
มติสรุปเสนอคืน300ไร่บนป่าโซนซีเขายายเที่ยง
มติสุดท้ายกรรมการตรวจสอบเขายายเที่ยง เสนอปลัดทส.เสนอสิ้นเดือนมี.ค.นี้เรียกคืน 300 ไร่ป่าอนุรักษ์โซนซี บนเขายายเที่ยง เหตุเหลือผู้ครอบครองรายเดิมแค่ 1 ส่วนที่เหลือรวมทั้งบ้านพักหรู 5 หลังไม่พบหลักฐานใครครอบครอง
(25มี.ค.) นายชลธิศ สุรัสวดี รองอธิบดีกรมป่าไม้ ในฐานะประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงการถือครองที่ดินในเขตป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาเตียน - เขาเขื่อนลั่น (เขายายเที่ยง) จ.นครราชสีมา กล่าวว่า หลังจากคณะกรรมการฯได้ดำเนินงานมาครบตามระยะเวลา 60 วันแล้ว ขณะนี้สามารถสรุปแนวทางเพื่อเสนอให้กับนาย ศักดิ์สิทธิ์ ตรีเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) พิจารณาภายในวันที่ 30 มี.ค.นี้ โดยแบ่ง เป็น 2 แนวทางดังนี้
1.กรณีพื้นที่ในผังแปลงที่ดินทำกิน ในโครงการหมู่บ้านป่าไม้ ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) 29 เม.ย.2518 ซึ่งกรมป่าไม้ ได้จัดสรรพื้นที่ไว้ทั้งหมด 313 ไร่รวม 18 แปลง แต่ภายหลังมีการนำพื้นที่ไปแบ่งซอยออกเป็น 35 แปลง ปรากฏมีเพียง 1 ราย คือนาย โจก สวัสดี ที่ยังเป็นผู้ครอบครองรายเดิมตามมติครม.ดังกล่าว โดยครอบครองพื้นที่ประมาณ 13 ไร่ ส่วนที่เหลือพบว่าไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิมแล้ว และรวมถึงบ้านพักบนเขายายเที่ยงของ พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ อดีตนายกรัฐมนตรี ที่รื้อถอนบ้านและคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้แล้ว ดังนั้นจึงมีมติเสนอว่าทั้งหมดที่อยู่ในพื้นที่ผังแปลงที่ดินทำกิน 313 ไร่ยกเว้นบ้านของนายโจก ที่จะต้องรื้อถอนบ้าน และคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้ เพื่อนำไปฟื้นฟูให้เป็นสภาพป่า เนื่องจากไม่ใช่ผู้ครอบครองรายเดิมตามมติครม.2518 และเป็นพื้นที่ในเขตป่าอนุรักษ์โซน ซีด้วย
นายชลธิศ กล่าวยอมรับว่า คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงฯ ได้พยายามหาข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์ การขอใช้น้ำ ใช้ไฟ และประปาแล้วกลับไม่ปรากฏหลักฐานใดๆเลยว่าใครเป็นผู้ครอบครองแปลงที่ดินเหล่านั้น โดยเฉพาะกรณีสิ่งปลูกสร้างทั้ง 5 หลังที่มีแปลงที่ดินอยู่ติดกับบ้านของอดีตนายกรัฐมนตรี ดังนั้นจึงเท่ากับว่าพื้นที่เหล่านั้นกรมป่าไม้สามารถเรียกคืนกลับมาได้ เพราะไม่ปรากฏหลักฐานการครอบครองโดยผู้ใด ส่วนแนวทางที่ 2 สำหรับกรณีผังแปลงที่อยู่อาศัย ใน 3 หมู่บ้านคือเขายายเที่ยงเหนือ เขายายเที่ยงใต้ และบ้านเขาน้อย คณะกรรมการฯ มีมติเสนอให้กรมป่าไม้ ดำเนินการอนุญาตให้ชาวบ้านได้อยู่ต่อได้ตามสิทธิ์เดิมที่เคยจัดสรรไว้ รวมทั้งสิ้น 161 แปลง อย่างไรก็ตาม ในช่วง 1-2 วันจากนี้ จะส่งมติให้กับคณะกรรมการทั้ง 11 คนที่เป็นผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตรวจสอบข้อมูลอีกครั้งก่อนจะนัดลงนามบันทึก ในวันที่ 29 มี.ค.นี้ เพื่อเตรียมส่งต่อให้นาย ศักดิ์สิทธิ์ ตามขั้นตอนต่อไป
เมื่อถามว่าจะสามารถเข้าไปติดประกาศเพื่อรื้อถอน และคืนพื้นที่ 300 ไร่ได้เมื่อไหร่ นายชลธิศ กล่าวว่า ยังบอกไม่ได้ ขึ้นกับว่า ปลัดทส.จะมีผลการพิจารณา หรือมีความเห็นแบบเดียวกับที่คณะกรรมการฯเสนอให้พิจารณาหรือไม่ แต่ถ้าพิจารณาเร็วและส่งกลับมาให้กรมป่าไม้ดำเนินการ ก็อาจใช้เวลาประมาณ 30 วัน
ด้านนายสุเทพ ปวเรศวิทยาฬาร ผู้อำนวยการสำนักทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 (จ.นครราชสีมา) กล่าวว่า จากการตรวจสอบในเชิงพื้นที่โดยเฉพาะบ้านทั้ง 5 หลังที่อยู่ผังแปลงที่ดินทำกิน 313 ไร่ ยอมรับว่าไม่สามารถตรวจ สอบได้เลยว่ามีใครเป็นผู้ครอบครอง ทั้งที่ก่อนหน้านี้เคยมีข้อมูลทางทะเบียนราษฎร์อยู่ แต่เมื่อมีข่าวว่าผังแปลงเหล่านี้จะถูกคืนพื้นที่ให้กรมป่าไม้แบบเดียวกับบ้านของอดีตนายกฯ ก็กลับไม่พบว่ามีข้อมูลในทะเบียนราษฎร์เหลืออยู่แล้ว แม้คณะทำงานจะพยายามตรวจหาจากทุกแหล่งที่สามารถเป็นเบาะแสได้ ทั้งการขอใช้น้ำ ไฟ โทรศัพท์ก็ตาม ดังนั้นเท่ากับว่าพื้นที่เหล่านั้นไม่มีใครครอบครอง ยกเว้นบ้านของนายโจก ซึ่งจะไม่ลิดรอนสิทธิ์เดิมที่เขาได้รับการจัดสรร ซึ่งแม้จะดูเหมือนกับเป็นไข่แดงในพื้นที่ก็ตาม แต่ในชั้นนี้จะมีข้อสรุปออกมาแบบนี้



