมตีสถาบันกษัตริย์ ย่อมต้องถูกมองว่าเห็นดีเห็นงามกับความพยายามล้มรัฐบาลและเปลี่ยนแปลงระบอบการปกครองของประเทศ ตามคำบัญชาสั่งการโดยหัวหน้าใหญ่ ซึ่งได้ทุ่มเงินของตัวเองและเครือข่ายอย่างมหาศาล โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายต่อความมั่นคงของชาติ

 พฤติกรรมของผู้แทนราษฎรประเภทนี้ นอกจากจะสิ้นเปลืองเงินภาษีของประชาชน ยังไม่เป็นผลดีต่อการพัฒนาการเมืองในระบอบประชาธิปไตย โดยเห็นเงินเป็นใหญ่ และยอมทำตามคำสั่งของนายจ้างโดยปราศจากหิริโอตตัปปะ ยิ่งสร้างความน่าเอือมระอาต่อประชาชน ซึ่งเห็นว่าการเลือกตั้งแต่ละครั้งเป็นเพียงพิธีกรรมเพื่อให้นักซื้อเสียงหว่านเงินปูทางสู่ผลประโยชน์ในสถานภาพของผู้แทนปวงชนเท่านั้น