ข่าว

น้ำโขงแห้งลาวขาดแคลนเครื่องอุปโภค-บริโภคหนัก

น้ำโขงแห้งลาวขาดแคลนเครื่องอุปโภค-บริโภคหนัก

25 มี.ค. 2553

ประชาชนชาวลาวขาดแคลนเครื่องอุปโภค-บริโภคอย่างหนัก หลังถูกสั่งห้ามเดินทางเข้าประเทศไทย ด้านผู้ประกอบการค้าฝั่งไทยส่งออกสินค้าไม่ได้ ต้องยอมแบกรับภาระจากการที่จะต้องเสียภาษีขาเข้าในลาว หลังจากชาวลาวไม่สามารถเดินทางข้ามมาซื้อสินค้าได้ อดีตประธานสภาอุตสาหกรร

 นางสุพรรณ ไชยวงศ์ เจ้าของร้านธนากรการเกษตร ในฐานะผู้ประกอบการค้าไทย-ลาว บริเวณจุดผ่อนปรนทางการค้าบ้านแจมป๋อง ตำบลหล่ายงาว อำเภอเวียงแก่น จังหวัดเชียงราย เปิดเผยว่า ขณะนี้การค้าขายบริเวณแนวชายแดนอำเภอเวียงแก่นกำลังประสบปัญหาอย่างหนัก หลังจากที่ประชาชนฝั่งประเทศลาวถูกสั่งห้ามจากทางการ สปป.ลาว ไม่ให้เดินทางข้ามมายังฝั่งประเทศไทย ส่งผลให้รายได้จากการค้า ซึ่งเป็นอาชีพหลักของประชาชนริมฝั่งตลอดแนวแม่น้ำโขงลดลงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 จากรายได้ที่เคยมีหลักหมื่นถึงหลักแสนบาทต่อวัน แต่ขณะนี้รายได้หลักร้อยในแต่ละวันเป็นเรื่องที่ยากมาก ในขณะที่ความต้องการของผู้บริโภคทางฝั่งลาวเพิ่มสูงขึ้น ทำให้ผู้ประกอบการหลายรายจำเป็นต้องส่งสินค้าทางรถและเรือเข้าไปใน สปป.ลาว โดยยอมจ่ายภาษีให้กับด่านศุลกากรฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งแม้ว่าวิธีการเก็บภาษีจะไม่เป็นไปตามระบบ เปรียบเสมือนการค้านอกระบบ ที่เก็บภาษีในอัตราที่สูงเกินความเป็นจริง แต่ผู้ประกอบการก็จำเป็นต้องปฏิบัติตาม

 “ขณะนี้ผู้ประกอบการและประชาชนที่ค้าขายบริเวณฝั่งประเทศลาว ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก โดยไม่มีหน่วยงานใดเข้ามาดูแลและแสดงความรับผิดชอบ หลังจากประเทศลาวสั่งห้ามเด็ดขาดไม่ให้ประชาชนข้ามมาฝั่งไทย ส่งผลให้การค้าขายตอนนี้ชะงักอย่างไม่มีกำหนด และผู้ประกอบการค้าฝั่งไทยก็ได้รับผลกระทบอย่างสาหัส เพราะนอกจากจะต้องเสียภาษีในราคาสูงเกินความเป็นจริง จนแทบจะขาดทุนด้วยซ้ำในการส่งสินค้าแต่ละครั้ง แต่หากไม่ทำเช่นนี้ก็ไม่รู้ว่าจะมีวิธีไหนที่จะขายของได้อีกแล้ว จึงจำเป็นต้องยอมจ่าย ดีกว่านั่งรออยู่เฉยๆ เพราะดูท่าทีแล้วสถานการณ์คงจะไม่กลับมาเป็นปกติในเร็ววันนี้แน่นอน”นางสุพรรณ กล่าว

 ด้านนายสมเกียรติ พิสุทธิเจริญพงศ์ นายด่านศุลกากรเชียงของ กล่าวว่า สำหรับหลักเกณฑ์การนำเข้าส่งออกสินค้านั้น ในส่วนของฝั่งประเทศไทย ภาษีส่งออกเป็น 0 % อยู่แล้ว แต่ผู้ประกอบการต้องไปเสียภาษีให้กับด่านที่จะส่งสินค้าเข้าบริเวณด่านห้วยทรายหรือบริเวณบ้านด่านฝั่ง สปป.ลาว ซึ่งเป็นบริเวณบ้านด่านจะเป็นด่านเล็กๆ ที่บางครั้งการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อาจจะยังไม่เป็นไปตามระบบที่กำหนดเท่าที่ควร หรืออาจพูดได้ว่าเป็นการค้านอกระบบ บางครั้งการคิดคำนวณภาษีอาจจะเกินอัตราความเป็นจริง หรืออาจคิดอัตรารวมเหมาเป็นคนๆไปแล้วแต่การเจรจาตกลง ทำให้ประชาชนได้รับความเดือดร้อน และเกรงกลัวการถูกจับกุมหรือยึดสินค้าหากไม่ยอมจ่ายภาษี

