ข่าว

อุดรธานีแล้งหนักแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาแห้ง

อุดรธานีแล้งหนักแหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาแห้ง

25 มี.ค. 2553

ชาว อ.โนนสะอาด จ.อุดรธานี เดือดร้อนหนัก แหล่งน้ำดิบสำหรับผลิตประปาแห้ง คาดใช้ได้ถึงเดือน พ.ค.ด้าน การประปาโนนสะอาดต้องออกมาตรการเปิดปิดเป็นเวลา รมว.มหาดไทยลงพื้นที่สุโขทัยตรวจสอบปัญหาภัยแล้ง

 (25 มี.ค.)ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากสภาพภัยแล้งที่เกิดจากอิทธิพลเอลนิลโญส่งผลต่ออ่างเก็บน้ำโสกรัง แหล่งน้ำดิบผลิตน้ำประปาของการประปาส่วนภูมิภาค โดยน้ำในอ่างฯ ลดต่ำลงจนเกือบแห้งและใกล้ลดต่ำกว่าท่อสถานีสูบน้ำดิบ มีวัวควายของชาวบ้าน ลงไปแทะเล็มหญ้า ซึ่งหากลดลงมาอีกจะสูบน้ำดิบไม่ได้ ทำให้ราษฎรในเทศบาล ต.โนนสะอาด และเทศบาล ต.หนองแวง 1,600 ครอบครัว จะไม่มีน้ำประปาใช้   

 นายสมเกียรติ สุขธนะ อดีต นายก อบจ.อุดรธานี เปิดเผยว่า อ่างฯ โสกรัง เป็นแหล่งน้ำดิบผลิตประปาแห่งเดียว ของมีความจุราว 5 แสน ลบ.ม.เป็นหัวใจสำคัญของชาวโนนสะอาด สภาพปัจจุบันตื้นเขินมากแล้ว จากการที่การประปาเพิ่มกำลังผลิตขยายเขตให้บริการน้ำประปา แต่ไม่ได้คำนึงถึงประมาณน้ำดิบ แม้หลายคนเคยทักท้วง ให้การประปาหาแหล่งน้ำดิบเพิ่ม แต่ก็ไม่ดำเนินการใดๆ น่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งของน้ำแห้ง ไม่ใช่เฉพาะเรื่องของภัยแล้งอย่างเดียว  

 “น้ำในอ่างฯ โสกรังต้องแห้งก่อนฝนแน่นอน การแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้ามีวิธีเดียว คือการขนน้ำมาแจกจ่ายชาวบ้าน เพราะในรัศมี 5 ตารางกิโลเมตร ไม่มีแหล่งน้ำผิวดินเลย ขณะที่น้ำใต้ดินหรือน้ำบาดาลก็มีปัญหา ระดับน้ำใต้ดินอยู่ลึกมาก ทำให้ผมเตรียมรถน้ำไว้ 1 คัน ไว้คอยดูแลครอบครัว กิจการตลาดสด และชาวบ้านที่เดือดร้อน โดยจะไปเอาน้ำจากบ้านพักที่ ต.ห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี จ.อุดรธานี ซึ่งน่าจะใช้ได้ตลอดแล้ง“

 นายพูนทรัพย์ สูตรสุคนธ์ ผจก.ประปากุมภวาปี เปิดเผยว่า ทำหน้าที่ดูแลสถานีผลิตน้ำประปาที่ อ.โนนสะอาด ด้วย จากการทำงานที่นี่มา 2 ปีเศษ และได้ตรวจสอบย้อนหลังกลับไป อ.โนนสะอาด แม้จะมีปัญหาเรื่องน้ำกินน้ำใช้ แต่ก็ไม่มีความรุนแรงถึงระดับนี้ เพื่อแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า กำลังเร่งนำเครื่องจักร มาขุดร่องระบายน้ำจากจุดที่มีน้ำ เข้ามายังบริเวณสถานีสูบน้ำดิบ และนำมาตรการประหยัดน้ำมาใช้

 “จากการประชุมร่วมกันแก้ไขปัญหา เห็นว่าหากเรายังใช้น้ำประปาแบบเดิม น้ำดิบจะใช้ได้ถึงกลางเดือน เม.ย.เท่านั้น จึงอออกมาตรการเปิดน้ำเช้า 05.00-10.00 น. และเย็น 15.00-20.00 น. ซึ่งคาดว่าจะมีน้ำดิบไปจนถึงกลางเดือน พ.ค.ขณะเดียวกันก็ใช้การแจกจ่ายน้ำเพิ่มเติม เบื้องต้นก็เป็นรถน้ำจากอำเภอ และองค์กรปกครองท้องถิ่น ไปรับน้ำที่การประปาห้วยเกิ้ง ซึ่งอยู่ห่างจาก อ.โนนสะอาด เพียง 12 กม.เท่านั้น “

