
ประวิตรไม่หวั่นยิงอาร์พีจีใส่กห.บอกแดงสบายใจได้
ประวิตร ไม่หวั่นมือมืดยิง อาร์พีจี ใส่ กลาโหม เชื่อสิ่งศักดิ์จะคุ้มครอง บอกม็อบแดงสบายใจ ศอ.รส.ไม่คิดสลายชุมนุม และทำรุนแรง ชี้คนไทยมีโอกาสรักกันเหมือนเดิม แต่จะต้องปรับความคิดให้ตรงกัน กห.แจงแบล็คฮอร์คโครงการเก่า โปร่งใสตรวจสอบได้
ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 25 มี.ค.พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รมว.กลาโหม ให้สัมภาษณ์ภายหลังการประชุมสภากลาโหม ถึงการชุมนุมเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงว่าจะยืดเยื้อไปนานแค่ไหน ว่า เรื่องนี้อยู่ที่การชุมนุมของกลุ่มคนเสื้อแดง ตนคงตอบแทนไม่ได้ และไม่รู้ว่าการชุมนุมในวันเสาร์ที่ 27 มี.ค.นี้จะออกมาในรูปแบบไหน เมื่อถามว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อจำเป็นจะต้องสลายการชุมนุมหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวยืนยันว่า “ไม่มีรุนแรง จำเอาไว้ก็แล้วกัน”
เมื่อถามว่า การชุมนุมที่ยืดเยื้อจะทำให้กระแสตีกลับมาหารัฐบาลหรือไม่ว่าไม่ยอมดำเนินการอะไรให้ชัดเจน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะให้ทำอย่างไร ถ้าให้เราทำรุนแรงเราเป็นห่วงชีวิตของประชาชน จะต้องพูดจากัน ทุกอย่างเป็นเรื่องของการเมือง เมื่อถามว่า จะมีการถอนกำลังทหารที่ดูแลบริเวณอาคารรัฐสภาได้เมื่อไหร่ หรือจะต้องรอให้มีการปิดประชุมสภาเสียก่อน พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ถ้าไม่มีประชุมก็น่าจะลดกำลังทหารลง โดยเฉพาะสิ่งกีดขวางต่างๆ
เมื่อถามว่า การที่คนร้ายนำอาวุธสงครามจรวดอาร์พีจีมายิงกระทรวงกลาโหม และที่กรมทหารราบที่ 1 มหาดเล็กรักษาพระองค์ (ร. 1 รอ.) แสดงให้เห็นว่าภัยกำลังเข้ามาใกล้ตัว รมว.กลาโหม แล้ว พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะให้ตนทำอย่างไรได้ เมื่อถามย้ำว่า ถ้าเขาเล็งอาวุธสงครามมายังห้อง รมว.กลาโหม พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า “ก็เล็งเข้ามาเลย” เมื่อถามว่า จรวดอาร์พีจีที่ใช้ยิงเป็นกระสุนเจาะเกราะ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่มีอะไร ซึ่งการยิงเข้ามาก็ไม่โดน จะมายิงสถานที่สำคัญ สถานที่ประวัติศาสตร์ 100 ปี และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ซึ่งระยะอาร์พีจีระยะทำการประมาณ 300 เมตร
“ผมยังไม่ทราบว่าคนร้ายที่ยิงหลบหนีไปไหน เพียงแต่รู้ว่าคนร้ายเคยเป็นตำรวจตระเวนชายแดนเก่าอยู่ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ทั้งนี้ผมรบมาทั้งชีวิตตั้งแต่ปี 2512 ลาดตระเวนมาก็ยิงกับผู้ก่อการร้ายคอมมิวนิสต์ ซึ่งอาวุธสงครามอาร์พีจี เป็นของเก่าตั้งแต่ปี 2512 จนกระทั่งมาเหตุการณ์ที่เขมรตั้งแต่ปี 2527-2529 ซึ่งอาวุธสงครามอาร์พีจียังไม่เสื่อมภาพ เนื่องจากดินส่งยังไม่เสื่อมสามารถใช้งานได้ตลอด” พล.อ.ประวิตร กล่าว
เมื่อถามว่า ตอนนี้เครียดกับสถานการณ์บ้านเมืองหรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ไม่อยากให้มีอะไรรุนแรง จะไปบอกว่าเครียดก็ไม่ได้ และตนไม่อยากให้ทะเลาะกัน เมื่อถามว่า สถานการณ์บ้านเมืองจะกลับไปเหมือนในอดีตได้หรือไม่ พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ได้ซิครับ คนไทยพูดภาษาไทย แล้วทำไมจะไม่เหมือนเดิมได้ ปรับความคิด เพราะทุกอย่างอยู่ที่ความคิด คนโกรธกันยังดีกันรักกันได้ ส่วนเรื่องประเด็นยุบสภานั้นไม่เกี่ยวตน ขึ้นอยู่กับรัฐบาล ตนมีหน้าที่ดูแลงานด้านความมั่นคงเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย และประชาชนไม่เจ็บป่วยก็พอ
เมื่อถามว่า การที่นำกำลังทหารออกมาปฏิบัติงานจำนวนมากได้รับเสียงตอบรับอย่างไร พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า จะเห็นได้จากกำลังทหารไม่ได้ถือปืนเลย เพราะทหารไม่ต้องการให้เกิดความรุนแรง และต้องการให้ประเทศชาติเกิดความปรองดองกัน
กห.แจง“แบล็คฮอร์ค”โครงการเก่า โปร่งใสตรวจสอบได้
พ.อ.ธนาธิป สว่างแสง โฆษกกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงกรณีที่กองทัพถูกโจมตีเรื่องอนุมัติงบประมาณในการจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็กฮอร์คจำนวน 3 ลำ จำนวน 2,000 กว่าล้านบาทว่า โครงการนี้ไม่ใช่โครงการใหม่ หรือโครงการเร่งด่วน แต่เป็นโครงการที่เกิดขึ้นเมื่อสมัยรัฐบาล 10 ปีที่แล้วโดยมีการขออนุมัติจัดซื้อเฮลิคอปเตอร์แบบแบล็คฮอล์ค จำนวน 8 ลำ แต่เนื่องจากที่ผ่านมาประเทศไทยประสบปัญหาวิกฤติเศรษฐกิจจึงอนุมัติจัดหาได้เพียง 5 ลำ ซึ่งปัจจุบัน
แบล็คฮอล์คมีความจำเป็นต้องใช้ในพื้นที่ชายแดนต่างๆ และพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงได้มีการเสนอให้มีการจัดหาอีก 3 ลำ เพื่อให้ครบตามจำนวน 8 ลำ โดยจะจัดหาในห้วงระยะเวลาปี 2553-2555 โดยจะจัดหาในระบบพิเศษแบบ เอฟเอ็มเอส คือ การช่วยเหลือด้านการทหาร โดยประเทศผู้ผลิตจะไม่ค้ากำไร ซึ่งการดำเนินการจัดหาเป็นไปอย่างโปร่งใส และสามารถตรวจสอบได้