 “พ่อค้าแม่ค้าหลายรายกังวลว่า หากไม่ยอมจ่ายภาษีจะถูกจับกุมหรือยึดสินค้าไว้ แต่ทั้งนี้ หากสินค้าไม่ได้ซุกซ่อนไปและมีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย ประชาชนก็ไม่ต้องกังวลเรื่องการยึดสินค้าหรือถูกจับกุม แต่เบื้องต้นเรื่องข้อตกลงการเก็บภาษีของฝั่ง สปป.ลาว ทางด่านเชียงของเองก็ไม่ทราบรายละเอียดมากนัก เพียงแต่ทุกด่านต้องปฏิบัติตามหน้าที่และข้อตกลงร่วมกันของทุกประเทศอยู่แล้ว เพราะมีการกำหนดหลักเกณฑ์และอัตราการจ่ายภาษีที่เป็นกลางไว้แล้ว นอกเหนือจากนี้ ก็ต้องขึ้นอยู่กับการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่แต่ละด่านว่าจะปฏิบัติได้เหมาะสมเพียงใด”นายสมเกียรติ กล่าว

ส่งออกมันส้มหล่นหลังประเทศคู่แข่งประสบภัยแล้ง

 ที่ห้องประชุม บริษัทสงวนวงษ์อุตสาหกรรม จำกัด ต.หนองบัสศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายทศพล ตันติวงษ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการอำนวยการแก้ไขปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลัง จ.นครราชสีมา เปิดงานรณรงค์และสาธิตรวมพลคนโคราชพิฆาตเพลี้ยแป้ง เพื่อให้ความรู้แก่เกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังในพื้นที่เกี่ยวกับวิธีป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังด้วยวิธีการทางธรรมชาติและการใช้สารเคมีป้องกัน โดยได้รับความสนใจจากเกษตรกรผู้ปลูกมันสำปะหลังใน จ.นครราชสีมา ทั้ง 32 อำเภอ เข้าร่วมในงานเป็นจำนวนมาก

 ซึ่งภายในงานได้จัดให้มีการบรรยายให้ความรู้เกี่ยวกับวิธีการป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังด้วยวิธีการทางธรรมชาติโดยการใช้แมลงซึ่งเป็นศัตรูของเพลี้ยแป้ง อาทิตัวห้ำและตัวอ่อนของแมลงช้างปีกใส การใช้เชื้อราบิววิเรียมาเป็นส่วนผสมฉีดพ่นป้องกันเพลี้ยแป้ง และการใช้สารเคมีเพื่อแช่ท่อนพันธุ์ก่อนทำการเพาะปลูกเป็นต้น 

 นายทศพล กล่าวในฐานะที่ปรึกษากิตติมศักดิ์สมาคมโรงงานผู้ผลิตมันสำปะหลังภาคตะวันออกเฉียงเหนือและอดีตประธานสภาอุตสาหกรรมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยว่า สถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังอย่างหนักเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมาส่งผลกระทบต่อเกษตรกรเนื่องจากทำให้ผลผลิตเสียหายเป็นมูลค่าไม่น้อยกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องรีบแก้ไข โดยล่าสุดทั้งภาคราชการ เอกชน รวมถึงเกษตรกรเองก็มีความตระหนักถึงเรื่องนี้เป็นอย่างดี จึงได้มีการจัดโครงการรณรงค์กำจัดเพลี้ยแป้งมันสำปะหลังมาอย่างต่อเนื่อง

 แต่ทั้งนี้การป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งด้วยสารเคมีอาจจะส่งผลกระทบในเรื่องของการเคมีตกค้างในผลผลิต และอาจจะส่งผลกระทบต่อภาคการตลาดในระยะยาวเนื่องจากผลผลิตมันสำปะหลังส่วนใหญ่จะถูกนำไปเป็นวัตถุดิบเพื่อผลิตออกมาเป็นสินค้าที่ใช้ในการบริโภคเป็นส่วนใหญ่ อาทิเช่นแป้งมัน และผงชูรส ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเพลี้ยแป้งระบาดในมันสำปะหลังจึงจำเป็นต้องมีการรณรงค์ในการใช้วิธีป้องกันและกำจัดเพลี้ยแป้งด้วยวิธีการทางธรรมชาติโดยใช้แมลงศัตรูพืชหรือจุลินทรีย์ชีวภาพอย่างเชื้อราบิวเรียไปช่วยแก้ไขปัญหาควบคู่กับการใช้สารเคมีเพื่อไม่ให้เกิดปัญหาดังกล่าวขึ้น  
 