 นายพูนทรัพย์ กล่าวอีกว่า อ.โนนสะอาด ไม่มีแหล่งน้ำดิบมาเติมที่อ่างฯ โสกรัง ทำให้ช่วงปลายฤดูแล้งน่าจะใช้รถขนน้ำมากขึ้น ขณะการแก้ไขปัญหาระยะยาว เรามีแผนในปี 54 จะลงทุนวางท่อน้ำประปาจาก ต.ห้วยเกิ้ง มาที่ อ.โนนสะอาด งบประมาณราว 35 ล้านบาท  

  นายปราโมทย์ ธัญญพืช นายอำเภอโนนสะอาด เปิดเผยว่า ทุกฝ่ายยืนยันว่าจะฝ่าฝืนวิกฤติไปได้ โดยการเปิดปิดน้ำเป็นเวลา จะทำให้ยืดเวลาการใช้น้ำดิบในอ่างฯ โดยผู้ที่ได้รับความเดือดร้อนมากสามารถร้องขอรถน้ำจาก อปท.มาให้บริการเป็นครั้งคราว หรือร้องขอจากจังหวัดเพิ่ม นอกจากนี้ยังมีการซ่อมแซม และขุดเจาะบ่อน้ำบาดาล ในเขตชุมชนที่มีระดับน้ำใต้ดินไม่ลึก ตอนนี้เจาะบาดาลได้น้ำเพิ่ม 3 จุดแล้ว

 "ความจริงการประปาส่วนภูมิภาค มีแผนการวางท่อน้ำประปาจาก สถานีผลิตน้ำประปาห้วยเกิ้ง อ.กุมภวาปี โดยขอรับสนับสนุนงบประมาณจากรัฐบาล 30 ล้านบาท แผนวานนี้บรรจุในปีงบประมาณ 53 แต่ปรากฎว่างบไม่ได้รับการพิจารณา คงจะมีความพยายามผลักดันงบในปีต่อไป"

รมว.มหาดไทยลงพื้นที่สุโขทัยตรวจสอบปัญหาภัยแล้ง

 นายชวรัตน์ ชาญวีรกูล รมว.มหาดไทย ลงพื้นที่ตรวจสอบโครงการแก้มลิงทุ่งทะเลหลวงมีพื้นที่ครอบคลุม ต.ปากแคว และ ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.สุโขทัย อันเป็นแหล่งกักเก็บน้ำเพื่อแก้ไขสภาพปัญหาภัยแล้งของจังหวัดสุโขทัยซึ่งมีรายงานว่าปัจจุบันสถานการณ์ภัยแล้งของจังหวัดสุโขทัยมีแนวโน้มจะรุนแรงมากขึ้นโดยจังหวัดสุโขทัยได้ประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติ (ภัยแล้ง) ทั้งจังหวัด มีพื้นที่ประสบภัยทั้งสิ้น 9 อำเภอ ราษฏรได้รับความเดือดร้อน 57,557 ครัวเรือน นาข้าวได้รับความเสียหายจำนวน 333,753 ไร่ พืชไร่เสียหาย 30,544 ไร่ พืชสวนเสียหาย 43,820 ไร่ โดยทางจังหวัดสุโขทัยได้เร่งช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้วอย่างเร่งด่วน

 นอกจากนั้นแล้ว รมว.มหาดไทย ยังเป็นประธานในการปล่อยแถวขบวนรถบรรทุกน้ำเพื่อการอุปโภคบริโภคเพื่อแจกจ่ายช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยแล้งในพื้นที่จังหวัดสุโขทัยจำนวน89 คัน เป็นการบรรเทาทุกข์ในเบื้องต้นให้แก่ผู้ประสบภัยแล้งทั้งจังหวัดสุโขทัยอีกด้วย

แล้งลามหนักชาวบ้าน7อำเภอชัยภูมิขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค

 นายวันชัย สุทธิวรชัย ผู้ว่าราชการ จ.ชัยภูมิ เปิดเผยถึงสถานการณ์การเตรียมรับมือพื้นที่ประสบภัยแล้ง ขณะนี้เริ่มลุกลามหนัก จนต้องประกาศให้พื้นที่ทุกอำเภอใน 16 อำเภอ ของ จ.ชัยภูมิ เป็นเขตประสบภัยแล้งแล้ว รวม 110 ตำบล 1,098 หมู่บ้าน ประชาชน 145,032 ครัวเรือน 435,896 คน เริ่มได้รับผลกระทบเดือดร้อนหนัก โดยเฉพาะในพื้นที่ 7 อำเภอ ประกอบด้วย อ.เมืองชัยภูมิ หนองบัวแดง ภูเขียว แก้งคร้อ เกษตรสมบูรณ์ คอนสาร และบ้านแท่น เดือดร้อนหนักขาดน้ำกินน้ำใช้กว่าวันละ 1 ล้านลิตร ซึ่งจังหวัดต้องจัดรถน้ำจาก อบจ. อบต. ที่มีกว่า 100 คัน เร่งนำน้ำออกไปแจกจ่ายช่วยเหลือ