 สำหรับผลกระทบด้านการตลาดจากสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังนั้น นายทศพล กล่าวว่า ถึงแม้ว่าผลผลิตมันสำปะหลังของไทยเมื่อต้นปีที่ผ่านมาจะลดลงกว่าที่ควรจะเป็นจากปัญหาการระบาดของเพลี้ยแป้ง แต่ในด้านการตลาดกลับพบว่ามีทิศทางที่ดีขึ้น ทั้งนี้เนื่องมาจากเมื่อปี 2552 ที่ผ่านมาประเทศคู่แข่งผู้ผลิตมันสำปะหลังรายใหญ่อย่างเวียดนามก็ต้องประสบกับปัญหาอุทกภัย ทำให้ผลผลิตมันสำปะหลังเสียหายไปกว่า 60% ส่วนอินโดนิเซียและจีนเองก็ต้องประสบกับปัญหาภัยแล้งมันสำปะหลังเสียหายเป็นจำนวนมาก

 ดังนั้นตลาดโลกจึงหันหน้ามาสั่งซื้อมันสำปะหลังจากประเทศไทยที่ถือเป็นประเทศผู้ผลิตมันสำปะหลังรายใหญ่ของโลกเป็นหลัก ประกอบกับข่าวการระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังอย่างหนักในประเทศไทย ส่งผลให้ราคาของมันสำปะหลังพุ่งสูงขึ้นจากเติมที่จะอยู่เพียง กก.ละ 1.35 บาทในช่วงปี 2552 ที่ผ่านมา เป็น 2.70-2.80 บาท ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา และจำนวนผลผลิตของประเทศไทยเองก็ยังคงเพียงพอที่จะส่งออกให้กับประเทศคู่ค้าถึงแม้ว่าจะมีผลผลิตออกมาน้อยกว่าทุกปี แต่ทางรัฐบาลยังคงมีมันสำปะหลังในสต็อกที่เคยช่วยเหลือเกษตรกรทั้งในการรับจำนำและการรับประกันราคาอยู่เป็นจำนวนมาก ส่งผลให้ในปีนี้มันสำปะหลังในสต็อกของรัฐบาลสามารถปล่อยออกสู่ตลาดได้ทั้งหมด ต้องถือว่าการระบาดของเพลี้ยแป้งในปีที่ผ่านมา เป็นโชคดีต่อภาคการส่งออกมันสำปะหลังด้วยซ้ำ

 แต่อย่างไรก็ตาม หากเพลี้ยแป้งยังระบาดไม่หยุดก็อาจจะทำให้การผลผลิตมันสำปะหลังป้อนสู่ตลาดโลกเกิดปัญหาขึ้นได้ โดยเฉพาะปัญหาผลผลิตขาดตลาด ดังนั้นการแก้ไขปัญหาเพลี้ยแป้งจึงเป็นสิ่งสำคัญ

 ส่วนผลกระทบต่อภาคการส่งออกมันสำปะหลังจากการชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง กลุ่ม นปช.ตามจังหวัดต่างๆ และในกรุงเทพฯ นั้น นายทศพล กล่าวว่า การชุมนุมไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการส่งออกมันสำปะหลังมากนักเนื่องจากตลาดโลกยังคงต้องการผลผลิตมันสำปะหลังจากไทยเป็นจำนวนมาก เนื่องจากประเทศคู่แข่งไม่มีผลผลิตป้อนออกสู่ตลาด แต่ในภาคอุตสาหกรรมอื่นๆ จะมีผลกระทบคือจะมีงานทำน้อยลง เนื่องจากต่างประเทศขาดความเชื่อมั่นสถานการณ์ในประเทศ ซึ่งเกรงว่าถ้าไม่ได้ทำอะไรเลยปีหน้าโรงงานอุตสาหกรรมต่างๆ จะไม่มีออร์เดอร์สั่งผลิตสินค้าเข้ามา ซึ่งในโรงงานต่างๆ ก็มีความเป็นห่วงเป็นใยในเรื่องค่อนข้างมาก และทุกคนก็พยายามที่จะหาวิธีช่วยเหลือ แต่ก็ยังไม่มั่นใจว่าจะต้องใช้วิธีใดในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งได้ในขณะนี้

 ส่วนสถานการณ์การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังในพื้นที่ จ.นครราชสีมา ขณะนี้นั้น ล่าสุดทางสำนักงานเกษตรจังหวัดนครราชสีมา รายงานว่าพบพื้นที่การระบาดของเพลี้ยแป้งในมันสำปะหลังทั่วทั้ง 32 อำเภอจำนวนกว่า 170,000 ไร่