อบจ.พิษณุโลกตั้งศูนย์บรรเทาภัยแล้ง

 นายสุรินทร์ ฐิติปุญญา นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดพิษณุโลก ได้เป็นประธานเปิดศูนย์เฉพาะกิจเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยแล้ง โดยทำพิธีเปิดศูนย์ฯอย่างเป็นทางการที่ลานเอนกประสงค์ โดยพิษณุโลกมีรถน้ำไว้บริการประชาชนจำนวน 10 คัน และมีเครื่องสูบน้ำพร้อมพนักงานไว้ให้บริการประจำศูนย์อำเภอทุกอำเภอ นอกจากนี้ ยังได้รับความร่วมมือจากเครือข่ายช่วยเหลือผู้ประสบภัยนำรถน้ำมาช่วยเหลือประชาชนได้แก่ กองทัพบก 2 คัน เทศบาล 2 คัน อบต. 8 คัน ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 9 อีก 1 คัน หลังเสร็จพิธีเปิดศูนย์ฯ ได้นำรถน้ำไปช่วยเหลือประชาชนที่วัดวังพิกุล ม.2 ต.วังพิกุล อ.วังทอง จ.พิษณุโลก

บ้านหมี่เข้าขั้นวิกฤตชาวบ้านกว่า5พันครอบครัวขาดน้ำ

 นายสันติ เหล่าบุญเสงี่ยม นายอำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าในพื้นที่ของอำเภอบ้านหมี่จะยกออกเป็น 2 โซน โซนแรกจะติดอยู่กับแม่น้ำบางขามและบริเวณนี้จะมีน้ำตลอดปี ส่วนโซนบนมีด้วยกัน9 ตำบล 32หมู่บ้านกว่า 5 พันครัวเรือนที่อยู่โซนบนหรือที่เรียกว่าพื้นที่ดอนจะมีผลกระทบกับภัยแล้งเกือบทุกปี แต่ปีนี้ถือว่าแล้งเข้าขั้นวิกฤตกว่าทุกปี เพราะแหล่งน้ำใน9 ตำบลนี้แห้งจนหมดไม่สามารถปลูกพืชอะไรได้ เนื่องจากทุกปีถึงแม้จะมีภัยแล้งแต่แหล่งน้ำก็ยังมีพอใช้ สามารถปลูกแตงโม และแคลนตาลูบได้แต่ปีนี้หมดสิทธิ์ที่จะปลูกพืชทุกชนิด

 ได้ประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ทหาร เพื่อขอรถบรรทุกน้ำออกมาแจกจ่ายให้กับชาวบ้านในพื้นที่ บ้านแหลมเพิ่ม ตำบลดอดดึง อำเภอบ้านหมี่ จังหวัดลพบุรี ซึ่งได้ขาดแคลนน้ำดื่ม น้ำใช้มานานกว่า 1เดือนแล้ว หลังน้ำประปาที่ทาง อบต.ดอนดึงขุดเจาะมาจากใต้ดินหยุดไหลมานานแล้ว ขณะที่น้ำถังน้ำกลางประจำหมู่บ้านก็นำมาใช้จนหมดแล้ว

ตรังประสบปัญหาภัยแล้ง10อำเภอชาวบ้านเดือดร้อน2หมื่นครัวเรือน

 นายโส เหมกุล ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดตรัง เปิดเผยว่า จังหวัดตรังยังคงประสบกับสถานการณ์ภัยแล้งนับตั้งแต่ปลายเดือนมกราคม 2553 เป็นต้นมา และขณะนี้ก็ใกล้ถึงเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นเดือนที่ร้อนและแล้งมากที่สุด สำหรับพื้นที่จังหวัดตรัง ขณะนี้ได้ประสบภัยแล้งแล้ว ครบทั้ง 10 อำเภอ ใน 55 ตำบล 361 หมู่บ้าน 22,942 ครัวเรือน โดยมีพื้นที่ทางการเกษตรได้รับผลกระทบแล้ว 9,773.5 ไร่ เป็นพื้นที่ในอำเภอเมืองตรัง มากที่สุดคือ 4,273.5 ไร่ รองลงมาคือ อำเภอปะเหลียน 4,000 ไร่ และอำเภอวังวิเศษ 1,500 ไร่ โดยส่วนใหญ่กว่าร้อยละ 70 เป็นพืชสวน และอีกร้อยละ 30 เป็นพืชไร่ ซึ่งจากสภาวะภัยแล้งดังกล่าว ได้ทำให้เกษตรกรขาดแคลนน้ำในการทำการเกษตร ผลผลิตจึงไม่มีคุณภาพ และมีปริมาณผลผลิตลดน้อยลง